วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ผอ.กองการพยาบาล แจงปรับเวรพยาบาลเป็น 12 ชม. เป็นเพียงข้อเสนอ ช่วยลดการควบเวร 16 ชม. มีชั่วโมงพัก/วันหยุดนานขึ้น การใช้จริงต้องถามความสมัครใจก่อน
ผู้อำนวยการกองการพยาบาล แจงกรณีข้อเสนอปรับรูปแบบเวรพยาบาลจาก 8 ชั่วโมงเป็น 12 ชั่วโมง เป็นแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้น จากการใช้ที่ รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงครามพบช่วยลดจำนวนพยาบาลร้อยละ 24 ลดการควบเวรต่อเนื่อง 16 ชั่วโมง ลดความถี่ในการเปลี่ยนผลัด เพิ่มความต่อเนื่องในการดูแลคนป่วย ช่วยให้มีชั่วโมงพักและวันหยุดนานขึ้น โดยไม่เสียสิทธิ์ค่า OT และค่าเวร ย้ำเป็นเพียงทางเลือกบริหารอัตรากำลัง การนำไปใช้จริงต้องถามความสมัครใจพยาบาลก่อน
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.อุไรพร จันทะอุ่มเม้า ผู้อำนวยการกองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหากำลังคนทางการพยาบาล โดยปรับการจัดเวรจากวันละ 3 ผลัดๆ ละ 8 ชั่วโมง เป็นวันละ 2 ผลัดๆ ละ 12 ชั่วโมง ว่า สถานการณ์กำลังคนทางการพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขยังคงขาดแคลน มีอัตราการลาออกสูง อีกทั้งสูญเสียจากการเกษียณอายุราชการ และหาอัตรากำลังทดแทนได้ยาก เนื่องจากภาระงานที่หนักและความต้องการบริการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องขึ้นเวรถี่ขึ้นและจำเป็นต้องควบ 2 เวร หรือ 16 ชั่วโมงใน 1 วัน และมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จึงมีวันหยุดน้อยลง เวลาพักลดลง อีกทั้งเป็นการฝืนนาฬิกาชีวิต ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพยาบาลในระยะยาว ซึ่งจากการที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม ใช้การจัดเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง มากว่า 10 ปี รวมถึงช่วงโควิด 19 โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหลายแห่งมีการจัดเวรแบบ 12 ชั่วโมง พบข้อดีคือ ลดจำนวนพยาบาลได้ร้อยละ 24 ลดชั่วโมงการทำงานต่อวันสูงสุด 16 ชั่วโมง เหลือ 12 ชั่วโมง ลดความถี่ในการเปลี่ยนผลัดจึงช่วยลดโอกาสเกิดความผิดพลาดและเพิ่มความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วย รวมถึงมีเวลาอยู่กับผู้ป่วยมากขึ้น ทำให้ประเมินและวางแผนการดูแลผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากขึ้น
"เมื่อเทียบเวร 12 ชั่วโมงกับ 8 ชั่วโมง อาจจะดูเหมือนมีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานกว่า แต่สถานการณ์ที่มีข้อจำกัดด้านกำลังคน การจัดเวร 8 ชั่วโมง ทำให้พยาบาลต้องควบเวรเป็น 16 ชั่วโมง และมีเวลาพักระหว่างเวรเพียง 8 ชั่วโมง ซึ่งในการปฏิบัติงานจริงกว่าจะลงเวรมีเวลาพักจริงไม่ถึง 8 ชั่วโมง รวมถึงมีวันหยุดเพียงสัปดาห์ละ 2 วัน แต่เวร 12 ชั่วโมง จะทำให้มีเวลาพักนานขึ้น และมีวันหยุดติดกันหลายวัน เช่น ทำงาน 3 วัน หยุด 4 วัน ทำให้มีเวลาฟื้นฟูร่างกาย" น.ส.อุไรพรกล่าว
น.ส.อุไรพรกล่าวต่อว่า ข้อเสนอนี้เป็นเพียงทางเลือกในการบริหารอัตรากำลังในสถานการณ์ที่ขาดแคลนบุคลากรในระยะสั้นเท่านั้น โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ได้แก่ 1.จัดเวร Day (8.00 – 20.00) & Night (20.00 – 8.00) ทุกคน ขึ้นเวรเช้า (8.00-16.00) เฉพาะหัวหน้าหอ/ผู้มีข้อบ่งชี้ให้ปฏิบัติงานเวรเช้า เช่น หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีปัญหาสุขภาพ 2.จัดเวร Day (8.00 – 20.00) & Night (20.00 – 8.00) ผสมเวร 8 ชั่วโมง (เช้า-บ่าย-ดึก) ตามความสมัครใจของพยาบาล หรือ 3.จัดเวร Day (8.00 – 20.00) ผสมเวร 8 ชั่วโมง โดยลดจำนวนพยาบาลเวรบ่าย/ดึก เนื่องจากช่วงเช้าถึงเย็นจะมีปริมาณงานมากกว่าช่วงกลางคืน ซึ่งทั้งหมดไม่ทำให้เสียสิทธิ์ในการเบิกค่าเวรหรือค่า OT ขณะที่หัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้าพยาบาล สามารถบริหารอัตรากำลังได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การจะนำรูปแบบการจัดเวรตามที่เสนอไปใช้ ต้องมีการสอบถามความสมัครใจของพยาบาลผู้ปฏิบัติก่อน เพราะอาจไม่ได้เหมาะกับพยาบาลทุกคนหรือทุกแผนก ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวนั้น รัฐบาลต้องเพิ่มการลงทุนด้านบุคลากรพยาบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในแง่เพิ่มการผลิต เพิ่มค่าตอบแทน และเพิ่มความก้าวหน้า เพื่อทดแทนและรักษากำลังคนไว้ในระบบให้ได้มากที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี