คอลัมน์ : ฝากฟ้า ฝากดิน

‘ความยากจนทางจิตใจ กับความยากไร้ทางวัตถุ’ ตอนที่ 6
ความยากจนทางจิตใจและทางวัตถุไม่ได้มีเหตุเดียว อย่างที่กล่าวมาแล้วในตอนก่อนๆ แต่ก็มีคนจำนวนมากเชื่อว่าความยากจนเกิดจากเหตุเดียวตามที่ลัทธิมาร์กซ์วิเคราะห์ไว้
ลัทธิมาร์กซ์ (Marxism) มองว่าเหตุแห่งความยากจนไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจหรือโชคชะตา แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
มาร์กซ์อธิบายว่าความยากจนและความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นจากสาเหตุหลักๆ ดังนี้
1.การขูดรีดแรงงานและมูลค่าส่วนเกิน
- การกดขี่โดยชนชั้นนายทุน ในระบบทุนนิยม สังคมจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนชั้นหลัก คือนายทุนเป็นผู้ถือครองปัจจัยการผลิต (โรงงาน ที่ดิน เครื่องจักร) และผู้ใช้แรงงานซึ่งไม่มีปัจจัยการผลิตของตัวเอง จึงต้องขายแรงงานเพื่อเลี้ยงชีพ
- มูลค่าส่วนเกิน เมื่อคนงานผลิตสินค้า มูลค่าของสินค้าที่เกิดขึ้นจริงจะสูงกว่าค่าจ้างที่ได้รับ มาร์กซ์เรียกส่วนต่างนี้ว่า “มูลค่าส่วนเกิน” ซึ่งนายทุนจะยึดไปเป็นผลกำไรของตนเอง ส่งผลให้คนงานได้รับค่าจ้างเพียงแค่พอประทังชีวิต ขณะที่ความมั่งคั่งไหลไปกระจุกตัวอยู่ที่นายทุน
2.การควบคุมปัจจัยการผลิต
- เนื่องจากปัจจัยการผลิตทั้งหมดตกเป็นของนายทุน ผู้ใช้แรงงานจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับเงื่อนไขการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม ความไม่สมดุลของอำนาจนี้ทำให้ผู้ใช้แรงงานไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ทางเศรษฐกิจ
3.กองทัพสำรองของคนว่างงาน
- ระบบทุนนิยมมักจะรักษาให้มีอัตราการว่างงานอยู่ในระดับหนึ่งเสมอ มาร์กซ์เรียกว่า “กองทัพสำรองของคนว่างงาน”
- การมีคนว่างงานจำนวนมากทำให้นายทุนสามารถกดค่าจ้างให้ต่ำอยู่ตลอดเวลาได้ เพราะหากคนงานคนใดเรียกร้องค่าจ้างเพิ่ม นายทุนก็สามารถไล่ออกและหาคนว่างงานคนอื่นทำแทนได้ทันที
4.ภาวะแปลกแยกของแรงงาน
- คนงานกลายเป็นเพียง “ฟันเฟือง” ในระบบผลิตขนาดใหญ่ ไม่มีส่วนร่วมหรือเป็นเจ้าของในสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้น เมื่องานลดคุณค่าความเป็นมนุษย์และให้ผลตอบแทนที่ต่ำ ตลาดแรงงานจึงกลายสภาพเป็นพื้นที่บีบคั้นให้ผู้ใช้แรงงานติดอยู่ในวงจรความยากจนทั้งทางเศรษฐกิจและจิตใจ
สรุปตามทัศนะของมาร์กซ์ ความยากจนคือปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ระบบทุนนิยมจำเป็นต้องสร้างขึ้นเพื่อให้ระบบขับเคลื่อนและสร้างกำไรสูงสุดได้ ตราบใดที่ยังไม่มีการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่ทุกคนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตร่วมกัน (สังคมนิยม/คอมมิวนิสต์) ความยากจนและเหลื่อมล้ำก็จะไม่มีวันหมดไป
มูลค่าส่วนเกินเป็นอย่างไร?
มูลค่าส่วนเกิน คือหัวใจสำคัญที่คาร์ล มาร์กซ์ ใช้พิสูจน์ว่าระบบทุนนิยมขูดรีดผู้ใช้แรงงานอย่างไร โดยมาร์กซ์อธิบายว่า มูลค่าของสินค้าทุกชิ้นถูกสร้างขึ้นมาจาก “แรงงานของมนุษย์” แต่คนงานกลับได้รับผลตอบแทนไม่ครบตามมูลค่าที่ตนเองสร้างขึ้น
มาร์กซ์อธิบายให้ง่ายขึ้นโดยแบ่งเวลาทำงานของคนงานในแต่ละวันออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้
1.แรงงานที่จำเป็น
- คือเวลาที่คนงานต้องใช้ในการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าให้ เท่ากับค่าจ้าง ที่ตนเองได้รับ
- สมมติว่าคนงานได้ค่าจ้างวันละ 400 บาท และในเวลา 3 ชั่วโมงแรกของวัน เขาสามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าหักต้นทุนแล้วได้ 400 บาท แปลว่าเขาได้ทำงานคุ้มค่าจ้างของตัวเองเรียบร้อยแล้วใน 3 ชั่วโมงนี้
2.แรงงานส่วนเกิน
- คือเวลาทำงานที่เหลือหลังจากนั้น ซึ่งนายทุนบังคับให้ทำงานต่อตามสัญญาจ้าง (เช่น ต้องทำงานให้ครบ 8 ชั่วโมง)
- ในอีก 5 ชั่วโมงที่เหลือ คนงานยังคงผลิตสินค้าต่อไปเรื่อยๆ สมมติว่าผลิตมูลค่าเพิ่มได้อีก 600 บาท
- มูลค่า 600 บาทนี้แหละครับที่มาร์กซ์เรียกว่า “มูลค่าส่วนเกิน”
กำไรของนายทุน มาจากไหน?
ในมุมมองของมาร์กซ์ เงิน 600 บาทที่เป็นมูลค่าส่วนเกินนี้ ไม่ได้ถูกจ่ายกลับไปให้คนงาน แต่นายทุนจะยึดมันไว้ทั้งหมดและเปลี่ยนมันให้กลายเป็น “กำไร” ของตัวเอง
ทำไมสิ่งนี้จึงนำไปสู่ความยากจน?
1.นายทุนต้องการกำไรสูงสุดเสมอ วิธีการเพิ่มกำไรมี 2 ทาง คือขยายเวลาทำงานให้ยาวนานขึ้น หรือใช้เครื่องจักรมากดดันให้คนงานทำงานเร็วขึ้นในเวลาเท่าเดิม
2.ค่าจ้างถูกจำกัดไว้ที่ระดับประทังชีวิต นายทุนจะพยายามจ่ายค่าจ้างให้ต่ำที่สุด เท่าที่คนงานจะพอมีข้าวกิน มีเสื้อผ้าใส่ และมีแรงกลับมาทำงานให้ในวันรุ่งขึ้น
3.รวยกระจุก จนกระจาย ยิ่งคนงานขยันและผลิตสินค้าได้มากเท่าไหร่ มูลค่าส่วนเกินก็ยิ่งไหลไปเข้ากระเป๋านายทุนมากเท่านั้น ดังคำกล่าวที่ว่า “คนทำงานไม่มีวันรวย ส่วนคนรวยไม่ต้องทำงาน
ลัทธิมาร์กซ์นั้นสร้างความใฝ่ฝันแก่คนจำนวนมหาศาลที่จะปฏิวัติระบอบการปกครองของประเทศให้เป็นสังคมนิยม/คอมมิวนิสต์ แต่เมื่อปฏิวัติแล้วอย่างสหภาพรัสเซีย จีน และอีกหลายประเทศในยุโรปกลับไปไม่รอด เพราะเข้าตาจนประชาชนอดอยากล้มตายเป็นล้าน-หลายสิบล้าน บ้างก็ต้องกินเนื้อคนด้วยกัน แม้แต่เกาหลีเหนือทุกวันนี้ก็ล้มเหลว ระบอบการปกครองกลายเป็นเผด็จการสมบูรณ์แบบที่ “ปกครองโดยราชวงศ์คิม” ประชาชนถูกกดหัวให้ยอมจำนนเหมือนอยู่ในโลกมืด
ทำไมหรือ?
ตอบให้สั้นสุด ก็เพราะลัทธิมาร์กซ์มีจุดบอดและจุดอ่อน เป็นกลไก เห็นแต่ “แรงงาน” ไม่เห็น “มนุษย์” ส่วนสันดานคนนั้นก็เสพติดอำนาจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นใครชนชาติไหน ไว้เล่าในตอนต่อๆ ไป
วิมล ไทรนิ่มนวล

