วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569
นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีนายชูศักดิ์ ราชบุรี รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง จ.ร้อยเอ็ด ว่าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง กรมชลประทาน ได้มีแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด จากสาเหตุร่องมรสุมพาดผ่านทำให้ฝนตกหนักส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำชีสูงขึ้น รวมถึงมวลน้ำระบายจากเขื่อนลำปาว และเขื่อนอุบลรัตน์ทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร โดยการระดมกำลังสถานีสูบน้ำ 4 สถานี สูบน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรที่เกิดน้ำท่วมขัง ประกอบด้วย 1.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ประตูระบายน้ำกุดเชียงสา จ.มหาสารคาม สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ 3,500 ไร่ 2.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ประตูระบายน้ำกุดเชียงบัง จ.ร้อยเอ็ด สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ 3,500 ไร่ 3.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ประตูระบายน้ำห้วยปากบุ่ง จ.ร้อยเอ็ด สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ 5,000 ไร่ และ 4.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ประตูระบายน้ำห้วยน้ำเค็ม จ.ร้อยเอ็ด สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ 3,000 ไร่ รวมสามารถสูบน้ำได้ 117.26 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งดำเนินการกำจัดสิ่งขีดขวางทางน้ำบริเวณหน้าเขื่อนระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก
นายไชยากล่าวถึงการแก้ปัญหาอุทกภัย ว่าได้มอบหมายกรมชลประทาน ศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อการแก้ปัญหาระยะยาว รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา การฟื้นฟูเยียวยาแบบบูรณาการ โดยพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ส่วนช่วงฤดูแล้ง มอบหมายกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงฯ ที่สนามบินร้อยเอ็ด เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี