วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
ตร.บุกค้นบ้าน‘มินนี่’
เจ้าแม่เว็บพนันดัง
ล่าพี่สาวพบมีเอี่ยว
เงินหมุนเวียน680ล.
ตร.ไซเบอร์บุกทลายเว็บพนันรายใหญ่ เงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 680 ล้านบาทต่อปีลุยค้นบ้านเจ้าแม่เว็บพนัน “มินนี่” หลังพบพี่สาว มีส่วนพัวพัน อายัดทรัพย์อื้อ ด้านศูนย์ ACSC เผยแก๊งสแกมเมอร์ ใช้บัญชีม้านิติบุคคล แทนบุคคลธรรมดา ลวงเหยื่อ เลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท.มอบหมายให้ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ รอง ผบก.สอท.3 และ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา รอง ผบก.สอท.4 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการปฏิบัติการทลายเว็บพนันใหญ่ เงินหมุนกว่า 680 ล้านบาทต่อปี โดยบุกค้นบ้านเจ้าแม่เว็บพนัน “มินนี่” พบพี่สาว เอี่ยวรับผลประโยชน์
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจ กก.2 บก.สอท.1 สืบสวนพบเว็บไซต์พนันออนไลน์ เครือข่าย “Ufanance11” ได้ลักลอบเปิดให้เล่นพนันออนไลน์เกี่ยวกับการทายผลฟุตบอล, สล็อต, บาคาร่า, เกมยิงปลา, บิงโก และการพนันอื่นๆ จากการตรวจสอบ พบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 ตรวจสอบการทำธุรกรรมและเส้นทางการเงิน ซึ่งภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 57 ล้านบาท หรือรวมแล้วกว่า 680 ล้านบาทต่อปี
ต่อมา พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ สั่งการให้ พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 ส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนกรณีดังกล่าวเพื่อนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีโดยตรวจสอบพบเส้นทางการเงินการเล่นพนัน ออนไลน์ถูกโอนไปยังบัญชีนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท แต่จากการลงพื้นที่กลับพบว่าไม่ได้ประกอบกิจการจริงแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบการโอนเงินจากบัญชีม้านิติบุคคล กระจายไปยังบัญชีม้าต่างๆ ก่อนถูกโอนต่อเป็นทอดๆ ผ่านบัญชีม้าแต่ละแถว กระทั่งพบว่ามีผู้รับผลประโยชน์ คือ น.ส.เสาวลักษณ์ อายุ 34 ปี ทราบภายหลังว่าเป็นพี่สาวของ น.ส.ธันยนันท์ หรือมินนี่ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์ในคดีอื่นก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาสำคัญได้แล้ว 3 ราย พร้อมทั้งขออำนาจศาลออกหมายค้นบ้านพักของ น.ส.เสาวลักษณ์ โดยพบว่าเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านของ น.ส.ธันยนันท์ หรือมินนี่ จนวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นำกำลังพร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูย่านรามอินทรา-วงแหวน ถนนคู่ขนาน วงแหวนกาญจนาภิเษก แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.โดยพบทรัพย์สินต่างๆ ดังนี้ เงินสด 109,650 บาท ตุ๊กตา CRY BABY บรรจุในกล่องสีดำ 3 กล่อง ตุ๊กตา MOLLY4 ตัว รถยนต์ยี่ห้อ BMW สีขาว รุ่น 330 E กระเป๋าแบรนด์เนม 4 ใบ บัญชีธนาคาร 3 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 4 ใบ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ตรายาง 1 อัน และเอกสารจัดตั้งนิติบุคคล 16 ชุด รวมทั้งเอกสารสำคัญอื่นๆ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า5 ล้านบาท พร้อมทั้งอายัดตู้เซฟ 1 ใบ เพื่อรอนำมาตรวจสอบภายในตู้เซฟต่อไป
สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีและเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ก่อนจะอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด
ด้านศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ศปอส.ตร.) หรือ ACSC โดยพล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร.และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร.เปิดเผยแผนประทุษกรรมมิจฉาชีพที่ปรับมาใช้บัญชีม้านิติบุคคล แทนการใช้บัญชีม้าของบุคคลธรรมดา หลังจากพบพฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่จากเดิมใช้บุคคลธรรมดาเปิดบัญชีธนาคาร ใช้กระทำผิดโดยรับโอนเงินจากผู้เสียหาย หันมาใช้บัญชีธนาคารของนิติบุคคล เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีการจัดหาบุคคลไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ด้วยการยื่นเอกสารเท็จหรือปลอม นำไปเปิดบัญชีธนาคาร ใช้ชื่อนิติบุคคล ใช้หลอกลวงผู้เสียหายโอนเงินให้
สำหรับบัญชีม้านิติบุคคล มักถูกนำไปใช้หลอกลวงในประเภทของการหลอกให้ลงทุน ส่งผลให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ เนื่องจากมั่นใจว่าเป็นบัญชีบริษัท มีความน่าเชื่อถือจึงเกิดความเสียหายเป็นมูลค่าที่สูงขึ้นอีกทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยังได้ประโยชน์จากการขยายวงเงินการทำธุรกรรมที่สูงขึ้นโดยไม่ต้องสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนก่อนการโอน หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และฟอกเงินในการกระทำผิดได้ง่ายขึ้น ซึ่งกว่าผู้เสียหายจะรู้ตัว ก็ไม่สามารถติดตามอายัดเงินคืนกลับมาได้ทันแล้ว
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลดังกล่าวศูนย์ ACSC และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าซึ่งได้ประสานแลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมกันป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง ได้เร่งหามาตรการจัดการกับขบวนการดังกล่าวแล้วโดยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ออกมาตรการเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นปัญหานอมินี และบัญชีม้านิติบุคคล ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เป็นต้นมา โดยออกคำสั่งและประกาศชุดใหม่ รวม 6 ฉบับ (4 คำสั่ง 2 ประกาศ) ทั้งการแสดงตัวต่อหน้า นายทะเบียน, การยื่น Statement ย้อนหลัง 3 เดือน, การแสดงหลักฐานที่ตั้งสำนักงาน,การจดใช้ที่ตั้งซ้ำๆ กัน, การกำหนดบุคคลที่สามารถรับรองลายมือชื่อใหม่ และบุคคลที่จะเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ ต้องลงทะเบียนกับ DBD เท่านั้น เหล่านี้เป็นต้น ส่งผลให้สถิติการใช้บัญชีม้านิติบุคคลลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นการตัดวงจรการฟอกเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเห็นผลอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังพบการใช้นิติบุคคลที่เปิดมานานแต่ไม่ได้ประกอบกิจการแล้ว นำกลับมาใช้เป็นบัญชีม้า และบางส่วนยังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้รู้กฎหมายการเงินการบัญชี หรือบริษัทเอกชน ซึ่งรับจดแจ้งการจัดตั้งบริษัทฯ ในความพยายามที่จะตกแต่งเอกสาร เพื่อให้จดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ และนำไปเปิดเป็นบัญชีม้าใช้กระทำความผิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี