542.jpg
ย้ายอีกระลอก จ่อฟันขรก.สีเทาโยงแก๊งคอลฯ นายกฯลุย‘สระแก้ว’28ก.พ.นี้

ย้ายอีกระลอก จ่อฟันขรก.สีเทาโยงแก๊งคอลฯ นายกฯลุย‘สระแก้ว’28ก.พ.นี้

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.30 น.
Tag :

นายกฯประกาศกร้าวลุยปิดจ๊อบแก๊งคอลฯ “ไม่จบ ไม่เลิก”สั่งจัดการเด็ดขาด ดีเดย์ 28 กุมภาพันธ์ ลงสระแก้วตรงข้ามปอยเปตติดตามสถานการณ์

ด้าน “ภูมิธรรม”รายงานครม.มาตรการปราบแก๊งคอลฯจับมือ 3 ปท.ได้ผลดี แย้มอาจมีลงดาบขรก.เอี่ยวแก๊งคอลอีกระลอก ห่วงผึ้งแตกรังทำลักเข้าไทย หลังฝั่งเมียนมากวาดแก็งคอลฯมาได้แล้ว เกิดดูแลไม่ไหวช่วงคัดกรองก่อนส่งตัว ชี้อยากเร่งให้เสร็จพรุ่งนี้เหมือนกัน จ่อลงพื้นที่ชายแดนกัมพูชาดูความพร้อมรับตัวคนไทย เผยจับตัวการแก๊งคอลได้ หลังใช้ช่องทางธรรมชาติเข้าประเทศ เตรียมขยายผลหาเครือข่าย ขณะที่ดีอีส่งสายตรวจชายแดน เจอสัญญาณเน็ตข้ามฝั่งตัดทันที


เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุมได้มีข้อสรุปการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีการรายงานเรื่องการซีลพื้นที่ชายแดน 14 จังหวัดมีผู้ถูกจับกุมจำนวนมาก และได้รับความร่วมมือจากจีนและเมียนมาเป็นอย่างดี ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รายงานการรื้อถอนเสาสัญญาณบริเวณชายแดน

นายกฯลั่นปราบแก๊งคอลไม่จบไม่เลิก

นายกฯยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจัดการอย่างจริงจัง ทั้งในส่วนของไทยและประเทศอื่นไม่ว่าจะเป็นจีน เมียนมา กัมพูชา เราทำอย่างจริงจัง โดยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ตนจะลงพื้นที่จ.สระแก้วไปดูพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้หมดไปจากประเทศไทยโดยเร็ว เพราะเราพูดกันว่าเรื่องนี้ไม่จบไม่เลิก ต้องทำอย่างจริงจังต่อเนื่อง จัดการเด็ดขาด ตอนนี้ต่างประเทศร่วมมืออย่างดี เราพูดได้อย่างเต็มปากว่าไทยจัดการอย่างจริงจังและอาจเป็นประโยชน์ต่อประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ระบุว่าไม่จบไม่เลิกแต่เหมือนเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เครือข่ายเยอะทุกประเทศ เราแค่พูดฝั่งของเราแต่ทุกประเทศทั่วโลกโดนเรื่องคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์เยอะมาก เราต้องให้ความสำคัญที่ประเทศเราและเพื่อนบ้านก่อนไม่เช่นนั้นจะไม่ทราบว่าเริ่มจากตรงไหน ตอนนี้ได้ความร่วมมือจากประเทศที่ได้พูดคุยดีมาก

เล็งฟันอีกล็อตขรก.เอี่ยวแก็งคอล

ด้านนายจิรายุห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงว่าในที่ประชุมครม.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมรายงานว่าชายแดนฝั่งตะวันตกที่อ.แม่สอด จ.ตากได้ผลน่าพอใจ ได้ดำเนินการในส่วนข้าราชการที่เกี่ยวข้องลงโทษด้วยการโยกย้ายและตั้งกรรมการสอบเพื่อเอาผิดไปจำนวนหนึ่งแล้ว ขณะเดียวกันฝ่ายสืบสวนคณะทำงานได้ติดตามตรวจสอบขยายผลว่ามีข้าราชการคนใดไปมีส่วนเกี่ยวข้องอีกบ้าง พบว่ายังมีอีกไม่น้อยกำลังรวบรวมเพื่อออกคำสั่งและลงโทษต่อไป

นายจิรายุกล่าวต่อว่า นายภูมิธรรมยังรายงานการประสานงานกับประเทศเมียนมาได้รับการตอบรับอย่างดี ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานการส่งผู้ต้องสงสัยจำนวนมากที่ฝั่งเมียนมาจับกุมมาหลายพันคน เป็นคนหลากหลายสัญชาติ ไม่เหมือนกับจีนที่เมื่อคัดกรองทำประวัติเสร็จ ทางการจีนส่งเครื่องบินมารับได้ ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ประสานงานใกล้ชิดเพื่อคัดกรองและแยกสัญชาติของกลุ่มคนเหล่านี้เพื่อแจ้งประเทศนั้นๆต่อไป ส่วนที่กัมพูชาได้รับการประสานงานจากรัฐบาลกัมพูชาและการออกกวาดล้างจับกุม ซึ่งได้รับความร่วมมือที่ดีระหว่างสองประเทศ และจะนำมารายงานในที่ประชุมครม.ต่อไป

ดีอีส่งรถสายตรวจสแกนมือถือ

ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)รายงานว่าขณะนี้ดำเนินการในส่วนการตัดสัญญาณสื่อสารที่ผิดกฎหมายทุกแนวชายแดนที่มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่แล้ว และยังสั่งการให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งของรัฐและเอกชนร่วมกันตรวจสอบ พร้อมทั้งลดความสูงของเสาส่งสัญญาณหันสายอากาศกลับเข้ามาในประเทศไทย ยังจัดรถสายตรวจเพื่อสแกนความถี่โทรศัพท์มือถือ หากเป็นสัญญาณต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ก็จะบล็อกสัญญาณทันที

บิ๊กอ้วนห่วง7พันคนทะลักเข้าไทย

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวถึงกรณีการส่งตัวคนจีนจากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาล็อต2 ว่า ขณะนี้ทุกอย่างกำลังทำหน้าที่กระบวนการทางฝ่ายเมียนมาน่าจะจบลงได้เร็ว เพราะกำลังจะประชุมไตรภาคีเร็วๆนี้ ซึ่งตนได้หารือกับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าจะประชุมเร็วๆนี้ กำลังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้มีคนที่อยู่ในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาเพิ่มขึ้นมากจริง เรากำลังพิจารณาอยู่ เพราะสิ่งที่เราเป็นห่วงจำนวนคนที่ล้นอยู่ 7,000 คนถ้าเกิดส่วนที่ดูแลเอาไว้ไม่อยู่ เขาปล่อยทิ้งจะเป็นปัญหาที่ยุ่งยากกับเรา อันนี้อาจต้องมีกระบวนการพิจารณา หาทางประสานกับหน่วยงานต่างๆให้เร็วขึ้น

ลุยชายแดนไทยเขมรรับตัวแก๊งคอลฯ

นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ตนได้หารือรมว.ต่างประเทศ อยากให้ประสานประเทศต่างๆ มารับตัวไป ซึ่งจีนกำลังพิจารณาอยู่ ต้องตรวจสอบไบโอเมตทริกซ์ให้ชัดเจน และมีกระบวนการแยกคัดกรอง ถ้าเป็นไปได้จะประสานงานและส่งกลับเพิ่มอีก ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศพร้อมแค่ไหนอย่างไร และขณะนี้ได้เตรียมการที่จังหวัดสระแก้วเพื่อรับตัวคนไทยจากปอยเปต ประเทศกัมพูชา หลังจากสัปดาห์ที่แล้วตนส่งพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตจเรตำรวจแห่งชาติที่ดูแลเรื่องนี้ไปพบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา จึงเกิดการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขึ้น และช่วยคนไทยได้จำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ถูกส่งตัวกลับมาอยู่ระหว่างขบวนการคัดกรองว่าเป็นเหยื่อหรือเป็นผู้มีส่วนร่วมประกอบอาชญากรรมระหว่างประเทศ เชื่อว่าน่าจะได้ข่าวดีเร็วๆนี้ และที่กัมพูชายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำอยู่ระหว่างประสานงาน เรื่องนี้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลกัมพูชากับรัฐบาลไทยคุยกันแล้ว คิดว่าน่าจะมีข่าวดีที่จะดำเนินการต่อ ซึ่งวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ตนจะไปชายแดนไทย-กัมพูชา ดูความพร้อมรองรับการแตกของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะตอนนี้มีการกระจายตัวใช้เส้นทางธรรมชาติ ใช้ทั้งรถไฟ รถทัวร์ หนีออกไปในจุดต่างๆ ซึ่งเราวางกำลังจับกุมตัวได้บ้างแล้ว เป็นระดับที่มีบทบาทในแก๊งคอลเซ็นเตอร์

อินโดฯ-เอธิโอเปียรอส่งตัวกลับปท.

ส่วนกรณีประเทศอินโดนีเซียประสานมารับตัวชาวอินโดนีเซีย 210 คนในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา นายภูมิธรรมเผยว่า เป็นไปตามนโยบายที่ประสานมาตั้งแต่ต้นว่าเราจะดำเนินการ แต่ยืนยันว่าจะไม่ให้เดินทางเข้าไทยจนกว่าจะมีคนมารับ เพราะเข้ามาแล้วต้องมาอยู่ในส่วนกลางให้เรารับผิดชอบ ถ้าอินโดนีเซียนัดเมียนมาตรวจคัดกรองเรียบร้อย ทำทุกอย่างเสร็จตามกระบวนการตามกฏหมายก็ส่งตัวได้เลย

กรณีชาวเอธิโอเปียยังตกค้างอยู่ในไทยและยังอยู่ที่มณฑลทหารบก 310 นั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า หากเข้ามาไทยต้องถูกส่งตัวไปแล้ว ถ้ายังไม่เข้ามาก็ยังไม่มีใครมารับ เพราะในส่วนคนในทวีปแอฟริกาค่อนข้างลำบาก เพราะไม่มีสถานทูตอยู่ในประเทศไทย จึงต้องประสานกัน หากระบวนการส่งตัวกลับประเทศคืน เพราะเราไม่ต้องการให้ความแตกตื่นตรงนั้นรุนแรง ถึงขั้นคนที่ดูแลแบกรับไม่ไหว และปล่อยกระจาย จะกลายเป็นปัญหาภายในของเรา

“ตอนนี้เรากำลังสกัดชายแดนทั้งหมด ตามนโยบาย Seal Stop Safe จึงพยามตรึงชายแดนไว้ หากส่วนใดที่เราปล่อยได้ เราก็จะคัดกรอง แต่ส่วนที่เป็นคนโยงใยไปถึงผู้ดำเนินการเราก็จะคัดกรองไว้อีก ขณะนี้กำลังโยนส่วนต่างๆ ให้มาถึงตัวในประเทศไทยด้วย เพราะมีบางส่วนเป็นเครือข่ายของคนไทย จึงขอดูรายละเอียดแล้วเราจะดำเนินการ”นายภูมิธรรมกล่าว และยืนยันว่า ถึงวันนี้เราพิสูจน์ให้เห็นเราจริงจังอย่างที่เมียนมาต้องจบไป ซึ่งกระบวนการ 3 ตัดเราจะทำต่อเนื่อง ซึ่งเมียนมาต้องทำให้เราเห็นว่าดำเนินการจริงจัง จากที่เราตรวจสอบดูเมียนมาจริงจัง อย่างพื้นที่พญาตองซูก็จัดการเต็มที่ขีดเส้นตายชัดเจน ส่วนด้านจ.ตากเท่าที่เราดูมีการกวาดล้างในพื้นที่ให้เราเห็น

เล็งถกไตรภาคีต้นสัปดาห์หน้า

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงการประชุมไตรภาคีระหว่าง ไทย-เมียนมา-จีน ในต้นสัปดาห์หน้า ตอนนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานอยู่โดยมีตัวแทนระดับปฏิบัติการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร กระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทยมีหลายหน่วยงานที่ต้องมาตกลงกัน เพื่อจะไม่ได้เกิดบรรยากาศว่าอันนี้ของใคร ใครมีอำนาจ ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่ายาก ใครมีอำนาจเปิดก็มีอำนาจปิดเท่านั้นเอง แต่เมื่อมีปัญหาความไม่ชัดเจนก็ต้องเรียกมาอีกครั้ง และถ้าพบว่ายังมีปัญหาก็เอาออกจากพื้นที่ได้อีก ตนกำลังเล็งอยู่เหมือนกัน

นายภูมิธรรมย้ำว่า จะรีบทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ให้สถานเอกอัครราชทูตของประเทศต่างๆเร่งดำเนินการ เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยประสานขอความช่วยเหลือเราส่วนกรอบระยะเวลาดำเนินการเท่าใดนั้น ตนอยากให้จบภายในวันพรุ่งนี้ อยากเร่งให้จบ ก็กลัวเหมือนกันว่าหากปล่อยไม่รีบดำเนินการ จะมีปัญหาว่าเขารับไม่ไหว อาจปล่อยเป็นผึ้งแตกรัง เราจะปวดหัว เพราะเส้นทางธรรมชาติมีจำนวนมาก มีสิทธิ์เข้ามาได้ กำลังทำอย่างเต็มที่ ปัญหาตอนนี้คือการกระจายคนอื่นและคัดกรองคนที่เป็นคนผิดให้ได้ เพราะการคัดกรองคนผิดทำให้เราขยายเครือข่ายไปถึงตอนนี้ถือว่าได้ผลดีพอสมควร `ส่วนความคืบหน้าการตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ระหว่างประเทศนั้น ทำรายละเอียดอยู่ คาดว่า 1-2 วันนี้จะได้เห็น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top