วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ของรัฐบาล ปรากฏว่า ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า มีร้านลูกชิ้นยืนกิน ที่เป็นอาหารอัตลักษณ์เด่นของ จ.บุรีรัมย์ ตั้งแผงเรียงรายอยู่กว่า 10 ร้านค้า ล้วนได้มีการติดตั้งป้ายโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 พบว่าได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างจังหวัด ที่ส่วนใหญ่จะเลือกใช้บริการผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ทยอยเดินทางเข้ามาเลือกซื้อลูกชิ้นยืนกิน เพื่อนำไปเป็นของขวัญของฝาก และนำไปรับประทานที่บ้าน รวมถึงยืนกินหน้าร้านกันอย่างคึกคัก ตั้งแต่เริ่มมีการประกาศใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในวันที่ 1 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้
โดยได้ส่งผลดีให้กับทั้งประชาชนผู้บริโภค ที่ไม่ต้องควักเงินจ่ายค่าสินค้า 100% และยังส่งผลดีให้กับผู้ประกอบการร้านค้าขายลูกชิ้นยืนกิน ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สามารถเพิ่มยออดขายได้มากขึ้น จากห้วงปกติที่ไม่มีโครงการในลักษณะดังกล่าว โดยสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 60-90 % ต่อวัน อีกทั้ง พ่อค้าแม่ค้าต่างเรียกร้องให้รัฐบาล จัดให้มีโครงการช่วยเหลือประชาชน ในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย
นายสาธิต หนองภักดี อายุ 43 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ที่เดินทางมาเที่ยวบุรีรัมย์ในช่วงวันหยุด และกำลังเดินทางกลับ จ.ร้อยเอ็ด บอกว่า ตั้งใจจะซื้อลูกชิ้นยืนกินของดีบุรีรัมย์นำไปฝากแม่ยายที่ร้อยเอ็ด โดยใช้จ่ายผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งในตอนแรกก็รู้สึกงงว่าจะใช้อย่างไร เนื่องจากตนเพิ่งได้ใช้เป็นครั้งแรก พอกดสแกนจ่ายค่าลูกชิ้น 90 บาท เท่ากับว่ารัฐจ่ายให้ 50 กว่าบาท และตัวเราเองจ่ายเพียง 36 กว่าบาท ก็ถือว่าเป็นโครงการที่ดี สามารถช่วยเหลือและแบ่งเขาภาระของประชาชนได้เป็นอย่างดี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี