546.jpg
ศธ.-กทม.จับมือมิชลิน-โททาล เปิดหลักสูตรความปลอดภัยบนถนน หวังลดเด็กไทยเจ็บ-ตาย

ศธ.-กทม.จับมือมิชลิน-โททาล เปิดหลักสูตรความปลอดภัยบนถนน หวังลดเด็กไทยเจ็บ-ตาย

วันศุกร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.17 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ที่ รร.เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ย่านอโศก กรุงเทพฯ มีพิธีเปิดหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme โดย น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ศธ.ดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (ปี 2560-2564) ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ แนวทางพัฒนาเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และให้ทุกภาคส่วนคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านการสื่อสารสาธารณะที่เหมาะสมตามกลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งตนต้องขอบคุณมิชลินและโททาล ที่ผลักดันหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme ตลอดจนผู้บริหารโรงเรียนต่างๆ ที่ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นผ่านการเรียนรู้จากหลักสูตรดังกล่าว โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีพันธมิตรอีกหลายภาคส่วนมาร่วม รวมถึงให้มีการปฏิบัติได้จริง เพราะมีรายงานว่าแต่ละปีประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนเฉลี่ย 2 หมื่นราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนประมาณ 3 พันกว่าราย


“ถัวเฉลี่ย 3 พันกว่ารายต่อปี ถัวเฉลี่ยตอ่เดือนเราสูญเสียเด็กๆ ไป 250 คน ต่อวัน 9 คน เราลองนึกว่าถ้าเป็นลูกหลานของเราหัวใจของเราจะเจ็บปวดแค่ไหน เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือร่วมใจที่เราจะถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ เหล่านี้ไปสู่สังคมโดยเฉพาะท่านผู้ปกครอง ลำพังแล้วผู้บริหารสถานศึกษาหรือครูบาอาจารย์ไม่เพียงพอ เราต้องมีความร่วมมือจากผู้ปกครองโดย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเกิดประโยชน์กับสังคมไทย โดยเฉพาะลูกหลานของเราซึ่งเป็นอนาคตของชาติได้ดีต่อไป” น.ส.อรพินทร์ กล่าว

นายปาสคาล ลารอช (Pascal Laroche) ประธานกลุ่มบริษัทโททาลเอนเนอยี่ส์ ประเทศไทย กล่าวว่า โททาลเอนเนอยี่ส์ ดำเนินกิจการในประเทศไทยมาเกือบ 30 ปี ซึ่งโททาล รวมถึงมิชลิน มีความเกี่ยวข้องกับถนนหนทางและการคมนาคมขนส่งโดยตรง จึงตระหนักถึงตัวเลขความสูญเสียทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตบนท้องถนน ดังนั้นหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme จะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาสู่เด็กและสังคมไทย

โดยหลักสูตรจะสอนให้เด็กและเยาวชนมีคุณสมบัติติดตัวด้านความตระหนักในความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่ผ่านมาเริ่มนำเดินโครงการนำร่องไปเมื่อเดือน มี.ค. 2564 กับ 5 โรงเรียนในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และปัจจุบันได้มาสู่โครงการระยะที่ 2 กับอีก 45 โรงเรียนนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งจะทำให้มีนักเรียนได้รับประโยชน์ประมาณ 5,700 คน

“เรื่องความปลอดภัยเป็นกฎหลักข้อหนึ่งของบริษัทโททาลเอนเนอยี่ส์ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงปรารถนาเข้ามามีส่วนช่วยเพื่อจะแก้ไขและยกระดับเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับเด็กๆ ในประเทศไทย บริษัทโททาลเอนเนอยี่ส์ และบริษัทมิชลิน ได้ตกลงทำภารกิจนี้ โดยมี AIP (มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย) เป็นผู้ดำเนินการด้านการปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประสบความสำเร็จ โครงการ VIA ต้องใช้เวลาดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่เด็กนักเรียนอายุ 10-18 ปี” นายปาสคาล ระบุ

น.ส.พรวดี ปิยะคุณ ผู้อำนวยการฝ่ายความสัมพันธ์ภาครัฐ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด กล่าวว่า มิชลินดำเนินกิจการในประเทศไทยมา 25 ปี และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมาโดยตลอด ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและครอบครัว ซึ่งความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ขาดทักษะในการประเมินความเสี่ยง ดังนั้นการเพิ่มพูนทักษะของเด็กและเยาวชนไทย เพื่อให้เรียนรู้และสามารถประเมินความเสี่ยงบนท้องถนน จนนำไปสู่การขับขี่ยานพาหนะได้อย่างปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ

โดยหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2560 จากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและด้านความปลอดภัยบนท้องถนน มีมิชลินและโททาลให้การสนับสนุน และบริหารจัดการโดย Global Road Safety Partnership (GRSP) องค์กรที่ได้รับการสนับสนุนโดยสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of the Red Cross and Red Crescent Societies)

“เราได้นำร่องในการจัดการเรียนการสอนไปแล้ว 2 ประเทศ คืออินเดียและฝรั่งเศส โดยปัจจุบันได้มีการใช้หลักสูตรนี้ในการเรียนการสอนกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ซึ่ง 30 ประเทศเราคัดเลือกจากประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนที่สูง แล้วครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทยที่จะมีการจัดการเรียนการสอนในโครงการ VIA Road Safety Education Programme” น.ส.พรวดี ระบุ

นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การสูญเสียชีวิตเด็กและเยาวชนซึ่งประเมินค่าไม่ได้จากอุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นความท้าทายว่าจะทำให้ลดลงได้อย่างไร เพราะเฉลี่ยปีละ 3 พันกว่าคนถือว่าสูงมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเด็กและเยาวชนอาจมีพฤติกรรมคึกคะนอง มีการลอกเลียนแบบจากเพื่อนๆ เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ต้องแว้น ซึ่งต้องช่วยกันสื่อสารว่านั่นเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการบาดเจ็บล้มตาย โครงการหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme จึงเป็นการจุดประกายใหม่กับสังคม

“คาดว่าในอีก 3 ปี กิจกรรมแบบนี้จะเยอะและกว้างขึ้น ขยายเครือข่ายมากขึ้น มีโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร 437 โรงเรียน ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม 9 โรงเรียน ได้พูดคุยกันนอกรอบว่ายินดีถ้าจะขยายมากกว่า 9 โรงเรียน เพราะเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เป็นสิ่งที่เราจะได้ดูแลน้องๆ ในเรื่องความปลอดภัย ตั้งแต่หน้าโรงเรียน ตั้งแต่การเดินทางจากบ้านมาด้วย เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกัน” นายเกรียงไกร กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top