533.jpg
ตร.ภาค 9 บุกเชียงใหม่! รวบแก๊งแฮกอีเมลคู่ค้าธุรกิจ หลอกเงินสูญเฉียด 2 ล้านบาท

ตร.ภาค 9 บุกเชียงใหม่! รวบแก๊งแฮกอีเมลคู่ค้าธุรกิจ หลอกเงินสูญเฉียด 2 ล้านบาท

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.25 น.

ตร.ภาค 9 บินลัดฟ้าบุกเชียงใหม่! ทลายแก๊งแฮกอีเมลสวมรอยคู่ค้าธุรกิจ หลอก 2 บริษัทโลจิสติกส์โอนเงินสูญเฉียด 2 ล้านบาท รวบแล้ว 3 ราย เร่งล่าอีก 2 ราย

วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์กรณีกลุ่มมิจฉาชีพแฮกข้อมูลระบบสื่อสารขององค์กรธุรกิจ ล่าสุด พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 นำกำลังชุดสืบสวน บก.สส.ภ.9 เปิดปฏิบัติการ "บินลัดฟ้า" เดินทางข้ามภาคไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการ PCT5 และตำรวจภูธรภาค 5


การเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากศาลจังหวัดนาทวีได้อนุมัติออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ก่อนที่กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะสามารถเข้าล็อกตัวและจับกุมผู้ต้องหาหลักในเครือข่ายได้จำนวน 3 ราย เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการแกะรอยและสืบสวนทางเทคโนโลยีเพียง 8 วันเท่านั้น นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหาย ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการระดมกำลังติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออีก 2 รายอย่างกระชั้นชิด

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เป็นผลมาจากคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีประเภท Business Email Compromise (BEC) หรือ การปลอมแปลงอีเมลเพื่อสวมรอยเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะเลือกเป้าหมายเฉพาะเจาะจงที่เป็นบริษัทที่มีการทำธุรกรรมซื้อขายกับต่างประเทศ จากนั้นจะใช้วิธีสร้างอีเมลปลอมที่มีการสะกดชื่อและโดเมนให้ใกล้เคียงกับอีเมลของคู่ค้าจริงมากที่สุด จนหากไม่สังเกตอย่างละเอียดจะไม่สามารถแยกออกได้

นอกจากนี้ กลุ่มคนร้ายยังได้นำข้อมูลการซื้อขาย รายการสินค้า และยอดเงินที่ถูกต้องตรงกับธุรกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงมาแนบใส่ไว้ในอีเมลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุด ก่อนจะส่งอีเมลฉบับดังกล่าวไปหลอกฝ่ายบัญชีของบริษัทผู้เสียหาย โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อ "แจ้งเปลี่ยนแปลงเลขที่บัญชีธนาคารในการรับชำระเงิน" ส่งผลให้ฝ่ายบัญชีหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทม้าที่กลุ่มผู้ต้องหาจัดเตรียมไว้

ปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถตรวจยึดของกลางประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม ซึ่งเป็นบัญชีที่ใช้รองรับเงินจากการกระทำความผิด ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบพบว่ามีบริษัทตกเป็นเหยื่อและได้รับความเสียหายอย่างชัดเจนแล้วอย่างน้อย 2 บริษัท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 1,941,839.70 บาท โดยเมื่อเงินถูกโอนเข้าบัญชีม้าแล้ว เครือข่ายจะเร่งถอนเงินสดออกจากระบบทันทีเพื่อส่งต่อกันเป็นทอดๆ ในการอำพรางเส้นทางการเงินและหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

ปัจจุบัน ทางตำรวจภูธรภาค 9 อยู่ระหว่างการขยายผลเส้นทางการเงินและหาความเชื่อมโยงไปยังผู้ร่วมขบวนการระดับบงการ รวมถึงเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 2 รายที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี พร้อมกันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกข้อแนะนำและแจ้งเตือนภัยไปยังผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และโดยเฉพาะฝ่ายบัญชีของทุกองค์กร ให้เพิ่มความเข้มงวดและรอบคอบในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ดังนี้

1.ตรวจสอบโดเมนอย่างละเอียด : ก่อนตอบรับหรือดำเนินการใด ๆ ผ่านอีเมล ให้ตรวจสอบชื่อผู้ส่ง ตัวสะกด และชื่อโดเมนหลังเครื่องหมาย @ อย่างระเอียดทุกตัวอักษร และ 2.โทรศัพท์ยืนยันซ้ำ : ในกรณีที่ได้รับอีเมลแจ้งเปลี่ยนบัญชีรับชำระเงิน หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางการเงิน ห้ามโอนเงินทันที แต่ให้ทำการโทรศัพท์ติดต่อยืนยันข้อมูลกับคู่ค้าโดยตรงผ่านเบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางติดต่อเดิมที่เคยใช้ติดต่อกันมาตลอดยืนยันซ้ำทุกครั้ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top