วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
"บิ๊กโจ๊ก"ส่งทนายฟ้อง 10 นายตำรวจชุดทำคดีเว็บพนัน BNK Master ผิด ม.157-กลั่นแกล้งให้รับโทษ เจ้าตัวฝากถึงชุดพนักงานสอบสวน เตือนอย่าทำอะไรนอกกรอบ เพราะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไป ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง 27 เมษายนนี้
เมื่อช่วงสายวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ตลิ่งชัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.มอบอำนาจให้ นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ เป็นโจทก์ฟ้องนายตำรวจ รวม 10 นาย ที่รับผิดชอบคดี เว็บพนัน BNK Master เป็นจำเลยต่อศาล ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แจ้งความเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิดเพื่อจะกลั่นแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น
ศาลรับสำนวนไว้พิจารณาคดีหมายเลขดำที่ อท.63/2569 และนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องวันที่ 27 เมษายน นี้ เวลา 09.30 น.

นายสัญญาภัชระ ทนายความ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน คดีเว็ปพนัน BNK Master ได้เข้าร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 3 ราย ข้อหาหรือฐานความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์และสมคบฟอกเงิน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2566 เป็นที่น่าสังเกตว่าพนักงานสอบสวนที่มารับเรื่องไม่ใช่พนักงานสอบสวนเวร ไม่มีตารางเวรต้องเข้าปฎิบัติหน้าที่ในวันและเวลาดังกล่าว จากนั้นวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย และเข้าจับกุมตัวพร้อมกับตรวจค้นยึดโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา ซึ่งขณะถูกจับกุมเจ้าหน้าที่ได้พูดกับผู้ต้องหาลักษณะสืบทอดไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โจทก์
จากนั้นวันที่ 22 กันยายน 2566 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับตำรวจ 8 นาย โดยมีเจตนาปกปิดยศตำแหน่งอาชีพ และไม่แจ้งให้ศาลทราบว่าเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เป็นเหตุให้ศาลออกหมายจับตำรวจทั้ง 8 นาย
กระทั่งวันที่ 25 กันยายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจคณะพนักงานสอบสวนได้กระจายกำลังเข้าจับกุมตำรวจทั้ง 7 นาย และมีรายชื่อนายตำรวจยศ พ.ต.ต.รายหนึ่ง ปรากฏว่ามีการขอหมายค้น หมายจับที่บ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งขณะเข้าจับกุมมีการเสนอข่าวอย่างแพร่หลาย ทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจว่าเป็นการเข้าจับกุม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เนื่องจากว่าหลายท่านเกี่ยวข้องในชุดการดำเนินการการแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสับสน การดำเนินการมีข้อสังเกตในหลายประเด็น ตั้งแต่การแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งในการเข้าปฎิบัติหน้าที่ในวันและเวลาดังกล่าวแสดงการดำเนินการชุดของตำรวจ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเข้าเวรรับแจ้งความดำเนินการจนความพยายามที่จะออกหมายจับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แต่ศาลคงเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจึงไม่อนุญาตในครั้งแรก แต่ตอนหลังมีการอ้างคดีที่เกี่ยวข้องในคดีมินนี่และแยกเป็นคดีของ BNK Master

นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า สำหรับคดี BNK Master หากดูเรื่องเส้นเงินจะพบว่า มีเส้นทางการเงินสูงถึง 450 ล้านบาท แต่ตามกฎหมายหากมีเส้นเงินเกิน 300 ล้านบาท ต้องอยู่ในอำนาจของกรมกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ ป.ป.ช.และในส่วนของการดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งควรจะเป็นอำนาจของดีเอสไอ และ ป.ป.ช.แต่ปรากฏว่ามีการเก็บกักสำนวนไว้กว่า 100 วัน ทั้งที่จริงแล้ว พนักงานสอบสวนมีอำนาจเพียงแค่ 30 วัน แต่ขณะเดียวกันคดีของตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งตำรวจทำสำนวนส่ง ป.ป.ช.ใน 30 วัน แต่ปรากฏว่า มีการแบ่งหน้าที่เป็นขั้นเป็นตอนแล้ว จนนำสู่การดำเนินการเมื่อออกหมายจับ แล้วก็เอาไปเป็นเหตุในการที่จะดำเนินการเพื่อส่งในเรื่องของวินัยร้ายแรง เพื่อให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พ้นจากเส้นทางที่จะได้รับการพิจารณาเสนอชื่อตามอาวุโสและผลงาน เพื่อดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ตร.ดังนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องการที่จะนำคดีที่มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เข้ามาพิสูจน์กันในชั้นศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาและให้ความเป็นธรรม
ตอนท้าย นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังฝากข้อความผ่านตนไปถึงชุดพนักงานสอบสวนว่า การจะดำเนินการอะไรก็ตามขอให้ทำตามกรอบของกฎหมาย อย่าล้ำกรอบ เพราะหากวินิจฉัยเลยกรอบอำนาจของตัวเอง นั่นหมายถึงจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไป
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี