ปลัด มท.ติดตามขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1

ปลัด มท.ติดตามขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1

วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ติดตามการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ย้ำผู้ว่าฯหนุนเสริมยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง ทำให้ปี 2569 เป็นก้าวที่สำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยได้เป็นพื้นที่แห่งความสุขของประชาชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายนักปราชญ์ ไชยานนท์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงพื้นที่


นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์ด้านการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินและการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากด้วยมิติเชิงศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการบริการ การเกษตรสร้างสรรค์ ตลอดจนการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน โดยมีทรัพยากรด้านต่างๆ อย่างสมบูรณ์ กอปรกับทางด้านการวิจัยเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำของภาคเหนือหลายแห่ง ในด้านการท่องเที่ยวก็เป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) ที่สำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางสัญจรทำให้มีปริมาณรถสะสมในเส้นทางสู่จังหวัดลําปาง ลําพูน เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ตั้งแต่จังหวัดลำปางถึงจังหวัดเชียงใหม่ หรือถนนสายซูเปอร์ไฮเวย์ ที่มีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก เที่ยวบินของสายการบินทั้งในและต่างประเทศสู่จังหวัดเชียงใหม่เต็มทุกเที่ยวบิน รถไฟทุกขบวนก็เต็มตั้งแต่ปลายปี 68 จนถึงต้นเดือนมกราคม 69 ซึ่งตนได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดในการเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

"เมื่อกล่าวถึงในเรื่องของการท่องเที่ยว สิ่งที่ถือเป็นหัวใจและยุทธศาสตร์ที่สำคัญของพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 คือมิติทางวัฒนธรรมและการเกษตรเชิงสร้างสรรค์ เพราะเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมสืบทอดมาจากยุคล้านนา และประชาชนในพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัด ก็ได้นำวัฒนธรรมเหล่านั้นมาประยุกต์ต่อยอดเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยผสานกับสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมที่ปรากฏในวัดวาอาราม อีกทั้งประเพณีความเชื่อของพี่น้องชาวภาคเหนือที่สามารถร้อยเรียงเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัด หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด ได้ร่วมกันในการยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากด้วยมิติทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ระดับกลุ่มจังหวัด อาทิ เส้นทาง 4 พระธาตุ (พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุหริภุญชัย พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุดอยกองมู) ซึ่งแต่ละพระธาตุก็มีความเชื่อและศรัทธาของประชาชนที่ต่างให้ความสนใจและนิยมเดินทางไปสักการะทั้งในประเทศและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยสามารถร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โปรโมทเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเพิ่มเติมจากในปัจจุบันได้อีกด้วย"

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่พี่น้องประชาชนต่างเริ่มต้นสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นมาในชีวิต ซึ่งพวกเราในฐานะข้าราชการกระทรวงมหาดไทยผู้เป็นราชสีห์ ต้องทุ่มเทอุทิศตนให้ทุกวันเป็นวันแห่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืนของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ด้วยการระดมความคิด ลงพื้นที่ไปติดตามข้อเท็จจริง ไปเสาะแสวงหาแนวทางเพื่อที่จะทำให้ประชาชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ มีความกินดีอยู่ดีมีสุข ด้วยวิถีชีวิต วิถีวัฒนธรรม เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนได้รับการพัฒนาศักยภาพ อันจะส่งผลให้มีรายได้ เมื่อประชาชนแต่ละครัวเรือนมีรายได้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง เมื่อเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง ก็จะไปหนุนเสริมเศรษฐกิจของระดับจังหวัด ระดับกลุ่มจังหวัด ไปช่วยยกระดับกลุ่มจังหวัดอื่น และในท้ายที่สุดก็จะทำให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่ดี ประชาชนทั้งประเทศก็จะมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างมั่นคงและยั่งยืน ทำให้ปี 2569 เป็นก้าวที่สำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยได้เป็นพื้นที่แห่งความสุขของประชาชน

จากนั้น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะลงพื้นที่จังหวัดลำพูน โดยเข้ากราบนมัสการพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร และสักการะพระธาตุหริภุญชัย พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมตลาดถนนคนเดินลำพูน ซึ่งผู้ประกอบการในพื้นที่ได้นำสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ร่วมสมัยมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปยังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเพื่อตรวจเยี่ยมการเป็นพื้นที่ต้นแบบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการจัดการขยะ ซึ่งจังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจังหวัดสะอาดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำแทบทุกปี และได้เดินทางเพื่อเป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่ามหากุศลสองครูบา เพื่อจัดสร้างพระตำหนักทรงเมืองพระแม่เจ้าจามเทวี ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ของจังหวัดลำพูน ดังวิสัยทัศน์ “เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บนความพอเพียง” โดยมุ่งสืบสานต่อยอดการพัฒนาอัตลักษณ์วิถี บนฐานวัฒนธรรม ภูมิปัญญาสร้างสรรค์  เสริมสร้างศักยภาพ เชื่อมโยงระบบกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่อัตลักษณ์การท่องเที่ยว มุ่งสู่การเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมอัตลักษณ์วิถีและท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งได้กำชับให้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลความสะอาดและความเรียบร้อยในพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวรวมถึงประชาชนทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัด และต่างประเทศ เพื่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามของบ้านเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ระหว่างเส้นทางในเมืองกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกลุ่มจังหวัด อีกด้วย

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top