533.jpg
กมลศักดิ์เชื่อใจตร. จับคนบงการลอบสังหาร มีลุ้นโยงการเมืองหรือไม่

กมลศักดิ์เชื่อใจตร. จับคนบงการลอบสังหาร มีลุ้นโยงการเมืองหรือไม่

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กมลศักดิ์เชื่อใจตร.
จับคนบงการลอบสังหาร
มีลุ้นโยงการเมืองหรือไม่

“สส.นราธิวาส” เชื่อมือตำรวจ จับผู้บงการลอบยิงได้ ย้ำสังคมรอคำตอบว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไร ขณะที่“อภิสิทธิ์” ชี้ ต้องเร่งสะสาง หาตัวบงการลอบยิงสส. ส่วนการตั้งคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้มองว่าเป็นเรื่องดี แนะควรระวัง ความหวาดระแวง ชี้โจทย์ใหญ่ กระจายอำนาจ รักษาอัตลักษณ์ แต่ต้องกลมกลื

เมื่อวันที่ 25 เมษายน นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์มติชน หลังการจับกุมตัวร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี 1 ในผู้ต้องหา 5 คนคดีลอบยิง จี้ให้พนักงานสอบสวน เร่งขยายผลหาผู้บงการที่แท้จริง เชื่อมีเครือข่ายเป็นทอดๆ ไม่ใช่แค่กลุ่มผู้ปฏิบัติการ


ทั้งนี้ จากกรณีที่ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี 1 ในผู้ต้องหาคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า ตนเป็นเพียง “หมากเล็กๆ ตัวหนึ่งในความขัดแย้งทางการเมือง” พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานรัฐไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น

นายกมลศักดิ์ เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้ตั้งประเด็นการสอบสวนไว้หลายแนวทาง ทั้งเรื่องความมั่นคงและประเด็นทางการเมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยเชื่อว่าจากประสบการณ์และฝีมือของชุดสืบสวน จะสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 5 คนได้ว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองฝ่ายใด และมีมูลเหตุจูงใจมาจากอะไร

“ผมไม่อยากชี้ช่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เชื่อว่าเมื่อทาง ร.อ.วิโรจน์โยนประเด็นมาแบบนี้ ตำรวจคงไม่ตัดทิ้งสิ่งสำคัญที่สุดคือ การเชื่อมโยงให้ได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 คนเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไร และมูลเหตุที่แท้จริงคืออะไร” นายกมลศักดิ์ ระบุ

นายกมลศักดิ์ยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ชุดทำงานทุกนาย ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 5 คนภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนนับตั้งแต่เริ่มต้นสืบสวนจากจุดเริ่มต้นที่ควบคุมตัว นายสมพร และบุตรชาย

อย่างไรก็ตาม นายกมลศักดิ์ เน้นย้ำว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น และสังคมกำลังรอคำตอบว่า ใครคือผู้บงการ ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

“คำถามของสังคมที่ต้องการคำตอบคือผู้บงการที่แท้จริงคือใคร ผมยังเชื่อว่าตำรวจเดินหน้าต่อได้ และท่านไม่ได้ช่วยผมคนเดียว แต่ท่านกำลังลดเงื่อนไขความหวาดระแวงให้กับคนในพื้นที่ หากสังคมรู้ว่าผู้บงการคือใคร ทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น ผมเชื่อว่าเรื่องนี้มีเป็นทอดๆ เพียงแต่ตอนนี้ต้องหาจุดเชื่อมโยงให้พบ ผมเชื่อมั่นในฝีมือของตำรวจที่ทำงานชุดนี้” นายกมลศักดิ์ กล่าว

วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นถึงการแต่งตั้ง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ว่า ดีใจว่าอย่างน้อยรัฐบาลเดินหน้าในเรื่องนี้ เพราะได้ท้วงติงไปในช่วงแถลงนโยบายรัฐบาล เพราะไม่ได้ระบุถึงประเด็นการพูดคุย และพวกเราได้อภิปรายในรายงาน
ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่เป็นการนำเสนอนโยบายความมั่นคงชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็ยังพูดถึงการพูดคุยอยู่ แต่ก็ติงไปว่าน้ำหนักที่ให้กับเรื่องนี้มีน้อยลง ทั้งที่จริงแล้วเป็นกระบวนการที่มีโอกาสมากที่สุด ที่จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนการตั้งคณะพูดคุยนั้น ตนไม่ได้พูดถึงตัวบุคคล ซึ่งจริงๆ แล้วการเป็นพลเรือนก็มีส่วนช่วย แต่ก็มีข้อสังเกตไปแล้ว ว่าการทำงานในด้านการข่าวจะต้องสร้างความมั่นใจหรือไว้วางใจในกระบวนการพูดคุยให้ดี เพราะที่ผ่านมา
เมื่อเกิดความหวาดระแวงกัน มักจะกังวลในฝ่ายความมั่นคง และกังวลว่าการพูดคุยเป็นการไปหาข่าว เพราะฉะนั้นจึงต้องระมัดระวังตรงนี้

“สิ่งสำคัญที่ผมอยากเห็น คือเริ่มทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งประเทศ ว่าการพูดคุยที่จะนำไปสู่ความสงบ คำตอบทางการเมืองคงหนีไม่พ้นเรื่องการกระจายอำนาจ ว่าควรจะเป็นแบบไหน ซึ่งเงื่อนไขชัดเจนแล้วว่า อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นราชอาณาจักรที่แบ่งแยกไม่ได้ แต่การกระจายอำนาจหรือการจัดระบบ จะทำอย่างไรให้ผู้ที่มีความหลากหลายอยู่กันอย่างกลมกลืน สามารถรักษาอัตลักษณ์ของตัวเอง
นั่นคือหัวใจของความสงบ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีข้อแนะนำ จึงอยากให้คณะพูดคุยให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และให้มั่นใจว่า คนที่เข้ามาพูดคุยด้วย สามารถคุมสภาพในพื้นที่ได้ และมีการฉายภาพให้เห็นว่า เดินไปสู่อะไร มากกว่าการพูดคุยไปเหมือนกับว่าอยากให้มีความสงบแต่ไม่ได้มีคำตอบที่จะได้ข้อยุติของกระบวนการนี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในพื้นที่เองมี 2 เรื่องที่ต้องเร่งสะสางคือเรื่องตัวคดีที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารสส. โดยเฉพาะเมื่อมีการจับกุมได้แล้ว ควรจะต้องมีการขยายผลไปถึงผู้บงการ และที่สำคัญที่สุดมีการตั้งคำถาม ถึงการใช้รถยนต์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของราชการ และบุคลากรไปเกี่ยวข้องกับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งต้องทำให้โปร่งใส ไม่เช่นนั้นจะเป็นเงื่อนไขที่สร้างความหวาดระแวง ขณะเดียวกันอีกหนึ่งปัญหาที่มีการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอโอ กับผู้เห็นต่างแม้กระทั่งกับสื่อมวลชน ถือว่าไม่เป็นผลดี มีแต่จะสร้างความขัดแย้งและความเกลียดชังมากยิ่งขึ้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top