แก้ผ้าลุงแซม : ยาพิษใต้เสื้อคลุมประชาธิปไตย


เคยสังเกตไหมว่าทำไมบางองค์กรด้านกฎหมายหรือสื่อบางหัวในบ้านเราถึงเป็นเดือดเป็นร้อน มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญบ่อยจนดูผิดปกติ เรื่องนี้มีที่มาที่ไป ไม่ได้เกิดขึ้นสอยๆ แบบไร้เหตุผล อาจจะมีศัพท์อังกฤษเกี่ยวข้องเยอะหน่อย แต่อยากให้ทุกคนอ่านอย่างละเอียดเพราะเกี่ยวพันกับทุกภาคส่วนในประเทศไทย
ก่อนอื่นอยากแนะนำให้รู้จักกับ International Republican Institute หรือ IRI องค์กรไม่แสวงหากำไรของอเมริกา ก่อตั้งปี ค.ศ.1983 เงินทุนหลักมาจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ กรรมการส่วนใหญ่มาจากพรรครีพับลิกัน ตั้งขึ้นเพื่อ (อ้างว่า) ส่งเสริมเสรีภาพและประชาธิปไตยทั่วโลก ว่าซั่น..
แต่ในความจริงกลับมีความลับลวงพรางซ่อนอยู่ ซึ่งเราต้องจับตาดูแบบไม่ให้คลาดสายตา องค์กรนี้มีองค์กรพี่น้องคือ NDI - National Democratic Institute ที่มาจากพรรคเดโมแครต
ประเด็นที่น่าสนใจคือองค์กรที่ว่านี่แหละถูกบ่งชี้ว่าแทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่น เช่น มีการชี้ชัดว่าเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารในเฮติ เมื่อปี ค.ศ.2004
ส่วนปี ค.ศ. 2008 รัฐบาลคิวบารายงานว่าอดีต จนท.รัฐสภาอเมริกันอยู่เบื้องหลังรัฐประหารเฮติและพยายามก่อรัฐประหารในคิวบา ฮอนดูรัสยืนยันว่าช่วงวิกฤตรัฐธรรมนูญฮอนดูรัส ค.ศ.2009 IRI รับเงิน $550,000 จาก NED เพื่อหนุน Think Tank ในเม็กซิโกและฮอนดูรัสให้กดดันพรรคการเมือง พูดง่ายๆ คือแทรกแซงพรรคการเมืองในชาติที่เข้าไป “ช่วยเหลือ” นั่นแหละ สาธุชนทั้งหลาย
เมื่อปี ค.ศ.2011 กระทรวงยุติธรรมอียิปต์ชี้ว่าองค์กรนี้รับเงิน USAID เจ็ดล้านดอลลาร์เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้ง ต่อมาในปี ค.ศ. 2016 รัสเซียขึ้นบัญชีดำว่า IRI เป็นองค์กรไม่พึงประสงค์ และประธาน IRI โดนรัฐบาลจีนคว่ำบาตรเพราะสนับสนุนม็อบฮ่องกง เมื่อปี ค.ศ.2020
สรุปสั้นๆ ว่า IRI คือองค์กรอเมริกันสายรีพับลิกันที่รัฐบาลอเมริกันหนุนเงินให้ไปช่วย "สร้างประชาธิปไตย" ในประเทศอื่นๆ ผ่านการฝึกพรรคการเมืองและภาคประชาสังคม สุดท้ายเข้าไปแทรกแซงการเมืองหลายประเทศ ข้อเท็จจริงอีกอย่างที่เกี่ยวข้องกันคือ IRI รับเงินจาก NED มาตลอด ไม่ได้กล่าวอ้างลอยๆ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2025 ทีมของอีลอน มัสก์ ตัดงบ NED ทำให้ IRI ต้องเลย์ออฟคน 2 ใน 3 ที่วอชิงตัน และปิดสำนักงานต่างประเทศมากกว่า 20 แห่ง
ประเด็นที่น่าสนใจคือองค์กรนี้แทรกตัวเข้ามาจับมือกับกลุ่มเอ็นจีโอไทยหลายกลุ่ม แม้ IRI ไม่มีสำนักงานถาวรใหญ่โตแบบ NED แต่ใช้วิธี "Resident Program Director" ประจำภูมิภาค คือมีการดึงกลุ่มเอ็นจีโอไทยทั้งด้านสื่อมวลชนและด้านกฎหมาย ภายใต้นโยบายสวยหรูว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนด้านประชาธิปไตยที่เร่งด่วนในประเทศไทย รูปประโยคยาวๆ แบบนี้อ่านแล้วงง แปลเป็นภาษาชาวบ้านคือองค์กรนี้มองว่าไทยไม่เป็นประชาธิปไตย จึงต้องมีการเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยหลักๆ คือให้ความรู้ ส่งเสริมพลังโดยระดมภาคประชาสังคมไทยเพื่อการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ
ฟังดูดีจังเลยนะจ๊ะ แต่ทั้งหมดนี้คือยาพิษภายใต้เสื้อคลุมประชาธิปไตยของลุงแซมเท่านั้นเอง โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญ ขอถามในฐานะประชาชนไทยคนหนึ่งว่า ยูเสือกอะไรด้วยกับรัฐธรรมนูญไทย เรื่องนี้ควรให้คนไทยทั้งแผ่นดินตัดสินกันเองไม่ใช่หรือ ฝรั่งอั้งม้อไม่ควรสอดจมูกเข้ามาจุ้นจ้านในบ้านคนอื่น
รูปแบบการทำงานของ IRI ทั่วโลกและในเมืองไทยคือไม่ลงถนนเอง แต่ฝึกคน ฝึกพรรคการเมือง ฝึก NGO ฝึกสื่อ ให้ทำงานเรื่องประชาธิปไตยในรูปแบบที่อเมริกาต้องการ โดยทุนจาก FFF, USAID, NED คือท่อน้ำเลี้ยงหลัก ถ้าใครที่คิดว่าไม่เป็นไรหรอกมั้ง อเมริกาคือมิตรประเทศแสนดีของเรามานาน องค์กรเหล่านี้คงมาช่วยเรา เพราะอเมริกานั้นคือพระเอกโลกมาแสนนาน
คำแนะนำแรกคือหยุดดูหนังฮอลลีวู้ดก่อนจ้ะ อเมริกาไม่ใช่พระเอกหรือฮีโร่มากู้โลกแต่อย่างใด อยากขีดเส้นใต้ตัวโตๆ ไว้บรรทัดนี้ว่า องค์กรเหล่านี้เจอข้อหาแทรกแซงกิจการภายในหลายประเทศ อียิปต์เคยจับว่า IRI รับเงิน USAID เจ็ดล้านดอลลาร์เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้ง ส่วนรัสเซียขึ้นบัญชีว่าเป็นองค์กรไม่พึงประสงค์ และจีนคว่ำบาตรประธาน IRI เพราะหนุนฮ่องกง นอกจากสามประเทศที่กล่าวมายังมีอีกหลายประเทศที่จับได้ไล่ทันองค์กรเหล่านี้
ไม่มีใครเอาเงินล้านมาช่วยเปล่าหรือให้ฟรีหรอก พูดกันอย่างตรงๆ ไม่กั๊ก IRI คือนักลงทุนด้านประชาธิปไตย การให้เงินเอ็นจีโอไทยก็เพื่อให้ "เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตยแบบอเมริกัน" งอกในบ้านเรา
นั่นหมายถึงอเมริกาอยากให้ไทยมีประชาธิปไตยรูปแบบอเมริกัน ไม่ใช่แบบไทย ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเอ็นจีโอด้านกฎหมายหรือสื่อมวลชนบางสื่อถึงวนเวียนอยู่กับการแก้มาตรา 112 อยู่ร่ำไป สิ่งที่ IRI ได้รับคืออิทธิพล นโยบาย และพันธมิตรในประเทศเรา โดยอาศัยพรรคการเมือง สื่อมวลชน และเอ็นจีโอบางแห่งเป็นมือเป็นตีนทำงานแทน
ขอเล่าถึงอีกองค์กรหนึ่งคือ FFF หรือ Fundamental Freedom Funding เป็นกองทุนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ผ่าน DRL งบประมาณเจ็ดล้านสองแสนห้าหมื่นเหรียญหรือประมาณสองร้อยเจ็ดสิบล้านบาท เป้าหมายที่ประกาศคือสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมในประเทศที่มีการละเมิดเสรีภาพ ทั้งสิทธิมนุษยชน เสรีภาพสื่อ แรงงาน การเลือกตั้ง และประชาธิปไตย
เงิน FFF มาจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เป้าหมายคืออยากเห็นไทยมีรัฐธรรมนูญแบบที่อเมริกาต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีกษัตริย์เป็นพระประมุข ดังนั้นมาตรา 112 คือเรื่องเร่งด่วนที่สุด หากเอ็นจีโอที่รับเงินมาทำสำเร็จ จะมีการนำไปรายงานต่อสภาอเมริกันว่า งบภาษีของประชาชนอเมริกันถูกใช้อย่างคุ้มค่า เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยในไทยแล้ว
FFF จะให้เงินทุนกับหัวข้อด้านการเลือกตั้ง เสรีภาพสื่อ และประชาสังคม เป็นหลัก หากนำไปหนุนกลุ่มที่วิพากษ์รัฐบาลหรือจัดม็อบอาจกระทบเสถียรภาพทางการเมือง มีตัวอย่างให้เห็นในหลายประเทศที่ FFF/DRL ถูกใช้เพื่อสนับสนุนกลุ่มฝ่ายค้านหรือสื่ออิสระที่ต่อต้านรัฐบาล
ทั้ง FFF และ IRI ทำงานร่วมกันในการจ้างเอ็นจีโอด้านกฎหมายบางแห่งและสื่อมวลชนบางสื่อในไทยทำงานให้ โดยตอบแทนในรูปแบบเงินทุนช่วยเหลือนั่นเอง จิ๊กซอว์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างหรือยังล่ะทีนี้
กลับมาที่องค์กร IRI สิ่งที่ IRI ต้องการที่สุดคือมือตีนทำงานให้ในภาคสนาม เอ็นจีโอด้านกฎหมายและสื่อมวลชนบางสื่อถึงอาสาทำหน้าที่นี้แลกเงิน เพื่อเป็น "หูเป็นตา" สาระแนรายงานว่าประชาชนไทยคิดอะไร ภาคประชาสังคมเคลื่อนไหวอย่างไร และอุปสรรคคืออะไร ข้อมูลพวกนี้มีค่ามากกับนโยบายต่างประเทศของอเมริกา เพราะสามารถนำไปอ้างได้ว่าองค์กรของไทยเห็นด้วยกับแนวทางของอเมริกา
ในความคิดคนทั่วไป นิยามคำว่า "ขายชาติ" หมายถึงการเอาผลประโยชน์ของประเทศไปแลกกับเงินหรืออำนาจของต่างชาติ ลองคิดดูแล้วกันว่าสิ่งที่เอ็นจีโอด้านกฎหมายบางแห่งและสื่อบางสื่อเข้าข่ายนี้หรือเปล่า
หากคิดว่าเป็นการกล่าวหาเกินไป งั้นขอใช้คำใหม่ก็แล้วกันคือ ทั้งหมดนี้คือการ "เช่าอิทธิพล" คือเอ็นจีโอด้านกฎหมายและสื่อบางหัวเอาเงินองค์กรนี้มาเพื่อขับเคลื่อนสังคมยูโทเปียที่ใฝ่ฝันถึง และนำมาเลี้ยงปากท้องของตัวเองไปพร้อมกัน ส่วนอเมริกาก็ยืมเครือข่ายเอ็นจีโอเหล่านี้ไปขับเคลื่อนนโยบายของตนเอง
เรื่องที่หมู่เฮาชาวไทยควรตระหนักที่สุดคือสิ่งที่ได้มาคุ้มกับสิ่งที่เสียไปหรือไม่ เงินทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากอเมริกามักจะล็อกประเด็นไว้แล้ว เช่น "รัฐธรรมนูญ" และ "เลือกตั้ง" ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวและสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาความมั่นคงของประเทศ
National Endowment for Democracy (NED) International Republican Institute (IRI) และ Fundamental Freedom Funding (FFF) องค์กรเหล่านี้แม้จะดูเหมือนชูธงด้านความช่วยเหลือเพื่อประชาธิปไตย แต่ทั้งหมดคือยาพิษใต้เสื้อคลุมสวยหรูยี่ห้อประชาธิปไตยเท่านั้น ความจริงแล้วคือเครื่องมือของต่างชาติในการแทรกแซงการเมืองไทย โดยให้เงินสนับสนุนเอ็นจีโอ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย สื่อมวลชน และพรรคการเมืองบางพรรคให้เป็นมือเป็นตีนในการขับเคลื่อนนโยบายในรูปแบบที่อเมริกาพอใจ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ประชามติของคนไทยทั้งชาติ !
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

