วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
‘ตม.สงขลา-สืบเพชรบูรณ์’รวบ‘ม้า’รับส่งเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ อึ้งปีหน้ามีงานรอแล้ว
1 มกราคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต. ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 , พล.ต.ต.สารนัย คงเมือง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์. , พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา , พ.ต.อ.ธีรพงศ์ ผลนาค ผกก.สภ.หล่มเก่า , พ.ต.อ.เอกลักษณ์ จิตชาญวิชัย ผกก.สส.ภ.จว.เพชรบูรณ์ สั่งการให้ชุดสืบสวน ตม.จว.สงขลา ร่วมกับ สภ.หล่มเก่า และ กก.สส.ภ.จว.เพชรบูรณ์ จับกุมหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ คาโรงแรมกลางเมืองหาดใหญ่ หลังพยายามหลบหนีกลับไปประเทศมาเลเซีย
คดีนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายเป็นข้าราชการบำนาญรายหนึ่ง ถูกกลุ่มคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าเชื่อมโยงคดียาเสพติดและคดีฟอกเงิน ก่อนหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลต่าง ๆ มากกว่า 11 บัญชี รวมเป็นเงินกว่า 400,000 บาท
นอกจากนี้ยังถูกกดดันจากกลุ่มคนร้ายให้กู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์เพิ่มเติมอีก 600,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าประกันตัว ก่อนนำเงินสดมามอบให้ชายคนหนึ่งซึ่งแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท หลังจากนั้นคนร้ายพยายามกดดันให้หาเงินมาเพิ่มอีกจนผู้เสียหายเชื่อว่าถูกขบวนการคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง จึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.หล่มเก่า เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ

ต่อมา ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ร่วมกับ สภ.หล่มเก่า แกะรอยจนสืบทราบว่าชายต้องสงสัยที่มารับเงินสดจากผู้เสียหาย คือ นายเฟบบี้ (นามสมติ) อายุ 19 ปี สัญชาติมาเลเซีย จึงรวบรวมพยานหลักฐาน จนกระทั่งศาลจังหวัดหล่มสักออกหมายจับ ข้อหาสนับสนุนในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น และสนับสนุนฐานความผิดร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2568
จากการสืบสวนพบว่า หลังก่อเหตุนายเฟบบี้ หลบหนีมาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทาง กก.สส.ภ.จว.เพชรบูรณ์ จึงประสาน พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา และ พ.ต.ท.ฐิติวัฒน์ ฤชานุกูล รอง ผกก.ตม.จว.สงขลา นำกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบพบผู้ต้องหาจนนำไปสู่การจับกุมตามหมายจับข้างต้น
ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้เดินทางไปรับเงินสดจากผู้เสียหายที่จังหวัดเพชรบูรณ์จริง แต่ไม่ทราบว่าเป็นเงินค่าอะไร หลังจากรับเงินแล้วนำมามอบให้หัวหน้าขบวนการเป็นชายชาติเดียวกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ กทม. แลกกับค่าดำเนินการ 1,000 ริงกิต หรือประมาณ 7,500 บาท หลังก่อเหตุเดินทางมาพักที่ อ.หาดใหญ่ เนื่องจากได้ติดต่อให้คนมารับเพื่อเตรียมหลบหนีกลับประเทศมาเลเซีย หากไม่ถูกจับกุมเสียก่อนในปีหน้าหัวหน้าขบวนการแจ้งว่าจะจ้างให้ไปรับเงินสดในลักษณะเดียวกันที่ประเทศญี่ปุ่น
เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า เครือข่ายดังกล่าวเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีความสามารถในการบริหารเงินที่ได้จากการหลอกลวงหลายรูปแบบเพื่ออำพรางความผิด รวมไปถึงสามารถหลอกคนได้หลายสัญชาติทั่วโลก หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หล่มเก่า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะขยายผลการสืบสวนต่อไป
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี