วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569
สยบแผนจับตัวประกันออนไลน์! สืบเมืองอุดรฯบุกช่วย นศ.สาวปี 1 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์จัดฉากขู่พัวพันคดีฟอกเงิน ลวงกักตัวเองในโรงแรม ก่อนโทรขู่แม่รีดค่าไถ่แสนสี่ ตร.ชี้มิจฉาชีพยุคใหม่ใช้จิตวิทยาตัดขาดเหยื่อจากโลกภายนอก
วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.อุดรธานี และ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการเชิงรุกของชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ในการเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจากขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ ที่ใช้กลอุบายข่มขู่ทำลายจิตวิทยาข่มขู่เหยื่อ และสร้างสถานการณ์ว่ามีการเรียกค่าไถ่จากผู้ปกครอง
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ‘น้องดาว’ (นามสมมุติ) นักศึกษาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี ได้รับสายโทรศัพท์จากบุคคลลึกลับอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัท เอไอเอส (AIS) แจ้งข้อมูลเท็จว่า หมายเลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์ของเธอถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ก่อเหตุหลอกลวงผู้อื่น จากนั้นทำทีหวังดีแนะนำให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยให้ชื่อผู้กำกับการสถานีตำรวจที่มีตัวตนอยู่จริงในระบบราชการ แต่ให้ใช้หมายเลขโทรศัพท์ปลอมที่ตั้งค่าขึ้นมา
เมื่อน้องดาวลองค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและพบว่าชื่อของนายตำรวจคนดังกล่าวมีตัวตนจริง จึงหลงเชื่อสนิทใจและติดต่อกลับไปตามเบอร์ที่คนร้ายให้ไว้ จากนั้นคนร้ายได้หว่านล้อมให้แอดไลน์บัญชีชื่อ ‘สถานีตำรวจภูธรนางรอง’ ก่อนจะวิดีโอคอลหาเหยื่อ ซึ่งปลายสายมีการจัดฉากห้องทำงานอย่างแนบเนียน มีคนแต่งกายคล้ายตำรวจเดินไปมา และเปิดเสียงวิทยุสื่อสารคลออยู่ตลอดเวลา

คนร้ายได้ส่งเอกสารปลอม ทั้งหมายจับ หมายศาล และหนังสืออายัดทรัพย์สินมาข่มขู่ โดยอ้างว่าน้องดาวมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงินระดับข้ามชาติ หากไม่ให้ความร่วมมือจะถูกจับกุมดำเนินคดีและยึดทรัพย์สินทั้งหมด ด้วยความตื่นตระหนกและตกใจกลัว เหยื่อจึงยอมปฏิบัติตามคำสั่งของคนร้ายทุกประการ ตั้งแต่การเปิดวิดีโอคอลทิ้งไว้ตลอดเวลา ห้ามวางสาย และห้ามติดต่อกับคนในครอบครัวเด็ดขาด
หลังจากควบคุมพฤติกรรมของเหยื่อได้แล้ว คนร้ายสั่งให้น้องดาวไปนำสร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ และเครื่องประดับของผู้เป็นมารดา น้ำหนักรวมประมาณ 2.5–3 บาท (มูลค่ากว่า 140,000 บาท) ไปขายที่ร้านทอง ก่อนจะโอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพ
เมื่อได้เงินงวดแรกไปแล้วคนร้ายยังไม่หยุด ได้สั่งการให้น้องดาวเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันเพื่อเดินทางไปเปิดห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี โดยกำชับอย่างเด็ดขาดห้ามออกจากห้องพักและห้ามติดต่อกับใคร โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนการคุ้มครองพยานและตรวจสอบเส้นทางการเงินของตำรวจ

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้สวมรอยโทรศัพท์ไปหาผู้เป็นมารดาของน้องดาวทันที โดยอ้างว่า ‘ลูกสาวถูกจับตัวไว้เป็นตัวประกันเนื่องจากติดหนี้สิน หากต้องการให้ปล่อยตัวอย่างปลอดภัย ต้องโอนเงินค่าไถ่จำนวน 140,000 บาทมาให้’ เมื่อมารดาพยายามโทรศัพท์ติดต่อหาลูกสาวแต่ไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากสายติดวิดีโอคอลอยู่ จึงเกิดความทะลุปรนเปรอใจ รุดเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา
พ.ต.ต.บันเทิง ทัพโยธา สว.(สส.) สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยถึงวินาทีการเข้าคลี่คลายสถานการณ์ว่า หลังจากรับแจ้งเหตุร้ายจากผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิเคราะห์พฤติกรรมทันที โดยแนะนำให้แม่ทำทีเป็นต่อรองกับคนร้ายเพื่อขอพูดสายกับลูกสาว แต่คนร้ายกลับบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมให้คุยสาย ทำให้ชุดสืบสวนมั่นใจว่าคดีนี้ไม่ใช่การลักพาตัวเรียกค่าไถ่ทางกายภาพ แต่เป็นภัยไซเบอร์รูปแบบ ‘กักขังออนไลน์’ ที่หลอกให้เหยื่อซ่อนตัวชั่วคราว
ชุดสืบสวนจึงแกะรอยอย่างเร่งด่วนจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง จนพบว่ารถกระบะสีขาวที่เหยื่อโดยสารไปนั้นเป็นเพียงรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน จากนั้นทีมเทคนิคได้แกะรอยพิกัดจากระบบออนไลน์และสื่อสังคมออนไลน์ จนกระทั่งทราบแน่ชัดว่าเหยื่อแอบมากักตัวเองอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตำบลหมากแข้ง

กำลังเจ้าหน้าที่จึงรุดเดินทางไปยังโรงแรมดังกล่าว และได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าตรวจสอบ เมื่อเปิดห้องเข้าไปพบ ‘น้องดาว’ นั่งอยู่เพียงลำพังในอาการตื่นตระหนก โดยบนเตียงนอนมีแท็บเล็ต (iPad) ตั้งเปิดวิดีโอคอลค้างไว้ ซึ่งปลายสายมิจฉาชีพกำลังส่งเสียงสั่งการไม่ให้เธอคุยกับใคร เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าควบคุมสถานการณ์ ตัดการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตทันที และสามารถช่วยเหลือตัวเหยื่อออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่ผู้ปกครองจะหลงกลโอนเงินค่าไถ่ซ้ำสอง
พ.ต.ต.บันเทิง กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้วิธีการที่ซับซ้อนขึ้น นำข้อมูลจริงของส่วนราชการและรายชื่อตำรวจที่มีอยู่จริงมาแอบอ้างเพื่อสร้างความสมจริง ผนวกกับการใช้หลักจิตวิทยาความกลัวเข้าข่มขู่ เล่นงานเด็กวัยรุ่นหรือนักศึกษาที่ยังอ่อนประสบการณ์ชีวิต
ทาง สภ.เมืองอุดรธานี จึงขอฝากเตือนภัยไปยังประชาชนและเยาวชนทุกคนว่า หากมีโทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ค่ายมือถือ หรือ ปปง. แล้วมีการกล่าวหาว่าทำความผิด พร้อมสั่งห้ามบอกคนในครอบครัวและสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ ขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่าเป็นมิจฉาชีพ 100% เนื่องจากหน่วยงานราชการและกระบวนการยุติธรรมของไทย ไม่มีนโยบายในการแจ้งข้อกล่าวหา สอบสวน หรือสั่งให้โอนเงินตรวจสอบผ่านช่องทางโทรศัพท์หรือแอปพลิเคชันไลน์อย่างเด็ดขาด หากพบเหตุสงสัยให้ตัดสายทิ้งและเดินทางไปตรวจสอบที่สถานีตำรวจใกล้บ้านทันที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี