537.jpg
บุกช่วยสาวจีน เหยื่อแก๊งสแกม จัดฉากรีด12ล.

บุกช่วยสาวจีน เหยื่อแก๊งสแกม จัดฉากรีด12ล.

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บุกช่วยสาวจีน
เหยื่อแก๊งสแกม
จัดฉากรีด12ล.

ตำรวจบก.ปคม.บุกช่วยเหลือ“นศ.สาวชาวจีน”ถูกแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ใช้กลวิธี “ลักพาตัวเสมือนจริง”บงการเหยื่อข่มขู่ให้เดินทางเข้าไทย เพื่อจัดฉากทำร้ายร่างกายตนเอง หวังรีดเงินจากครอบครัวกว่า12.5ล้านบาท พร้อมแนะผู้ปกครองเฝ้าระวังบุตรหลาน ตกเป็นเหยื่อกลโกงรูปแบบใหม่

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศตคม.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก.,พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมแถลงผลการช่วยเหลือ น.ส.หวัง (Miss WANG) อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวชาวจีน ซึ่งศึกษาอยู่ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง หลังตกเป็นเหยื่อขบวนการ“ลักพาตัวเสมือนจริง”(Virtual Kidnapping) ถูกกลุ่มสแกมเมอร์ข้ามชาติบงการให้จัดฉากลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่จากครอบครัวเป็นเงินกว่า 12.5ล้านบาท


สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับการประสานข้อมูลจากตำรวจฮ่องกง กรณี น.ส.หวัง หายตัวไปหลังเดินทางเข้าประเทศไทย โดยครอบครัวเชื่อว่าอาจตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ต่อมาบิดาของ น.ส.หวังได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน WeChat จากชายไม่ทราบชื่อ อ้างว่าควบคุมตัวบุตรสาวไว้ พร้อมเรียกค่าไถ่จำนวน 3 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 12.5 ล้านบาทและส่งภาพ น.ส.หวัง อยู่ในสภาพถูกมัดและมีร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายร่างกาย ทำให้ครอบครัววิตกกังวลอย่างหนัก และเข้าแจ้งความกับตำรวจฮ่องกง

จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพได้หลอกลวงผู้เสียหายให้ขอเงินจากบิดาโดยอ้างว่ามีความจำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานทางการเงินเพื่อศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรทำให้บิดาหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร Bank of China ของผู้เสียหายรวม 1.4 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 5.8 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 19–20 พฤษภาคม ก่อนที่เงินดังกล่าว จะถูกโอนกระจายไปยังบัญชีม้าหลายบัญชี

ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคมทีผ่าน ผู้เสียหายเดินทางออกจากฮ่องกงเพียงลำพังด้วยสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ เที่ยวบิน HX767และเดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 1 มิถุนายน เวลา 02.36น.ก่อนเข้าพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ตำรวจ บก.ปคม. ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และเส้นทางการเดินทาง พบข้อพิรุธสำคัญว่า ผู้เสียหายเดินทางเพียงลำพังและพบว่า มีการสั่งซื้อเชือก สายรัด มีด สีทาตัวและลิปสติกสีแดง เพื่อนำไปใช้จัดฉากสร้างร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายและถูกลักพาตัว กระทั่งตำรวจแกะรอยจน พบว่าผู้เสียหายย้ายไปพักโรงแรมในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้ภาพหนังสือเดินทางปลอมที่กลุ่มมิจฉาชีพส่งมาให้เพื่อใช้เช็คอิน ก่อนเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยเมื่อเวลา 20.00 น.ใช้เวลาไม่ถึง 18 ชั่วโมง หลังเดินทางถึงประเทศไทย

จากการสอบปากคำน.ส.หวัง ทราบว่ากลุ่มมิจฉาชีพใช้จิตวิทยาหลอกลวง โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ ข่มขู่ว่าเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม และสั่งให้ตัดการติดต่อกับครอบครัว พร้อมหลอกให้เชื่อว่าต้องร่วมเป็นสายลับเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ โดยให้เดินทางมายังประเทศไทยและพักตามสถานที่ที่กำหนด และออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ ก่อนสั่งให้จัดฉากลักพาตัวและทำร้ายร่างกาย เพื่อนำภาพและวิดีโอไปใช้เรียกค่าไถ่ ซึ่งเป็นรูปแบบ “Virtual Kidnapping” ที่กำลังพบมากในหลายประเทศ

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า คดีนี้สะท้อนถึงอาชญากรรมข้ามชาติที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง อาศัยเทคโนโลยีและจิตวิทยาในการควบคุมเหยื่อ พร้อมย้ำว่าต้องเร่งขยายผลกลุ่มขบวนการดังกล่าว และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะให้ครอบครัวและผู้ปกครองเพิ่มความระมัดระวัง พร้อมให้ความรู้แก่บุตรหลาน เนื่องจากยังมีกลุ่มเยาวชนตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top