546.jpg
มติสาธารณสุขยกระดับ‘ฝีดาษลิง’ โรคติดต่อเฝ้าระวัง  คัดกรองเข้มคนผ่านสนามบิน

มติสาธารณสุขยกระดับ‘ฝีดาษลิง’ โรคติดต่อเฝ้าระวัง คัดกรองเข้มคนผ่านสนามบิน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มติสาธารณสุขยกระดับ‘ฝีดาษลิง’

โรคติดต่อเฝ้าระวัง

คัดกรองเข้มคนผ่านสนามบิน

วัดไข้-สแกน‘ไทยแลนด์พาส’

นายกฯสั่งสกัดนำเข้าสัตว์ผิดก.ม.

เชื้อลาม22ปท./ป่วยพุ่ง309ราย

WHOยันติดยาก-คุมระบาดได้

อนามัยโลกยันฝีดาษลิงไม่ติดง่าย-ควบคุมได้ แต่ต้องสอบสวนโรคแม่นยำ และป้องกันระบาดโดยใครกลับจากต่างประเทศสงสัยมีอาการไข้ 38 องศา มีตุ่มหนอง รีบพบแพทย์-กักตัว 21 วัน

ล่าสุดติดเชื้อลามแล้ว 22 ประเทศ ป่วย 309 คน ด้านสธ.ให้ฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ไทยเร่งคัดกรองเข้มคนเข้าประเทศที่สนามบิน ผ่านระบบไทยแลนด์พาส -วัดไข้ -แจกบัตรเตือนสุขภาพ เพื่อติดตามให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวสังเกตอาการตัวเอง ยันยังไม่พบผู้ติดเชื้อในไทย ระยะฟักเชื้อ 5-21 วัน


เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการติดตามเฝ้าระวังฝีดาษลิงในประเทศไทย หลังพบการระบาดไปหลายประเทศทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อหลายร้อยคนแล้ว

คัดกรองคนเข้าปท.ผ่านไทยแลนด์พาส

โดยนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจเฝ้าระวังโรคฝีดาษลิงของประเทศไทยว่า วันนี้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมควบคุมโรค โดยกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค เริ่มให้บริการคัดกรองโรคฝีดาษลิงสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ ผ่านระบบ Thailand Pass จะช่วยให้ตรวจจับกลุ่มเสี่ยงได้เร็วขึ้น และป้องกันการระบาดในประเทศ หลังพบการแพร่ระบาดในหลายประเทศ และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้

ตรวจเข้มคนแอฟริกา-ยุโรปมีไข้/ผื่นหนอง

ส่วนการเฝ้าระวังโรคในประเทศคือ เน้นติดตามเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ประเทศในแถบทวีปแอฟริกากลาง ไนจีเรียและคองโก และประเทศในยุโรปที่มีการระบาดในประเทศแล้ว ซึ่งเมื่ออยู่ที่สนามบินในประเทศต้นทางอาจยังไม่แสดงอาการ แต่เมื่อมาถึงประเทศไทย อาจมีอาการได้ ซึ่งการคัดกรองจะดูว่ามีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส หรือประวัติมีไข้ร่วมกับมีอาการหนึ่งอาการใด ได้แก่ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และต่อมน้ำเหลืองโต ประกอบกับมีผื่นกระจายตามลำตัว มีลักษณะเป็นตุ่มนูน ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง หรือตุ่มตกสะเก็ด และเดินทางมาจากหรืออาศัยอยู่ใน ประเทศที่มีการรายงานการระบาดของโรคฝีดาษลิงในประเทศภายใน 21 วัน พร้อมทั้งแจกบัตรเตือนสุขภาพ (Health beware card) เป็น QR code ให้ผู้ที่มีอาการดังกล่าวสแกนเข้าระบบเพื่อรายงานอาการป่วย ซึ่งหลักๆ ในบัตรจะระบุว่าหากมีอาการ เช่น ไข้ มีตุ่มให้รายงานเข้าระบบและรีบไปพบแพทย์ในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด รวมถึงแจ้งประวัติการเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย

แนะกลับจากตปท.กักตัว21วันดูอาการ

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า สำหรับการป้องกันฝีดาษลิงให้ปฏิบัติ ดังนี้ 1.กรณีเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันที 2.ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศ โดยไม่คัดกรอง แยกกักเพื่อมิให้ผู้ป่วยแพร่กระจายเชื้อ 3.หลีกเลี่ยงสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสัตว์ป่า 4.หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ 5.หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือ เจลแอลกอฮอล์เมื่อสัมผัสกับสัตว์หรือคนที่ติดเชื้อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ลามแล้ว22ปท.-ติดเชื้อ309คน

วันเดียวกัน กรมควบคุมโรครายงานสถานการณ์ระบาดโรคฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิงทั่วโลก พบผู้ติดเชื้อแล้วใน 22 ประเทศ ทั้งหมด 309 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 20 -59 ปี โดยในประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

สธ.ให้เป็น‘โรคติดต่อต้องเฝ้าระวัง’

ต่อมานพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงความคืบหน้าติดตามสถานการณ์ระบาดของโรคฝีดาษลิงว่า จากการหารือ คณะกรรมการวิชาการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีมติเห็นชอบให้จัดโรคฝีดาษลิง (monkeypox) เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง และเป็นโรคระบาดนอกราชอาณาจักรและบางประเทศที่ระบาดในประเทศแล้ว ยังไม่จัดเป็นโรคติดต่ออันตราย เนื่องจากเบื้องต้นยังไม่มีผู้ป่วยในประเทศไทย ลักษณะการแพร่กระจายของโรคเป็นลักษณะคนใกล้ชิดกันมากๆ เฉพาะกลุ่ม ยังไม่ระบาดเป็นวงกว้างไปหลายทวีป อัตราป่วยตายยังเป็นสายพันธุ์ที่ป่วยรุนแรงน้อย

ต้องจับตาใกล้ชิด-ต้นตอจากแอฟริกา

นพ.จักรรัฐย้ำด้วยว่า ต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้มีการระบาดในประเทศแถบแอฟริกา ส่วนในเอเชียยังไม่มีการรายงานโดยตรงมากนัก ขณะที่ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเริ่มพบผู้ป่วยฝีดาษลิงเข้ามาในประเทศแถบยุโรป เชื่อมโยงการเดินทางไปแอฟริกา ก่อนติดเชื้อกลับมา จนระบาดในบางประเทศ แต่ยังมีผู้ป่วยติดเชื้อหลักร้อย ทั้งนี้ ฝีดาษวานร เกิดขึ้นครั้งแรก โดยนักวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติจากตรวจพบในคนติดเชื้อจากลิง ระบาดในแถบแอฟริกา ต่อมามีรายงานพบในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้เดินทางมาจากแถบแอฟริกา จัดว่าเป็นโรคจากสัตว์สู่คน พบการรายงานมากที่แอฟริกาตอนกลางและแอฟริกาตะวันตก มี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ West African clade อาการไม่รุนแรง อัตราป่วยตายอยู่ที่ 1% สายพันธุ์ Central African clade อาการรุนแรงกว่า อัตราป่วยตายอยู่ที่ 10%

ชี้ถอดแมส-สัมผัสใกล้ชิดมากเสี่ยงติด

นพ.จักรรัฐกล่าวอีกว่า การติดต่อจากสัตว์สู่คน ด้วยการสัมผัสกับสารคัดหลั่งหรือแผลของสัตว์ป่วย หรือการกินสัตว์ที่ปรุงไม่สุก ทั้งนี้ สัตว์อาจไม่มีตุ่มเหมือนคน แต่แพร่เชื้อได้จากคนสู่คน ด้วยการสัมผัสใกล้ชิดมากๆ โดยเฉพาะแผลของผู้ป่วย รวมทั้งเสื้อผ้า และสารคัดหลั่งทางเดินหายใจของผู้ป่วย หรือสัมผัสสิ่งของปนเปื้อน ทำให้มีการระบาดได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ บางประเทศที่ผ่อนคลายถอดหน้ากาก เริ่มมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่สังสรรค์ ทำกิจกรรมร่วมกันใกล้ชิดทำให้มีการแพร่ระบาดขึ้นในช่วงนี้ ระยะฟักตัวของโรคฝีดาษลิง ตั้งแต่วันที่สัมผัสถึงวันเริ่มป่วย อยู่ที่ 5-21 วัน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง

สำหรับอาการผู้ติดเชื้อนั้น แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงอาการนำ 5 วันแรก จะมีไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณขาหนีบ คอ หรือหลังหู ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ หมดแรง และสามารถแพร่เชื้อได้ ช่วงออกผื่นภายใน 1-3 วันหลังไข้ขึ้น จะเริ่มมีผื่นที่ใบหน้า กระจายไปตามลำตัว แขน ขา ลักษณะตุ่มจะเหมือนกันทั้งร่างกาย และยังขึ้นตุ่มบริเวณเนื้อเยื่ออ่อน เช่น ช่องปาก อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก ลักษณะตุ่มจะเริ่มจากตุ่มเล็กเป็นผื่นนูนแดง ตามด้วยตุ่มน้ำใส เริ่มมีลักษณะเป็นหนองกระทั่งแตกและตกสะเก็ดมีก้นแผลอยู่บ้าง ต่างจากโรคสุกใส หรือ อีสุกอีใส (Chickenpox) ที่จะมีตุ่มเกิดใหม่ ตุ่มเกิดนานแล้ว อยู่พร้อมๆ กันในเวลาเดียวกัน

ชี้บางรายโคมาปอดอักเสบ-ติดเชื้อ

นพ.จักรรัฐกล่าวด้วยว่า อาการที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะหายเองได้ แต่บางรายมีอาการรุนแรง ซึ่งเป็นอาการสำคัญ เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อแบคทีเรียตามมาได้ และบางรายติดเชื้อที่กระจกตาจนอาจทำให้สูญเสียการมองเห็น โดยเฉพาะผู้มีปัญหาสุขภาพจะเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม ไทยตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกรณีโรคฝีดาษวานร กรมควบคุมโรค เพื่อติดตามเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม

ยันยังไม่พบในไทย-เฝ้าระวังใกล้ชิด

“ต้องย้ำว่าตอนนี้ไทยยังไม่มีผู้ป่วยหรือผู้ป่วยสงสัยโรคฝีดาษวานรในประเทศ และยังไม่เคยมีรายงานเรื่องนี้มาก่อน ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ต้องเฝ้าระวังผู้เดินทางเข้าประเทศเป็นหลัก แต่เราไม่นิ่งนอนใจ ศูนย์ปฏิบัติการต้องเตรียมความพร้อมทุกด้าน และขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง เตรียมพร้อมทางห้องปฏิบัติการในการตรวจ ซึ่งตอนนี้ไทยสามารถตรวจหาเชื้อนี้ได้ หากรู้ต้องรีบสอบสวนให้ทัน รวมถึงเตรียมพร้อมด้านเวชภัณฑ์ ยา วัคซีน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ”นพ.จักรรัฐกล่าว

เตือนให้ใส่แมส-ล้างมือยังจำเป็น

และว่า โรคฝีดาษลิงต้องสัมผัสใกล้ชิดมาก เดินทางจากประเทศเสี่ยง ซึ่งไทยมีความเสี่ยงจากผู้ที่มีประวัติเสี่ยงเดินทางมาจากประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยระบาดในประเทศนั้นๆ เป็นเกณฑ์หลักในการเฝ้าระวัง อีกทั้ง ฝากถึงผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศแถบยุโรปให้ระวัง ยังคงขอให้สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ ยังคงมีความจำเป็น

ใครมีไข้-ต่อมน้ำเหลืองโตพบแพทย์ด่วน

นพ.จักรรัฐกล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางเฝ้าระวังโรคในไทย ผู้ป่วยที่มีอาการสงสัย เป็นไข้ บวกกับอาการอย่างน้อย 1 อย่าง ดังนี้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต ร่วมกับมีประวัติเดินทางมาจากประเทศเสี่ยง ระบาดในประเทศแล้ว หรือไปร่วมกิจกรรมที่มีการรายงานพบผู้ติดเชื้อ หรือมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดสัตว์ป่าที่มาจากทวีปแอฟริกาที่มีความเสี่ยงได้ว่าเป็นกลุ่มที่อาจแพร่เชื้อได้ หรือมีอาการตุ่มนูนชัดเจน มีประวัติเชื่อมโยงทางระบาด

ชี้ติดยากกว่าโควิด-ตรวจสวอปน้ำลายได้

ศ.ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงสถานการณ์โรคฝีดาษลิงว่า ยังไม่ได้แพร่ระบาดเร็ว เป็นเฉพาะกลุ่มเท่านั้น การระบาดครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้องค์การอนามัยโลก ที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุแน่ชัดได้ สำหรับแนวทางตรวจวินิจฉัยโรคฝีดาษลิง องค์การอนามัยโลก และกรมควบคุมโรคของอเมริกา แนะนำให้ตรวจด้วยวิธี PCR หรือการถอดรหัสพันธุกรรม ถ้าพบติดเชื้อในประเทศ สามารถใช้เครื่อง PCR ที่อยู่มากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ที่เคยใช้ตรวจโควิด-19 นำมาใช้ตรวจหาโรคฝีดาษลิงได้ทันที หากสงสัยมีการระบาดของโรคฝีดาษลิง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถ “สวอป” น้ำลาย ส่วนน้ำหรือหนองจากตุ่มแผล ทำการสกัดสารพันธุกรรม แล้วส่งมายังศูนย์จีโนมฯ ให้ช่วยกันถอดรหัสพันธุกรรมได้ด้วยเทคโนโลยี long-read nanopore sequencing ในลักษณะ “shortgun metagenomic sequencing” กล่าวคือไม่จำเป็นต้องทราบว่าในสิ่งส่งตรวจมีจุลชีพ หรือไวรัสประเภทใดได้สำเร็จภายในเวลา 48 ชั่วโมง

จี้จับตาคนจากปท.เสี่ยง-สัตว์จากแอฟริกา

ศ.ดร.วสันต์ยังเสนอให้เฝ้าระวังและมีมาตรการคัดกรองผู้เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้มข้น เช่น ประเทศแถบยุโรปใต้ และแอฟริกา รวมถึงการนำสัตว์ตระกูลฟันแทะจากแอฟริกาเข้ามาเลี้ยงในไทย ทั้งนี้ประเมินว่า หากมีการระบาดในประเทศ ก็จะเป็นการระบาดอยู่ในวงจำกัดเท่านั้น เพราะไม่ได้ติดง่าย หรือแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วเหมือนโควิด ส่วนมีวัคซีนและยาต้านไวรัสสำหรับป้องกันและรักษาโรคฝีดาษลิง ขณะนี้มีอยู่แล้ว ไม่ต้องศึกษาวิจัยใหม่เหมือนโควิด-19 แต่อาจต้องประเมินผลอีกครั้งจากการใช้จริงในปัจจุบัน และการผลิตเพิ่มให้พอกับความต้องการ เพราะไม่ได้สต็อกไว้

เตือนไม่นำเข้าสัตว์ผิดกม.เข้มชายแดน

ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เตือนประชาชนไม่นำเข้าสัตว์ป่าแบบผิดกฎหมาย พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและกวดขันตามแนวชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ข้ามแดนที่อาจนำไปสู่การระบาดของโรคฝีดาษลิง ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไม่มีความเสี่ยงเกิดโรคฝีดาษลิง เพราะฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ ซึ่งคนติดโรคได้จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน กินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย การแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ สามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 85%

WHOเร่งสอบโรค-ชายรักชายติดเชื้อสูง

สำหรับความคืบหน้าการระบาดฝีดาษลิงในต่างประเทศนั้น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า

พญ.โรซามันด์ ลูวิส จากโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขององค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญกำลังสอบสวนโรคจากผู้ป่วยยืนยัน และผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 237 คน แม้รูปแบบการระบาดไม่ปกติเนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นกลุ่มชายรักชาย แต่เชื่อมั่นว่า ท้ายที่สุดแล้วจะควบคุมได้ ด้วยการกักตัวผู้ป่วย และสอบสวนโรคอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความเข้าใจทิศทางและระดับการระบาด เนื่องจากพฤติกรรมของมนุษย์คือปัจจัยสำคัญในการรับเชื้อและส่งต่อ อย่างไรก็ตาม ฝีดาษลิงติดต่อไม่ง่าย อาการไม่รุนแรง เพราะสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่เวลานี้คือ สายพันธุ์แอฟริกันตะวันตก ซึ่งอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 1% ส่วนวัคซีนและยารักษาที่เหมาะสมจัดหาได้

เจออีก3ปท.“UAE-เช็ก-สโลเวเนีย”

วันเดียวกัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ประกาศพบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศและเป็นประเทศแรกในอ่าวอาหรับ ขณะที่สาธารณรัฐเช็กและสโลวีเนียก็พบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงรายแรกเช่นกัน จากการสอบสวนโรคผู้ติดเชื้อจากทั้งสามประเทศนั้น มีประวัติเดินทางกลับมาจากแอฟริกาตะวันตก

ฝรั่งเศสดันแผนฉีดวัคซีนป้องกันฝีดาษลิง

หน่วยงานด้านสาธารณสุขแห่งชาติของฝรั่งเศส (HAS) ประกาศแผนฉีดวัคซีนเชิงรุกป้องกันโรคฝีดาษลิง (Monkeypox) หลังพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 3 ราย โดยจะครอบคลุมผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยง รวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แนะนำให้ฉีดวัคซีนรุ่นที่ 3 (third generation vaccine) เท่านั้น และควรฉีดช่วง 4 วันหลังสัมผัสเชื้อและสูงสุดไม่เกิน 14 วัน สำหรับการฉีดวัคซีนจะฉีด 2 โดสสำหรับคนปกติ และ 3 โดสสำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยเว้นระยะห่างแต่ละโดส 28 วัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top