533.jpg
สกู๊ปพิเศษ : กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จัดเวทีรับฟัง  รวมความคิดเห็น แก้ไขปัญหาเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

สกู๊ปพิเศษ : กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จัดเวทีรับฟัง รวมความคิดเห็น แก้ไขปัญหาเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

วันจันทร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเวทีรับฟัง ความคิดเห็นสาธารณะ 4 ภูมิภาค เพื่อรวบรวมความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้าทางการศึกษา จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สู่การผลักดันนโยบายเร่งด่วนและการวางทิศทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 - 2570 ล่าสุด ในวันที่ 29มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ได้จัดเวทีเป็นครั้งที่ 2 ในภาคเหนือ ณ ห้องอิมพีเรียลบอลรูม โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีภาคีเครือข่ายนักขับเคลื่อนด้านการเรียนรู้ จากภาครัฐ/ท้องถิ่นภาควิชาการ/วิชาชีพ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเอกชน และภาคสื่อมวลชน เข้าร่วมจาก 13 จังหวัดในภาคเหนือ มากกว่า 120 คน นับเป็นก้าวสำคัญของการประกาศความร่วมมือเพื่อผลักดันการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในระดับภูมิภาค

นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาถือเป็นวาระสำคัญของจังหวัดที่มีความสำคัญ จังหวัดเชียงใหม่พร้อมที่จะสนับสนุนบทบาทของกสศ.ควบคู่ไปกับงานตาม Function ที่มีศึกษาธิการจังหวัด กศน. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ วันนี้ยังมีเด็กที่อยู่นอกระบบ เด็กพิการ ด้อยโอกาสอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องร่วมกันพาเด็กทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค โดยเฉพาะการแก้ปัญหา เด็กๆ ที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ห่างไกล จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร เด็กไม่จำเป็นต้องเดินทาง แต่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ เรื่องนี้เป็นวาระสำคัญของจังหวัดเพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมมือ สนับสนุน เด็กเยาวชนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา โดยเฉพาะที่อยู่พื้นที่ห่างไกล ด้อยโอกาส หรือมีสถานะการเงินไม่ดี วันนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชน ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน สร้างเด็กให้มีคุณภาพ เราสร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชนมีอาชีพมั่นคง เพื่อสร้างเชียงใหม่เป็นเมืองคุณภาพ ซึ่งการที่คนจะมีคุณภาพดี หมายถึงต้องมีการศึกษาดีก่อน ผมมองว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในเรื่องปูพื้นฐานชีวิตคนคนหนึ่ง เพื่อก้าวสู่การมีอาชีพที่ดี ความเป็นอยู่ที่ดี คนเราถ้ามีการศึกษาดี จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น กระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยที่เกี่ยวข้องต้องร่วมแรงร่วมใจ เราปล่อยให้เด็กโดดเดี่ยว เสียโอกาสไม่ได้อีกต่อไป


นายชาตรี ม่วงสว่าง ศึกษาธิการภาค 15 กล่าวว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ 4 จังหวัดที่ดูแล ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน เป็นวาระที่ทุกคนในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วม ภาครัฐ เอกชน ทุกส่วนทำงานร่วมกับกสศ. ในการรวมพลังทรัพยากร กระทรวงศึกษาในพื้นที่พร้อมขับเคลื่อนดูแล ดำเนินการ ทุกภาคส่วน ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน กศจ. การขับเคลื่อนเรื่องนี้เป็นทิศทางเดียวกัน กสศ.ทำงานร่วมกันผ่านกลไกตรงนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ไปถึงเด็กและเยาวชนโดยตรง

ความเหลื่อมล้ำที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดคือ การขาดช่องทางเข้าถึงการศึกษาที่มีความหลากหลายเด็กหลุดจากระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ด้วยจากภาวะเศรษฐกิจ หน่วยงานเข้าไปไม่ถึง ดังนั้นต้องช่วยกันสนับสนุนให้เด็กๆ มีช่องทางการศึกษาที่หลากหลาย มีทางเลือก มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาค

อาจารย์ทวีศักดิ์ ธิมา โรงเรียนแม่ตะละวิทยา เชียงราย กล่าวว่า สำหรับเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลต้องเริ่มต้นจากโอกาสในการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานการศึกษาที่เท่าเทียม พื้นราบถกเถียงกันเรื่อง อินเตอร์เนตความเร็วสูง แต่เด็กๆ บนดอยยังไม่มีทั้งไฟฟ้า อินเตอร์เนต สื่อการเรียนการสอนที่ใช้อยู่ในโรงเรียนเป็นสื่อออฟไลน์สื่อกระดาษทั้งหมด สวนทางกับการศึกษาสมัยนี้ เด็กไม่สามารถเข้าถึงโลกดิจิทัลได้เลย ขอให้รัฐลงทุนเรื่องอินเตอร์เนตบนพื้นที่ห่างไกล แม้จะเป็นการลงทุนที่สูงแต่เพื่อให้ได้ทรัพยากรทางการเรียนรู้ที่เท่าเทียม นั้นคุ้มค่า นอกจากนี้ ควรมีวิธีการจัดสรรเงินรายหัวใหม่ ที่คำนึงถึงความแตกต่างของพื้นที่ การเดินทาง ใช้ข้อมูลแวดล้อมในการพิจารณา

นายสายัญ โพธิ์สุวรรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 กล่าวว่า หลักประกันเรื่องทรัพยากรการศึกษานั้นสำคัญมาก ปัญหาสำคัญที่ผ่านมา เช่น 1.นักเรียนชั้นมัธยมต้น อาหารกลางวันยังไม่ได้ 2.การอุดหนุนงบประมาณ/ทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ 3.โรงเรียนพื้นที่สูงห่างไกลหรือเกาะแก่ง เข้าไม่ถึงอินเตอร์เนต ไฟฟ้า ถ้าให้ดีที่สุด ควรปรับระเบียบแนวปฏิบัติ กำหนดสิทธิ เด็กมัธยมต้นทุกคนต้องได้รับค่าอาหารกลางวัน ปรับสูตรจัดสรรงบประมาณที่เสมอภาค เพื่อช่วยโรงเรียนพื้นที่ยากลำบาก โรงเรียนที่ดูแลเด็กเปราะบางหรือแม้แต่คนจนเมืองก็มีบริบทที่แตกต่าง รวมถึงการเติมครูให้พอ และมีกลไกในการพัฒนาครู ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาขนาดใหญ่ ถ้าเรารอจากระบบนานมาก เกินกำลังฝ่ายรัฐแบกไว้ ต้องสนับสนุนการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย เข้ามาช่วยกัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top