ผอ.กองพยาบาล แจงปรับเวร 12 ชม.แค่ข้อเสนอ ช่วยลดทำงานควบ 16 ชม. มีเวลาพัก

ผอ.กองพยาบาล แจงปรับเวร 12 ชม.แค่ข้อเสนอ ช่วยลดทำงานควบ 16 ชม. มีเวลาพัก

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.27 น.

ผอ.กองการพยาบาล แจงปรับเวรพยาบาลเป็น 12 ชม. เป็นเพียงข้อเสนอ ช่วยลดการควบเวร 16 ชม. มีชั่วโมงพัก/วันหยุดนานขึ้น การใช้จริงต้องถามความสมัครใจก่อน

ผู้อำนวยการกองการพยาบาล แจงกรณีข้อเสนอปรับรูปแบบเวรพยาบาลจาก 8 ชั่วโมงเป็น 12 ชั่วโมง เป็นแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้น จากการใช้ที่ รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงครามพบช่วยลดจำนวนพยาบาลร้อยละ 24 ลดการควบเวรต่อเนื่อง 16 ชั่วโมง ลดความถี่ในการเปลี่ยนผลัด เพิ่มความต่อเนื่องในการดูแลคนป่วย ช่วยให้มีชั่วโมงพักและวันหยุดนานขึ้น โดยไม่เสียสิทธิ์ค่า OT และค่าเวร ย้ำเป็นเพียงทางเลือกบริหารอัตรากำลัง การนำไปใช้จริงต้องถามความสมัครใจพยาบาลก่อน


วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.อุไรพร จันทะอุ่มเม้า ผู้อำนวยการกองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหากำลังคนทางการพยาบาล โดยปรับการจัดเวรจากวันละ 3 ผลัดๆ ละ 8 ชั่วโมง เป็นวันละ 2 ผลัดๆ ละ 12 ชั่วโมง ว่า สถานการณ์กำลังคนทางการพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขยังคงขาดแคลน มีอัตราการลาออกสูง อีกทั้งสูญเสียจากการเกษียณอายุราชการ และหาอัตรากำลังทดแทนได้ยาก เนื่องจากภาระงานที่หนักและความต้องการบริการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องขึ้นเวรถี่ขึ้นและจำเป็นต้องควบ 2 เวร หรือ 16 ชั่วโมงใน 1 วัน และมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จึงมีวันหยุดน้อยลง เวลาพักลดลง อีกทั้งเป็นการฝืนนาฬิกาชีวิต ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพยาบาลในระยะยาว ซึ่งจากการที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม ใช้การจัดเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง มากว่า 10 ปี รวมถึงช่วงโควิด 19 โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหลายแห่งมีการจัดเวรแบบ 12 ชั่วโมง พบข้อดีคือ ลดจำนวนพยาบาลได้ร้อยละ 24 ลดชั่วโมงการทำงานต่อวันสูงสุด 16 ชั่วโมง เหลือ 12 ชั่วโมง ลดความถี่ในการเปลี่ยนผลัดจึงช่วยลดโอกาสเกิดความผิดพลาดและเพิ่มความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วย รวมถึงมีเวลาอยู่กับผู้ป่วยมากขึ้น ทำให้ประเมินและวางแผนการดูแลผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากขึ้น

"เมื่อเทียบเวร 12 ชั่วโมงกับ 8 ชั่วโมง อาจจะดูเหมือนมีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานกว่า แต่สถานการณ์ที่มีข้อจำกัดด้านกำลังคน การจัดเวร 8 ชั่วโมง ทำให้พยาบาลต้องควบเวรเป็น 16 ชั่วโมง และมีเวลาพักระหว่างเวรเพียง 8 ชั่วโมง ซึ่งในการปฏิบัติงานจริงกว่าจะลงเวรมีเวลาพักจริงไม่ถึง 8 ชั่วโมง รวมถึงมีวันหยุดเพียงสัปดาห์ละ 2 วัน แต่เวร 12 ชั่วโมง จะทำให้มีเวลาพักนานขึ้น และมีวันหยุดติดกันหลายวัน เช่น ทำงาน 3 วัน หยุด 4 วัน ทำให้มีเวลาฟื้นฟูร่างกาย" น.ส.อุไรพรกล่าว

น.ส.อุไรพรกล่าวต่อว่า ข้อเสนอนี้เป็นเพียงทางเลือกในการบริหารอัตรากำลังในสถานการณ์ที่ขาดแคลนบุคลากรในระยะสั้นเท่านั้น โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ได้แก่ 1.จัดเวร Day (8.00 – 20.00) & Night (20.00 – 8.00) ทุกคน ขึ้นเวรเช้า (8.00-16.00) เฉพาะหัวหน้าหอ/ผู้มีข้อบ่งชี้ให้ปฏิบัติงานเวรเช้า เช่น หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีปัญหาสุขภาพ 2.จัดเวร Day (8.00 – 20.00) & Night (20.00 – 8.00) ผสมเวร 8 ชั่วโมง (เช้า-บ่าย-ดึก) ตามความสมัครใจของพยาบาล หรือ 3.จัดเวร Day (8.00 – 20.00) ผสมเวร 8 ชั่วโมง โดยลดจำนวนพยาบาลเวรบ่าย/ดึก เนื่องจากช่วงเช้าถึงเย็นจะมีปริมาณงานมากกว่าช่วงกลางคืน ซึ่งทั้งหมดไม่ทำให้เสียสิทธิ์ในการเบิกค่าเวรหรือค่า OT ขณะที่หัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้าพยาบาล สามารถบริหารอัตรากำลังได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การจะนำรูปแบบการจัดเวรตามที่เสนอไปใช้ ต้องมีการสอบถามความสมัครใจของพยาบาลผู้ปฏิบัติก่อน เพราะอาจไม่ได้เหมาะกับพยาบาลทุกคนหรือทุกแผนก ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวนั้น รัฐบาลต้องเพิ่มการลงทุนด้านบุคลากรพยาบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในแง่เพิ่มการผลิต เพิ่มค่าตอบแทน และเพิ่มความก้าวหน้า เพื่อทดแทนและรักษากำลังคนไว้ในระบบให้ได้มากที่สุด
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top