เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ที่ รร.เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ย่านอโศก กรุงเทพฯ มีพิธีเปิดหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme โดย น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ศธ.ดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (ปี 2560-2564) ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ แนวทางพัฒนาเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และให้ทุกภาคส่วนคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านการสื่อสารสาธารณะที่เหมาะสมตามกลุ่มเป้าหมาย
ซึ่งตนต้องขอบคุณมิชลินและโททาล ที่ผลักดันหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme ตลอดจนผู้บริหารโรงเรียนต่างๆ ที่ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นผ่านการเรียนรู้จากหลักสูตรดังกล่าว โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีพันธมิตรอีกหลายภาคส่วนมาร่วม รวมถึงให้มีการปฏิบัติได้จริง เพราะมีรายงานว่าแต่ละปีประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนเฉลี่ย 2 หมื่นราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนประมาณ 3 พันกว่าราย
“ถัวเฉลี่ย 3 พันกว่ารายต่อปี ถัวเฉลี่ยตอ่เดือนเราสูญเสียเด็กๆ ไป 250 คน ต่อวัน 9 คน เราลองนึกว่าถ้าเป็นลูกหลานของเราหัวใจของเราจะเจ็บปวดแค่ไหน เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือร่วมใจที่เราจะถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ เหล่านี้ไปสู่สังคมโดยเฉพาะท่านผู้ปกครอง ลำพังแล้วผู้บริหารสถานศึกษาหรือครูบาอาจารย์ไม่เพียงพอ เราต้องมีความร่วมมือจากผู้ปกครองโดย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเกิดประโยชน์กับสังคมไทย โดยเฉพาะลูกหลานของเราซึ่งเป็นอนาคตของชาติได้ดีต่อไป” น.ส.อรพินทร์ กล่าว
นายปาสคาล ลารอช (Pascal Laroche) ประธานกลุ่มบริษัทโททาลเอนเนอยี่ส์ ประเทศไทย กล่าวว่า โททาลเอนเนอยี่ส์ ดำเนินกิจการในประเทศไทยมาเกือบ 30 ปี ซึ่งโททาล รวมถึงมิชลิน มีความเกี่ยวข้องกับถนนหนทางและการคมนาคมขนส่งโดยตรง จึงตระหนักถึงตัวเลขความสูญเสียทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตบนท้องถนน ดังนั้นหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme จะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาสู่เด็กและสังคมไทย
โดยหลักสูตรจะสอนให้เด็กและเยาวชนมีคุณสมบัติติดตัวด้านความตระหนักในความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่ผ่านมาเริ่มนำเดินโครงการนำร่องไปเมื่อเดือน มี.ค. 2564 กับ 5 โรงเรียนในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และปัจจุบันได้มาสู่โครงการระยะที่ 2 กับอีก 45 โรงเรียนนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งจะทำให้มีนักเรียนได้รับประโยชน์ประมาณ 5,700 คน
“เรื่องความปลอดภัยเป็นกฎหลักข้อหนึ่งของบริษัทโททาลเอนเนอยี่ส์ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงปรารถนาเข้ามามีส่วนช่วยเพื่อจะแก้ไขและยกระดับเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับเด็กๆ ในประเทศไทย บริษัทโททาลเอนเนอยี่ส์ และบริษัทมิชลิน ได้ตกลงทำภารกิจนี้ โดยมี AIP (มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย) เป็นผู้ดำเนินการด้านการปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประสบความสำเร็จ โครงการ VIA ต้องใช้เวลาดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่เด็กนักเรียนอายุ 10-18 ปี” นายปาสคาล ระบุ
น.ส.พรวดี ปิยะคุณ ผู้อำนวยการฝ่ายความสัมพันธ์ภาครัฐ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด กล่าวว่า มิชลินดำเนินกิจการในประเทศไทยมา 25 ปี และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมาโดยตลอด ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและครอบครัว ซึ่งความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ขาดทักษะในการประเมินความเสี่ยง ดังนั้นการเพิ่มพูนทักษะของเด็กและเยาวชนไทย เพื่อให้เรียนรู้และสามารถประเมินความเสี่ยงบนท้องถนน จนนำไปสู่การขับขี่ยานพาหนะได้อย่างปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ
โดยหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2560 จากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและด้านความปลอดภัยบนท้องถนน มีมิชลินและโททาลให้การสนับสนุน และบริหารจัดการโดย Global Road Safety Partnership (GRSP) องค์กรที่ได้รับการสนับสนุนโดยสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of the Red Cross and Red Crescent Societies)
“เราได้นำร่องในการจัดการเรียนการสอนไปแล้ว 2 ประเทศ คืออินเดียและฝรั่งเศส โดยปัจจุบันได้มีการใช้หลักสูตรนี้ในการเรียนการสอนกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ซึ่ง 30 ประเทศเราคัดเลือกจากประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนที่สูง แล้วครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทยที่จะมีการจัดการเรียนการสอนในโครงการ VIA Road Safety Education Programme” น.ส.พรวดี ระบุ
นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การสูญเสียชีวิตเด็กและเยาวชนซึ่งประเมินค่าไม่ได้จากอุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นความท้าทายว่าจะทำให้ลดลงได้อย่างไร เพราะเฉลี่ยปีละ 3 พันกว่าคนถือว่าสูงมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเด็กและเยาวชนอาจมีพฤติกรรมคึกคะนอง มีการลอกเลียนแบบจากเพื่อนๆ เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ต้องแว้น ซึ่งต้องช่วยกันสื่อสารว่านั่นเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการบาดเจ็บล้มตาย โครงการหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme จึงเป็นการจุดประกายใหม่กับสังคม
“คาดว่าในอีก 3 ปี กิจกรรมแบบนี้จะเยอะและกว้างขึ้น ขยายเครือข่ายมากขึ้น มีโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร 437 โรงเรียน ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม 9 โรงเรียน ได้พูดคุยกันนอกรอบว่ายินดีถ้าจะขยายมากกว่า 9 โรงเรียน เพราะเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เป็นสิ่งที่เราจะได้ดูแลน้องๆ ในเรื่องความปลอดภัย ตั้งแต่หน้าโรงเรียน ตั้งแต่การเดินทางจากบ้านมาด้วย เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกัน” นายเกรียงไกร กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี