รวบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกนักศึกษาสาวโอนเงิน นัดส่งมอบทองคำ สูญกว่าล้านบาท

รวบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกนักศึกษาสาวโอนเงิน นัดส่งมอบทองคำ สูญกว่าล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.26 น.

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วม ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)รวบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกนักศึกษาสาวโอนเงิน-นัดส่งมอบทองคำอ้างเอี่ยวคดี มีความผิด มูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท
 
​กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.ปคม.ปรท.รอง ผบก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุม     

นำโดย พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.๑ บก.ปทส.,พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ คงคนึง รอง ผกก.๑ บก.ปทส., พ.ต.ท.เกียรติชัย แสงศิลา รอง ผกก.1 บก.ปทส.,พ.ต.ท.ธานุพันธ์ สุระสะ สว.กก.1 บก.ปทส.,  พ.ต.ท.วิทูรปรเมศวร์ หมวดเพชร สว.กก.๑ บก.ปทส.,พ.ต.ท.วัชชะ บุดดีคำ สว.กก.๑ ปทส., พ.ต.ต.ประดิษฐ์ พรมพาน สว.กก.1 บก.ปทส.
ร่วมกันจับกุม นายนเรศน์ฯ​ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 0093/2569 ลงวันที่ 3 ก.พ.2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
พร้อมตรวจยึดของกลาง ทองรูปพรรณ และกระเป๋าใส่ทอง พร้อมกับเอกสารส่วนตัวของผู้เสียหาย


สถานที่จับกุม บริเวณกลางซอยรามคำแหง 24 แยก 6 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ได้มีการหลอกนักศึกษาสาวให้โอนเงินและนำทองคำไปมอบให้กับกลุ่มคนร้าย โดยกลุ่มคนร้ายมีการร่วมกันแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและตำรวจจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ติดต่อผู้เสียหายทางโทรศัพท์และไลน์ อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบัญชีม้าและการฟอกเงิน โดยมีการแสดงเอกสารปลอมและแสดงตัวผ่านวิดีโอคอลในลักษณะเป็นเจ้าหน้าที่จริง จากนั้นมีการข่มขู่กดดันให้หวาดกลัวอ้างว่าจะต้องถูกดำเนินคดี และขู่ว่าหากไม่ทำตามจะถูกทำลายอนาคต ไม่สามารถไปเรียนต่อต่างประเทศได้ (ซึ่งข้อมูลที่มิจฉาชีพอ้าง ตรงตามข้อเท็จจริงที่ผู้เสียหายจะเดินทางไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นจริง) อีกทั้งยังมีการอ้างว่า หากไม่ทำตามก็อาจจะกระทบกับคนในครอบครัว ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายแจ้ง

จากนั้นคนร้ายได้หลอกให้ผู้เสียหายนำทรัพย์สินซึ่งเป็นทองรูปพรรณไปมอบให้กับกลุ่มคนร้ายที่ห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยอ้างว่าจะตรวจสอบและคืนให้ภายหลัง พร้อมกันนี้ยังบังคับให้ผู้เสียหายโกหกมารดาตนเอง เพื่อใช้บัญชีมารดาของผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มเติมให้กับกลุ่มคนร้ายอีกด้วย จากการตรวจสอบพบมูลค่าความเสียหายรวมหลักล้านบาท

จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่พบว่าคนร้ายที่มารับทองคำจากผู้เสียหายไปนั้น คือ นายนเรศน์ฯ (ผู้ต้องหา) โดยหลังจากที่ นายนเรศน์ฯ รับทองคำไปแล้ว นายนเรศน์ฯ​ ได้นำทองคำจำนวนหนึ่งไปขายให้กับร้านทองภายในห้างย่านราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้ต้องหา

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังติดตามจับกุม นายนเรศน์ฯ ได้ที่บริเวณซอยรามคำแหง 24 แยก 6 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพ พร้อมของกลางซึ่งเป็นทองคำที่ผู้ต้องหาได้มาจากผู้เสียหายรายนี้  โดยผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่ง สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

​จากการสอบถามเบื้องต้น นายนเรศน์ฯ​ ผู้ต้องหา อ้างว่าตนเองได้ถูกกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ ใช้อุบายหลอกลวง โดยใช้โทรศัพท์โทรผ่านไลน์มาหาตน โดยคนร้ายแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่จากรมสอบสวนคดีพิเศษ และหลอกว่าผู้ต้องหามีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารกว่า 200 ล้าน อาจจะเป็นเงินที่ได้จากการกระทำความผิดต้องอายัดบัญชีไว้ตรวจสอบ ซึ่งเมื่อผู้ต้องหาลองเข้าระบบแอปธนาคารดู ก็ไม่สามารถเข้าระบบได้จริง ผู้ต้องหาจึงเชื่อโดยสนิทใจว่ากลุ่มคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่จริง ต่อมากลุ่มคนร้ายได้ให้ผู้ต้องหาไปรับทองคำจากผู้เสียหายที่ ห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน เพื่อให้นำทองไปขายแล้วหลอกให้ผู้ต้องหาโอนเงินไปยังบัญชีกลุ่มคนร้ายเพื่อนำไปตรวจสอบ จนกระทั่งถูกจับกุมดำเนินคดี

​ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย สำหรับแก๊งสแกมเมอร์ในทุกวันนี้ มีการหลอกลวงโดยใช้  กลอุบายทำให้เชื่อว่าเหยื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยจะหลอกให้โอนเงินหรือนำทรัพย์สินไปส่งมอบตามนัดหมาย อีกทั้งยังมีการควบคุมการสนทนามิให้สื่อสารกับบุคคลภายนอกอีกด้วย ดังนั้น หากประชาชนพบการติดต่อจากกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามหน่วยงานต่างๆ หลอกให้โอนเงิน แจ้งว่าถูกอายัดบัญชี ให้ท่านหาช่องทางติดต่อกับหน่วยงานรัฐนั้นๆ โดยตรง หรือควรตรวจสอบข้อมูลก่อนทุกครั้ง เพื่อจะได้ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นเครื่องมือของแก๊งมิจฉาชีพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top