533.jpg
‘ชัชชาติ’ชวนบริจาคโน้ตบุ๊คให้นร.กทม.

‘ชัชชาติ’ชวนบริจาคโน้ตบุ๊คให้นร.กทม.

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.00 น.

“ชัชชาติ” เปิดตัวเว็บ “คอมเก่าสู่คนใหม่ เรียนรู้ไกลไม่สิ้นสุด”ชวนบริจาคโน้ตบุ๊คให้นร.กทม. เป้า 1.3 แสนเครื่อง ชาเลนจ์!50 เขตแข่งหา ปี 2566 เริ่ม 2.2 พันเครื่อง

วันที่ 28 มิ.ย.2566 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานเปิดโครงการปันน้ำใจให้น้อง
ได้เรียนรู้ และโครงการห้องเรียนดิจิทัล Active Learning พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์ “คอมเก่าสู่คนใหม่ เรียนรู้ไกลไม่สิ้นสุด” ณ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ สำนักงานเขตบางเขน มี นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม.ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักการศึกษา สำนักงานเขต สถานศึกษา ตัวแทนครู 11 โรงเรียนนำร่อง และภาคีเครือข่าย
ร่วมกิจกรรม


“สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราหลุดพ้นจากความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ของสังคม คือเรื่องการศึกษาและสาธารณสุข เมื่อใดก็ตามที่เด็กมีการศึกษาที่ดีหางานที่ดีได้มีชีวิตคุณภาพวงจรชีวิตจะดีขึ้น ความเหลื่อมล้ำก็จะลดลง แต่การศึกษาไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เอาเงินลงไปแล้วจบ เหมือนแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ใช้เงินสร้างเขื่อนสร้างอุโมงค์แล้วแก้น้ำท่วมได้ การศึกษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีทั้งเนื้อหา บุคลากร ครู ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้การศึกษาเราดีขึ้นได้ โครงการที่เราทำที่โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ในปีแรกจะเป็นต้นแบบที่ดี ประเมินให้มั่นใจก่อนขยายผลต่อในปีที่สอง การหาคอมพิวเตอร์จะจัดซื้อก็ได้ แต่การที่เรารับบริจาคแนวคิดคือเป็นการหาภาคีแนวร่วม เป็นโครงการที่ให้คนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนาการศึกษาได้ ไม่ใช่แต่พร่ำบ่นว่าอยากให้การศึกษาดีขึ้นแต่ไม่ได้ทำอะไร เชื่อว่าหลายออฟฟิศมีโน้ตบุ๊คที่ล่าสมัยไม่ได้ใช้งานอยู่มาก แค่เข้ามามีส่วนร่วมบริจาคเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วมาเป็นประโยชน์กับเด็ก บริษัทคุณก็จะมีส่วนในการพัฒนาการศึกษาของเรา จะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กได้ และดีต่อสิ่งแวดล้อมต่อโลกเราด้วย เป้าหมาย 130,000 เครื่อง เชื่อว่าไม่ยาก คนกรุงเทพฯมี 5 ล้าน ถ้า 1 ใน 10 คือ 5 แสน หรือ 1 แสน จะมาบริจาคก็ไม่ได้เยอะ ถือเป็นการมาช่วยกันกับ กทม. ก็ให้สำนักงานเขตไปหาความร่วมมือเอกชนในพื้นที่ เป็นการท้าทายแข่งเป็นเขตก็ได้ เอาเป้าปี 2566 นี้ก่อน 2,200 เครื่อง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ด้านนายศานนท์ เปิดเผยว่า โรงเรียนกทม.มีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 250,000 คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนรวมกว่า 130,000 คน เป็นเด็กที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นช่วงสำคัญ ในกรุงเทพฯ เรามีเด็กครึ่งหนึ่งที่อยู่ชั้นประถม 6 อยู่กับโรงเรียนกทม. เราจึงอยากให้เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้ใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องต่อไปมัธยมศึกษาด้วย 

ทั้งนี้ สำนักการศึกษาได้จัดทําโครงการพัฒนาห้องเรียนดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ สนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือให้โรงเรียนสังกัดกทม.ใช้สําหรับการผลิตสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล รองรับการจัดการเรียนการสอนและบูรณาการเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ โดยจัดหาอุปกรณ์สําหรับจัดทําสื่อการเรียนรู้และการสอนออนไลน์ของโรงเรียนให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล พร้อมส่งเสริมให้ครูได้ออกแบบการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายและจัดทําสื่อดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของนักเรียน นอกจากนี้ มีโครงการปันน้ําใจให้น้องได้เรียนรู้ จัดหาคอมพิวเตอร์พกพาโดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ โดยขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อใช้สําหรับจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนสังกัดกทม. และออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน นําร่อง 11 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนราชบพิธ (พระนคร), โรงเรียนบ้านบางกะปอ (บางกะปิ), โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ (บางเขน), โรงเรียนวัดดุสิตาราม (บางกอกน้อย), โรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน (ตลิ่งชัน), โรงเรียนวัดบางปะกอก(ราษฎร์บูรณะ), โรงเรียนวัดพิชัย (บึงกุ่ม), โรงเรียนวิชูทิศ (ดินแดง), โรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ (สวนหลวง), โรงเรียนตั้งพิรุฬห์ธรรม (ทวีวัฒนา) และโรงเรียนนาหลวง(ทุ่งครุ) 

สำนักการศึกษามีแผนดำเนินการ ปีงบประมาณ 2566-2569 ตั้งเป้าจัดหาคอมพิวเตอร์พกพาให้นักเรียนครอบคลุม 437 โรงเรียนสังกัดกทม. จำนวน 129,899 เครื่อง (ประมาณการจากจำนวนนักเรียนปีการศึกษา 2/2565) ในปี 2566 นำร่อง 11 โรงเรียน จำนวน 2,177 เครื่องเป้าหมาย 100 โรงเรียน จำนวน 12,500 เครื่อง ภายในปี 2567 ขยายต่อในปี 2568 เพิ่มอีก 43,642 เครื่อง ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทุกโรงเรียน และ ปี 2559 เป้าหมาย 71,580 เครื่อง สำหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4-6 และ มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ทุกโรงเรียนในสังกัดกทม.

กิจกรรมวันนี้เป็นการสร้างความเข้าใจในโครงการ ให้กับ 11 โรงเรียนนำร่อง โดยมีการบรรยายหัวข้อ ดิจิทัลเพื่อการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน, เรื่องเล่าแห่งความสําเร็จของโครงการห้องเรียนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร, ประสบการณ์นําร่องห้องเรียนดิจิทัลจากโรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์, การสร้างห้องเรียนออนไลน์ และ แนวทางการรับ-ส่งมอบโน้ตบุ๊คในโครงการปันน้ำใจให้น้องได้เรียนรู้ 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top