546.jpg

คาหนังคาเขา! ซ้อนแผนจับ'ผอ.'เรียกเงินสดๆ 2 ล้าน แลกคืนของกลางไม้พะยูง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564, 14.31 น.

วางแผนตลบหลังจับผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุกดาหาร เรียกรับเงิน 2 ล้าน พร้อมของกลางเงิดสดๆ แลกคืนของกลางไม้พะยูง เจ้าตัวยืนกรานปฏิเสธ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2564 พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง พร้อมพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. และนายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้  ร่วมกันแถลงจับกุมนายสุรเดช อัคราช อายุ 58 ปี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหารและนางสาวกษพรรณ แสงวิรุณ หรือทิพย์เกสร แสงวิรุณทร อายุ 28 ปี พร้อมของกลางเงินสดฉบับละ 1,000 บาทรวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง


คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายคำสะไหว พมมะจัน  นักธุรกิจค้าไม้ชาว สปป.ลาว ผู้เสียหาย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบหรือ ปปป. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายสุรเดช เนื่องจากผู้เสียหายกับพวกซึ่งเป็นผู้แทน Phongsavanh wood industy เจ้าของลิขสิทธิ์ในไม้พยุงจำนวน 11 ตู้คอนเทนเนอร์มูลค่า 600 ล้านบาทถูกรัฐบาลไทยยึดไว้ตั้งแต่ปี 2549 เป็นคดีความที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลไทย เป็นคดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารกับนางอรัญญา อุปติสิงห์ และ บริษัท มีแอล.เอ็นเตอร์ไพรส์ (1991) จำกัด จำเลย ในความผิดเกี่ยวกับเอกสารและมีการต่อสู้คดีความกันยาวนานในชั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์จนในที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยและให้คืนไม้ของกลางแก่ผู้เสียหาย

ผู้เสียหายจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางเอกสารเพื่อขอรับหมายของกลางคืนตามคำพิพากษาซึ่งต้องประสานงานระหว่างหน่วยงานที่ร่วมจับกุมและยึดของกลางไว้คือตำรวจป่าไม้และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ต่อมานายสุรเดช ผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ร่วมกันตรวจยึดไม้พะยูงของกลาง ได้ติดต่อผู้เสียหายเรียกรับเงินจำนวน 2 ล้านบาทแลกกับการที่นายสุรเดช ผู้ต้องหาจะตรวจสอบหนังสือของกองกฎหมายสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าไม่ขัดข้องที่จะคืนไม้ของกลางให้กับนายคำสะไหว ผู้เสียหาย แต่ นายคำสะไหว เห็นว่าเป็นการขูดรีดนักธุรกิจต่างชาติที่ไม่เป็นธรรมของข้าราชการไทยจึงเดินทางไปร้องทุกข์ดำเนินคดี

กระทั่งวันที่ 24 มีนาคม 2564 นายสุรเดชได้นัดหมายให้ผู้เสียหายนำเงินไปมอบให้ที่จังหวัดมุกดาหาร ผู้เสียหายจึงรายงานให้ตำรวจชุดจับกุมทราบก่อนร่วมกันวางแผนจับกุมโดยผู้เสียหายนำเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท ที่ทำตำหนิไว้ปึกละ 100,000 บาทใส่ไว้ในถุงพลาสติกหูหิ้วแล้วเดินทางไปส่งมอบให้กับนายสุรเดชผู้ต้องหาที่ร้านกาแฟใกล้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร

โดยหลังนายสุรเดชผู้ต้องหาได้พบกับผู้เสียหาย นายสุรเดชได้สั่งการให้นางสาวกษพรรณ ผู้ต้องหาที่ 2 ไปรับเงินจำนวน 2 ล้านบาทจากรถของผู้เสียหายที่จอดอยู่ด้านหลังร้านกาแฟ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุม เบื้องต้น นายสุรเดชให้การปฏิเสธ ส่วนนางสาวกศพรรณ ให้การรับสารภาพ

ทางด้าน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่าเบื้องต้น ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว แม้จะยังไม่มีคำสั่งให้ออกจากราชการแต่หากพบ คดีมีมูล และมีความผิดจริงมีโทษถึงขั้นให้ออกจากราชการอยู่แล้ว

สำหรับนายสุรเดช ถูกแจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบเพื่อการกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบด้วยหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตาม ป. อาญามาตรา 159 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามป.อาญามาตรา 157

ส่วน น.ส.กษพรรณ ถูกแจ้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบเพื่อการกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยกฏหมายตามป.อาญามาตรา 159 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม ป. อาญามาตรา 157

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top