CIB รวบ 2 ผู้ต้องหา ตระเวนกดเงินสด ป้อนเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์

CIB รวบ 2 ผู้ต้องหา ตระเวนกดเงินสด ป้อนเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.05 น.

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.กฤษฎาพร ปานโปร่ง, พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, พ.ต.อ.จักรกริช เสริบุตร รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท., พ.ต.ท.เอกพล แสงอรุณ รอง ผกก.1 บก.ปอท. เจ้าพนักงานตำรวจ นำโดย พ.ต.ท.ธีรภพ พันธุชาติ, พ.ต.ท.พรเสกข์ เชาวสันต์, ว่าที่ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ตาแว่น สว.กก.1 บก.ปอท., ร.ต.อ.ทัศพงษ์ ผ่องใส, ร.ต.อ.ศุภเกียรติ สบบง รอง สว.กก.1 บก.ปอท.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปอท.ร่วมกันจับกุม

1.นายทินกรฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 832/2569 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569


2.นายรุ่งฯ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 829/2569 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

ในความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้า สู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน" สถานที่จับกุม 1.นายทินกรฯ บ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 8 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 2 นายรุ่งฯ บริเวณลานจอดรถห้าง ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท.ได้รับการแจ้งความร้องทุกข์ จากผู้เสียหาย อายุ 44 ปี เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ว่ามีผู้ใช้บัญชีติ๊กต๊อก ทักหาและขอเพิ่มเป็นเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งต่อมาได้มีการพูดคุยกันทางไลน์ โดยบุคคลดังกล่าวชักชวนให้ลงทุนซื้อขายเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ผ่านเว็บไซต์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินเพื่อลงทุน โดยครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 สามารถลงทุนและถอนเงินได้ตามปกติ ต่อมาการลงทุนครั้งที่ 3, 4 และครั้งที่ 5 ที่ผู้เสียหายได้โอนเงินลงทุนไป ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้ จากนั้น มาคิดทบทวนจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งผู้เสียได้โอนไปทั้งสิ้น 5 ครั้ง ยอดความเสียหายรวม 135,090 บาท จึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท.เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายให้ถึงที่สุด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาและสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พฤติการณ์และการกระทำของผู้ต้องหา กลุ่มผู้ต้องหาได้รับการว่าจ้างจากนายหน้า (อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุม) ให้ทำการตระเวนถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มตามสถานที่ต่างๆ โดยได้รับค่าจ้างในการถอนเงิน คิดเป็นเงินแสนละหนึ่งพันบาท ต่อการถอนแต่ละครั้ง และนำไปส่งให้แก่นายหน้า โดยในการถอนเงินแต่ละครั้งนายหน้าจะเป็นคนจัดหาบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มมาให้ หรือในบ้างครั้งก็จะใช้บัญชีของตนเองในการรับและถอนเงิน ซึ่งตอกย้ำรูปแบบที่คนร้ายใช้บัญชีม้าเป็นศูนย์กลางในการรับเงินจากเหยื่อ ถอนเงินสดทันที และส่งต่อให้เครือข่ายต่างชาติ จนยากต่อการติดตามเส้นทางเงิน หากขาดการสืบสวนรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ ก่อความเสียหายเป็นวงกว้างและต่อเนื่องในหลายท้องที่ สอบถามคำให้การเบื้องต้น โดยให้การว่า “เป็นบุคคลตามหมายจับจริง, รับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายดีแล้ว” ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top