วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
สสส.ได้ทำงานวิจัยด้านกิจกรรมทางกายร่วมกับ 40 ประเทศ พบว่า เด็กทั่วโลกและเด็กไทยมีกิจกรรมทางกายที่ลดลง สำหรับเด็กไทยมากกว่าร้อยละ 70 มีกิจกรรมทางกายอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอ และยังมีพฤติกรรมการใช้หน้าจอที่เกินกว่าเกณฑ์แนะนำด้านสุขภาพ เกิดเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่งที่จะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพอีกด้วย
เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดงานแถลงข่าว “เล่นดี3 มิติ ส่งเสริมการเรียนรู้” ภายใต้ “โครงการกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะทางกายในสถานศึกษา” ในแนวคิด “ออกมาเล่น แอ๊กทีฟ 60 นาทีทุกวัน” เพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่องในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย อายุระหว่าง 8-15 ปี ให้มีสุขภาวะที่ดีเหมาะสมตามวัย และเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ครู ผู้ปกครอง ได้เห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย ทั้ง 3 มิติ ลดการเนือยนิ่ง รวมไปถึงเพื่อสานพลังความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน ขยายผลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในวงกว้างต่อสังคมไทย

นางสาวนภาพร ขันตี
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่ากิจกรรมหลักของโครงการ คือการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร ในสถานศึกษาผ่านการอบรมสัมมนา และการจัดกิจกรรมตัวอย่างโดยแบ่งเป็น 4 ฐานกิจกรรม ได้แก่ ฐาน ชั่ง ตวง วัด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ช่วยส่งเสริมพัฒนาการใน 3 มิติ ได้แก่ 1) ทักษะพิสัย 2) จิตพิสัย และ 3) พุทธพิสัย ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำมาประยุกต์ให้นำไปปรับใช้กับการจัดการเรียนการสอนทั้งในและนอกชั้นเรียน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ในการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” อีกด้วย

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม
รศ.สมควร โพธิ์ทอง อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หนึ่งในวิทยากรของโครงการกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะทางกายในสถานศึกษาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จุดเด่นของโครงการนอกจากการเสริมแนวทางปรับการสอนสำหรับครูในโรงเรียนแล้ว ยังช่วยปรับทัศนคติของผู้ปกครองให้มองเห็นว่าการเล่นไม่ใช่เรื่องไร้สาระสำหรับเด็ก โดยหลักของการสร้างกิจกรรมทางกายควรเริ่มจากกิจกรรมที่สนุก เพื่อให้เด็กรู้สึกสนใจและให้ความร่วมมือ และจัดกิจกรรมให้ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ 1) ทักษะพิสัย ขณะที่เด็กเล่น สมองจะสั่งการให้อวัยวะต่างๆ เคลื่อนไหวอย่างสัมพันธ์กัน การกระตุ้นสมองให้สั่งการจะส่งผลดีต่อสติปัญญา และการเรียนรู้ของเด็ก 2) จิตพิสัย เด็กจะมีพัฒนาการด้านความฉลาดทางอารมณ์ที่ดี เห็นคุณค่าเคารพกติกา เกิดทักษะสังคม เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น และ 3) พุทธพิสัย สามารถสร้างภาพการเคลื่อนไหวและรูปแบบการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นการจำลองสภาวะภายในความคิด เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์โดยทั้ง 3 ส่วน เป็นส่วนผสมของการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่ครบถ้วน

รศ.สมควร โพธิ์ทอง
นางสาวนภาพร ขันตี ตัวแทนครู จากโรงเรียนราชมนตรี เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เผยถึงการเข้าร่วมโครงการกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะทางกายในสถานศึกษาว่าหลังจากการอบรมร่วมกับโครงการทางโรงเรียนได้นำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนทันทีในระดับอนุบาล และประถมศึกษา ซึ่งผลที่ได้คือ เด็กมีความร่วมมือกระตือรือร้นในการเรียน มีสมาธิ และมีอารมณ์ที่สดใส และมีผลการเรียนที่ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้ทางโรงเรียนกำลังขยายกิจกรรมไปยังระดับชั้นมัธยมศึกษา เพื่อให้เด็กมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นในทุกระดับชั้น ทำให้เด็กมีคุณภาพทั้งร่างกาย และสติปัญญาอีกด้วย

วันนี้ พ่อแม่ ที่กำลังวิตกว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่คนส่วนใหญ่กำลังคลั่งไคล้ อาจทำให้เกิด ผลเสียที่จะตามมากับลูกหลานทั้งต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็ก การให้ความสนใจต่อการสนับสนุนให้เด็กมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสม (อย่างน้อย 60 นาทีทุกวัน) จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดหรือความคืบหน้าของกิจกรรมใน โครงการกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะทางกายในสถานศึกษาได้ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ www.facebook.com/ActivePlayActiveSchool
โดย ปานมณี

'ปชน.'กลบปมด้อยค่าทหาร หงายการ์ดโชว์ 5 ผู้สมัครอดีตนายทหาร ร่วมเป็น 'Grand Coalition'
‘องอาจ’เดินตลาด ช่วย‘ภาณุพงศ์’หลาน‘จุรินทร์’หาเสียง เชื่อกระแส ปชป.ดึง‘ฐานเสียงเก่า’กลับมา
'ยศชนัน'เดินตลาดบางใหญ่ ช่วยผู้สมัคร สส.นนทบุรี ยาหอมบอกยังพัฒนาได้ดีกว่านี้อีกเยอะ
'โรม'ท้าชนภูมิใจไทย บุกสตูลปลุกกระแส'ส้มต้องเต็มใบ' อ้างซื้อเสียงหัวละ2พัน
‘ศุภชัย’กังขานโยบาย‘เพื่อไทย’ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย...ทำทันทีกี่โมง?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี