วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ทหารเร่งช่วยเหลือด่วน
เขมรจับไทย
ขณะออกไปหาของป่า
อ้างผิดหลบหนีเข้าเมือง
ทัพภาค 2 ส่งชุดประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจสอบคนไทยสูญหาย พบเข้าไปหาของป่า หลงเข้าพื้นที่ฝั่งกัมพูชา ถูกจับกุมในความผิดฐานหลบหนีเข้าเมืองผิด กม.เร่งหาทางประสานช่วยเหลือแล้ว
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารกองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กรณีทหารกัมพูชาจับกุมชายไทย 1 ราย หลังจากลักลอบข้ามแดนบริเวณช่องตาเล็ง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เข้าไปหาของป่า ก่อนจะหายตัวปริศนานานกว่า 15 วัน สร้างความกังวลให้ครอบครัวอย่างหนัก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา โลกออนไลน์ได้แชร์ข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “WiparatThongsaysorn” ประกาศตามหาญาติที่เข้าไปหาของป่าตามแนวชายแดนช่องตาเล็ง ก่อนจะขาดการติดต่อและไม่กลับบ้านนาน 4-5 วัน
ต่อมาหน่วยงานด้านความมั่นคงทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ได้จัดชุดข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบภูมิลำเนาของผู้สูญหาย ทราบชื่อคือนายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.กันตรวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มีอาชีพหาของป่า โดยออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ใช้จักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สแมช สีดำ ทะเบียน ขกต 772 สุรินทร์ ก่อนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ญาติให้ข้อมูลว่า ปกตินายโยชน์จะเข้าป่าเพียง 1-2 วันแล้วกลับบ้าน จึงเชื่อว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดคิด หรืออาจถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว กระทั่งนางกันนิกา หอมขจร ภรรยา ได้เข้าแจ้งความบุคคลสูญหายไว้ที่ สภ.กาบเชิง ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตาม
กระทั่งในวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 กองกำลังสุรนารีได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ จึงเร่งประสานไปยังฝ่ายกัมพูชา ผ่าน พ.อ.โปวเพง หัวหน้าหน่วยประสานงานกัมพูชา-ไทยประจำพื้นที่โอร์เสม็ด โดยฝ่ายกัมพูชายืนยันว่า นายโยชน์ได้ลักลอบเข้าเขตกัมพูชา จึงถูกจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และถูกส่งดำเนินคดีในพื้นที่ จ.อุดรมีชัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางแม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้ใช้กลไกจากชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนเร่งประสานกับฝ่ายทหารกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ กองกำลังสุรนารี ระบุว่าเพิ่งได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากครอบครัวผู้สูญหาย เมื่อไม่นานมานี้ ก่อนเร่งตรวจสอบจนยืนยันได้ว่า นายโยชน์ถูกจับกุมจริง ส่วนการรับตัวกลับไทยยังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป
พล.ต.บุญเสริม กล่าวว่า ภายหลังกองกำลังสุรนารี ได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ และเพจFacebook ของคุณอ้อ ไพรัชว่ามีประชาชนใน อ.ปราสาท ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ชายแดนประมาณ 40 กิโลเมตรหายตัวไปหลายวัน จึงรีบประสานไปยังชุดประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายกัมพูชา รับปากว่าจะเร่งตรวจสอบให้ ต่อมาช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ชุดประสานงานฝ่ายกัมพูชา ได้โทรศัพท์กลับมาแจ้งว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้สูญหายชาวไทยอยู่ที่ จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชาและปลอดภัยดี เมื่อได้รับแจ้งจึงสั่งการให้ศูนย์ประสานงานชายแดนฝั่งไทย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบเดินทางไปแจ้งข่าวแก่ครอบครัวผู้สูญหายเพื่อให้ญาติคลายกังวลและทราบว่าผู้สูญหายยังปลอดภัยดี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี