ส่งออก ก.ย.69 นิวไฮ โต24% ลุ้นทั้งปีพุ่ง 19% ทะลุ 4 แสนล้านดอลลาร์

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนกันยายน 2569 มีมูลค่า 38,438.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่อง 27 เดือน และทำสถิติส่งออกรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับจากเดือนมีนาคม 2569 ที่เคยทำได้ 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการนำเข้าในเดือนกันยายน 2569 มีมูลค่า 44,295.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน ขาดดุลการค้า 5,856.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยช่วง 9 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) การส่งออก มีมูลค่า 304,588.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 348,282.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ขาดดุลการค้า 43,693.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับปัจจัยที่ช่วยผลักดันการส่งออกให้ขยายตัว ยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่การส่งออกเร่งตัวขึ้น ส่งผลให้ไทยซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตโลกเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกับที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสุทธิฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ของโลก ส่วนภาคการผลิตโลกขยายตัวสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี จากคำสั่งซื้อใหม่และการเพิ่มสินค้าคงคลัง ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลกระทบต่อตลาดตะวันออกกลาง
ส่วนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น มาจากการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 41.7% สินค้าทุน สัดส่วน 33.5% โดยสินค้าที่นำเข้า อาทิ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องจักรไฟฟ้า แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้นำเข้ามาแล้วจะนำมาผลิตและส่งออก ทำให้ยอดส่งออกสูงขึ้น ส่วนสินค้าเชื้อเพลิง มีสัดส่วน 11.9% สินค้าอุปโภคบริโภค สัดส่วน 8.7% ยานพาหนะ สัดส่วน 3.2% อาวุธ ยุทธปัจจัยและอื่นๆ สัดส่วน 1%
ทั้งนี้รายละเอียดการส่งออก พบว่า สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่มขึ้น 2.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร เพิ่มขึ้น 8.1% สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 2.7% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป สิ่งปรุงรสอาหาร และกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ น้ำตาลทราย ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เนื้อปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง และกาแฟ ทั้งนี้ช่วง 9 เดือนของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 1.9%
สินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 25.4% ขยายตัวต่อเนื่อง 30 เดือน โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องโทรศัพท์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องวิดีโอ เครื่องเสียง เครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ ทั้งนี้ช่วง 9 เดือนของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 23%
ด้านตลาดส่งออก ยังคงขยายตัวสูงต่อเนื่อง ซึ่งตลาดหลัก เพิ่มขึ้น 32.4% โดยตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 50.1% จีน เพิ่มขึ้น 18.4% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 19% สหภาพยุโรป (27) เพิ่มขึ้น 35% อาเซียน (5) เพิ่มขึ้น 27% และ CLMV เพิ่มขึ้น 16.6% ตลาดรอง เพิ่มขึ้น 24% โดยขยายตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย 37.7% ลาตินอเมริกา 29.3% ทวีปแอฟริกา 5.2% และสหราชอาณาจักร 14.6% ส่วนตลาดรัสเซียและกลุ่ม CIS ลดลง 12.4% เอเชียใต้ ลดลง 2.7% และตะวันออกกลาง ลดลง 8.7% และตลาดอื่นๆ ลดลง 61.7%
แนวโน้มการส่งออกในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปี 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง มีโอกาสที่การส่งออกทั้งปี 2569 จะเติบโตได้ 15-16% และสูงสุดได้ถึง 19% มีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังคงขยายตัว โดยถ้าเติบโต 15% การส่งออกที่เหลือ 3 เดือน ต้องทำให้ได้ 86,678.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งปี 2569 ต้องทำได้ 391,267.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนถ้าเติบโต 16% ที่เหลือ 3 เดือนต้องส่งออก 90,081.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งปี 2569 ต้องส่งออก 394,669.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถ้าเติบโต 19% ที่เหลือ 3 เดือนต้องส่งออก 102,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งปี 2569 ต้องส่งออก 404,876.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะสูงกว่าเป้าเดิมที่ประเมินไว้ 5-11% (ค่ากลาง 8%)
ขณะที่แนวโน้มการส่งออกปี 2570 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง แต่ต่ำกว่าปี 2569 เพราะฐานสูงมาก เบื้องต้นประเมินการขยายตัวที่ 2-4% โดยยังคงได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจโลกที่เร่งตัวขึ้น ซึ่ง IMF ประเมินที่ 3.4% องค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์การค้าโลก เพิ่มขึ้น 4.1% และการลงทุนด้าน AI ยังขยายตัว แต่ต้องประเมินตัวเลขที่ชัดเจนอีกครั้ง
สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์ประท้วงในยุโรปต่อการส่งออกของไทยนั้น ทั้งในฝรั่งเศสและอิตาลี ระยะสั้นยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่ระยะกลางอาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค เศรษฐกิจเติบโตต่ำ และมีผลต่อการค้าในระยะต่อไปได้ ส่วนอินโดนีเซียที่มีการประท้วง ผลกระทบส่งออกก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

