533.jpg
สืบภาค 9 ลุยช่วย! เยาวชนวัย 18 ถูกแก๊งคอลปั่นหัว ขู่กุเรื่องขอเงินพ่อแม่ 2 ล้าน

สืบภาค 9 ลุยช่วย! เยาวชนวัย 18 ถูกแก๊งคอลปั่นหัว ขู่กุเรื่องขอเงินพ่อแม่ 2 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.17 น.

สืบภาค 9 ลุยช่วย! เยาวชนวัย 18 ปี ถูกคอลเซ็นเตอร์ปั่นหัว ขู่กุเรื่องขอเงินพ่อแม่ 2 ล้านโอนเกลี้ยง ซุกอพาร์ตเมนต์หาดใหญ่เค้นเพิ่มอีก 5 ล้าน ตร.ชาร์จกลางวิดีโอคอล โจรตกใจกดลบไลน์หนี

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 9 (ศปอส.ภ.9) ได้รับแจ้งจากบิดาของเยาวชนอายุ 18 ปี ว่าบุตรชายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินจำนวน 2,000,000 บาท และขาดการติดต่อหลบหน้าญาติพี่น้อง จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเร่งด่วน


ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รอง ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.มารุต เรืองจินตนา ผบก.สส.ภ.9 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จักราวุธ บุญเรือง รอง ผบก.สส.ภ.9 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่สืบหาเบาะแสและพิกัดของสัญญาณโทรศัพท์ จนกระทั่งพบพิกัดของผู้เสียหายอยู่บริเวณถนนเทียนจ่ออุทิศ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จนพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจอดอยู่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง จึงได้ประสานนิติบุคคลและตรวจสอบห้องพักรายวันตามอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียง กระทั่งพบว่านายเอพักอาศัยอยู่ภายในห้องพักเพียงลำพัง จึงเข้าช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย

ในวินาทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดประตูเข้าตรวจสอบ พบว่าผู้เสียหายกำลังเปิดวิดีโอคอลคุยกับมิจฉาชีพอยู่ ซึ่งเมื่อฝั่งคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ก็ได้รีบกดตัดสายและทำการลบบัญชีแอปพลิเคชั่น LINE เพื่อทำลายหลักฐานหลบหนีทันที

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้เสียหายให้การว่า มีโทรศัพท์จากมิจฉาชีพโทรเข้ามาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ระบุว่าชื่อผู้เสียหายไปเกี่ยวข้องกับการเปิดซิมการ์ดให้แก๊งค้ายาและกลุ่มผู้กระทำผิด จนเกิดคดีความ และข่มขู่ให้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการโอนเงินจำนวน 2,000,000 บาท

มิจฉาชีพได้ออกอุบายแนะนำให้ผู้เสียหายไปกุเรื่องบอกบิดามารดาว่า ‘สอบได้ทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ และต้องใช้เงินมัดจำการศึกษา’ ด้วยความรักและเชื่อใจ บิดามารดาจึงยอมโอนเงินจำนวน 2,000,000 บาทให้ลูกชาย จากนั้นผู้เสียหายได้ทยอยโอนต่อให้บัญชีม้าของคนร้าย ครั้งละ 500,000 บาท รวม 4 ครั้ง เป็นเงิน 2,000,000 บาทจนหมดสิ้น

หลังจากที่มิจฉาชีพสูบเงินล็อตแรกไปได้แล้ว ยังได้สั่งให้ผู้เสียหายไปเปิดอพาร์ตเมนต์ห้องพักรายวันเพื่อเก็บตัว พร้อมสั่งให้ตัดขาดการติดต่อกับพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงทั้งหมด โดยในระหว่างที่คุมตัวผ่านวิดีโอคอล คนร้ายกำลังพยายามกล่อมและข่มขู่ให้ผู้เสียหายหาทางหลอกขอเงินจากครอบครัวเพิ่มอีก 5,000,000 บาท แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.9 สืบเกะรอยเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที ก่อนจะตกเป็นเหยื่อสูญเงินเพิ่ม

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.9 ได้พานายเอเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานอายัดบัญชีธนาคารและเร่งรัดสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้มาลงโทษต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนไปยังประชาชนและผู้ปกครอง ให้ช่วยกันดูแลสอดส่องบุตรหลาน หากมีโทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่เรื่องคดีความ หรือมีการขอเงินจำนวนมากโดยมีพฤติกรรมเก็บตัวผิดปกติ ให้ตั้งสติและอย่าหลงเชื่อ สามารถแจ้งเบาะแสหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top