‘โฆษก DSI’นำทีมประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดี‘ตึก สตง.’ถล่ม หารือความคืบหน้าสำคัญ หลังก่อนหน้านี้ลุยยึดของกลางกว่า 121 ลัง-ถกความผิดฮั้วประมูล-มาตรฐานอุตสาหกรรม ระบุเตรียมสรุปสำนวนคดีนอมินีภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ ส่วน‘นายทุนจีน’อยู่ระหว่างสอบสวนหาความเกี่ยวข้อง‘ไชน่า เรลเวย์ฯ’
จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 32/2568 ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือคดีนอมินี บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการออกหมายเรียกพยานวิศวกรภายใต้กิจการร่วมค้า PKW จำนวน 40 ราย เข้าให้ปากคำชี้แจงกรณีมีรายชื่อและลายเซ็นปรากฏในเอกสารควบคุมงานตึก สตง. ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.68-2 พ.ค.68 สรุปผลการให้ปากคำ แบ่งเป็นยอมรับว่าเซ็นควบคุมงานตึก สตง.จริง จำนวน 8 ราย และให้การว่าถูกปลอมลายเซ็น จำนวน 30 ราย ปัจจุบันพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างคัดแยกถ้อยคำให้การของพยานวิศวกร เพื่อพิจารณานำเข้าสำนวนคดีนอมินี ก่อนสรุปสำนวน มีความเห็นทางคดีส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในกรอบเวลาสิ้นเดือน พ.ค. ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันที่ 15 พ.ค.68 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 1 อาคารกรมสอบ สวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เป็นประธานในที่ประชุม เปิดเผยก่อนการประชุมว่า สำหรับการประชุมวันนี้ คือ การประชุมครั้งที่ 6/2568 ตั้งแต่เรามีการรับคดีมา ก็จะเป็นเรื่องของการติดตามความคืบหน้าประเด็นที่ได้มีการสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนอมินี หรือประเด็นข้อกฎหมายฮั้วประมูล รวมถึงประเด็นมาตรฐานอุตสาหกรรม ก็จะได้ให้คณะย่อยที่ได้รับมอบหมายแต่ละภารกิจมาสรุปข้อเท็จจริงความคืบหน้าให้รับทราบ โดยเฉพาะประเด็นคดีนอมินี ที่เราได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ จึงต้องรีบตรวจพยานหลักฐาน เพื่อจะได้สรุปสำนวนมีความเห็นทางคดี จะได้ดูว่าคดีคืบหน้าถึงไหนบ้าง
นอกจากนี้ ในเรื่องกฎหมายฮั้วประมูล ก็จะได้มาดูว่าข้อเท็จจริงมีพยานหลักฐานอย่างไร จะต้องดำเนินการอะไรต่อ และที่สำคัญ คือ สิ่งของที่เรามีการไปตรวจยึดมา ก็ได้มีการคัดแยกไปพอสมควรแล้ว ก็จะต้องดูว่าสิ่งของไหนที่จะมีมติให้เป็นของกลางในคดี แต่ถ้าไม่เกี่ยวข้องก็ต้องคืน
พ.ต.ต.วรณัน เผยอีกว่า ส่วนก่อนหน้านี้ที่ดีเอสไอได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา 4 ราย และฝากขังศาลผัดแรก รวมถึงต้องเร่งสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษให้ทันกรอบเวลาการฝากขังผัดที่ 4 สำหรับผู้ต้องหาล็อตแรกนั้น ตนเรียนว่าต้องเร่งทำให้ทัน เนื่องจากมีการควบคุมตัว ก็ต้องเร่งดำเนินการ และในการสอบสวน เรามีการรวบรวมพยานหลักฐานมาพอสมควรแล้ว จึงมีการแจ้งข้อกล่าวหา กระบวนการหลังจากนี้คือต้องให้ผู้ต้องหามาแก้ข้อกล่าวหา แต่ตอนนี้ผู้ต้องหายังไม่ได้นำพยานหลักฐานมาชี้แจงหักล้าง ซึ่งถ้าท่านสละสิทธิ์ไม่มาชี้แจง ดีเอสไอก็ต้องรับฟังจากพยานหลักฐานที่มี ดังนั้น กรอบเวลาที่จะสรุปสำนวนคดีนอมินีให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ จะอยู่ประมาณสิ้นเดือน พ.ค.
พ.ต.ต.วรณัน เผยต่อว่า กรณีของนายบินลิง วู ซึ่งเป็นนายทุนชาวจีน ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้อง และพฤติกรรมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับเขา หากมีความคืบหน้าเรื่องหมายเรียกผู้ต้องหาหรือหมายเรียกพยาน จะได้รายงานความคืบหน้าให้รับทราบต่อไป
พ.ต.ต.วรณัน เผยด้วยว่า เอกสารที่ดีเอสไอดูในวันนี้ ถ้าเป็นรายการจากตรวจยึดจากไซต์งานชั่วคราว สตง. ก็ประมาณ 121 ลัง แต่ว่าตนต้องขอบคุณหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องที่มาช่วยคัดแยกเอกสารว่าอะไรควรนำเข้าสำนวนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารภาพรวมอย่าง เอกสารการก่อสร้าง การควบคุมงาน การออกแบบ ส่วนความชัดเจนตอนนี้ว่าพบหรือไม่ ว่าส่วนไหน ปัจจัยไหนกันแน่ที่ทำให้ตึก สตง.พังถล่มนั้น ตนขอฟังรายละเอียดในที่ประชุมวันนี้ก่อน เพราะมันเกี่ยวกับ 3 เรื่อง คือ คดีนอมินีจบหรือยัง คดีฮั้วประมูลจะไปอย่างไรต่อ และมาตรฐานอุตสาหกรรม มีเข้ามาหรือยัง แล้วจะไปอย่างไรต่อ ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดที่ต้องหารือในที่ประชุมวันนี้
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี