ระบบแพทย์ในฝัน

สมัยผมเรียนที่อังกฤษ ค.ศ.1954-1971 อังกฤษเริ่มมี National Health Service (NHS) (“30 บาท” ไทย) ได้ไม่กี่ปีคือ ตั้งขึ้นในปี 1948 หลักการคือเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมกัน โดยให้บริการรักษาพยาบาลฟรีแก่ประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย โดยใช้งบประมาณของรัฐ ทุกๆ คนที่สหราชอาณาจักร จะต้องลงทะเบียนกับ GP-general practitioner คนหนึ่งคนใด (แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป บางทีก็เรียกว่า family doctor หรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวซึ่งที่อังกฤษ อย่างน้อยตอนผมอยู่ คำว่า GP - family doctor หรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเหมือนกัน) น่าจะเลือกที่ใกล้ๆ บ้าน เวลาเราไม่สบาย เราจะต้องไปหา GP คนนี้หรือกลุ่มนี้ก่อน (GP ประจำตัวเราหรืออาจเป็นกลุ่ม GP หลายๆ คนรวมกัน ถ้าคนนี้ไม่อยู่อีก GP อาจดูแทน ฯลฯ) GP ผู้นี้จะดูแลเราได้ทุกโรคในระดับหนึ่ง ดูแลเราทั้งตัว ทุกเรื่อง เมื่อ GP ดูแล้ว อะไรที่เขารักษาดูแลได้ เขาก็จะสั่งการรักษาเองที่ GP practice ที่อาจเรียกว่า GP surgery หรือ GP clinic อาจมีที่ตรวจเลือด Xray หรือทำฟันด้วย ถ้า GP วินิจฉัยว่าเป็นโรคที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญ เขาก็จะส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลตรวจ เมื่อผู้เชี่ยวชาญดูแล้ว ตรวจเพิ่มเติม วินิจฉัย ให้การรักษาแล้ว ก็จะส่งกลับมาให้ GP เป็นผู้ดูแล ติดตามต่อ
วิธีการแบบนี้ดีมาก เพราะ GP จะรู้จักผู้ป่วยคนนี้ดีมาก สมัยก่อน GP จะรู้จักคนในแถวๆ นั้นดีมาก รู้จักชื่อเล่น ชื่อจริง พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ทั้งครอบครัว ไม่ว่าใครจะเป็นโรคอะไร ต้องไปหา GP ก่อน
ระบบนี้ดีมาก แต่ข้อเสียก็มี เช่น กว่าจะนัดหา GP ได้ กว่าจะนัดกับผู้เชี่ยวชาญได้ การตรวจเพิ่มเติมต่างๆ การผ่าตัด อาจต้องรอ แต่นี่ก็เป็นรายละเอียดที่อยู่ที่การบริหารจัดการ แต่นโยบายใหญ่เป็นนโยบายที่ดี
แล้วประเทศไทยล่ะ? ผมคิดว่าหลักการของไทยก็ดีมาก คือ ระบบ รพ.สต.หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่รัฐบาลจะให้เป็นด่านแรกของระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ กล่าวคือปัจจุบันนี้มี รพ.สต.หรือสถานีอนามัยเก่าอยู่ประมาณ 9,500 แห่ง คาดว่าอีกหน่อยจะรวมกันให้มีขนาดที่เหมาะสมในทุกๆ ด้าน คือ 6,500 แห่งทั่วประเทศ 1 แห่งจะดูแลประชาชนประมาณ 10,000 คนหรือ 65 ล้านคน รพ.สต.จะมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่เรียนเฉพาะทางด้านนี้มา ถือว่าเป็นแพทย์ผู้ชำนาญการสาขาหนึ่งมีพยาบาลสายต่างๆ และบุคลากรทางสาธารณสุขที่เหมาะสม อาจมีทันตแพทย์หรือทันตภิบาล เภสัชกร ฯลฯ สำหรับผม รพ.สต.ก็คือ GP practice ของอังกฤษนั่นเอง แต่ GP ของอังกฤษเขามีบุคลากรสายต่างๆ เครื่องตรวจต่างๆ ครบเครื่องมากกว่า รพ.สต.ในปัจจุบันนี้
ทุกๆ คนในต่างจังหวัดจะต้องไปขึ้นทะเบียนกับ รพ.สต.ที่ใกล้บ้าน เวลาไม่สบายต้องมาที่นี่ก่อนๆ ที่จะไปที่ รพ.ชุมชน หรือ รพ.ทั่วไป หรือ รพ.ศูนย์ โดยแพทย์ที่ รพ.สต.จะเป็นผู้ส่งต่อ และต้องมีระบบการส่งต่อที่ดีไม่เร็วเกินไปและไม่ช้าเกินไป
ผมว่าระบบ รพ.สต. เป็นหลักการที่ดี แต่ต้องการการสนับสนุนมากกว่านี้ ต้องมีการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวให้มากกว่านี้และต้องกระจายแพทย์ต่างๆ เหล่านี้ให้ได้ ต้องมีสวัสดิการที่ดี ที่จะดึงให้แพทย์ เจ้าหน้าที่ มาทำงานที่ รพ.สต. และรักษาเขาไว้ในระบบให้ได้ รวมทั้งบุคลากรในสายอื่นๆ เมื่อไหร่ ระบบ รพ.สต.เข้มแข็งจะช่วยลดการที่ประชาชน ผู้ป่วย เดินเข้าไปหาแพทย์ในโรงพยาบาลโดยไม่ได้มีการนัดหมาย จะช่วยทำให้ รพ.ต่างๆ ไม่แออัดเกินไป แพทย์มีเวลามากขึ้นสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน และผู้ป่วยไม่ต้องไปหาแพทย์ไกลบ้าน
ปัญหาบางส่วนของบ้านเรา-โดยเฉพาะในโรงเรียนแพทย์ คือ เรามีผู้เชี่ยวชาญในสาขาการแพทย์ต่างๆ เยอะมาก ถึง 103 สาขา ตามข้อมูลของแพทยสภา ในสาขาใหญ่ต่างๆ ของแพทย์ เช่น สาขาอายุรศาสตร์จะมีการแตกหน่อออกมาอีกเป็นถึง 20 อนุสาขา เช่น หัวใจ ปอด ไต ต่อมไร้ท่อ มะเร็ง เลือด ทางเดินอาหาร ข้อ โภชนาการ สูงอายุ เภสัชและพิษวิทยา ฯลฯ ระบบทางเดินอาหารยังแตกหน่ออีกเป็นทางด้านตับ การเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร การส่องกล้อง ตับอ่อน ฯลฯ ประเด็นที่สำคัญคือ แพทย์ต่างๆ เหล่านี้มักเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง ผมอยากให้แพทย์สาขาหลักต่างๆ เช่น อายุ ศัลย์ เด็ก สูติ ฯลฯ มีปริมาณมากกว่านี้ และมีความสามารถในการดูแลโรคต่างๆ ในอนุสาขาฯ ได้ดีพอสมควร เช่น อายุรแพทย์โรคหัวใจสามารถดูแลทุกโรคของสาขาอายุรศาสตร์ได้ดีพอสมควรก่อนต้องส่งต่อ
ผมอยากให้ประเทศไทยมีระบบ “GP” โดยทุกๆ คนที่ไม่สบายต้องไปหา GP ก่อน แล้ว GP ดูเอง หรือส่งต่อตามความเหมาะสม เมื่อผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยได้สั่งการรักษาแล้ว จึงส่งกลับมาให้ GP ดูแลต่อ ถ้าเป็นเช่นนี้ประชาชนจะได้ประโยชน์มาก เพราะไม่ต้องคิดเองว่ามีอาการอย่างนี้จะไปหาแพทย์ทางไหนดี
อย่างผมเองมีคุณหมอที่เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ดูแลหลายท่าน เช่น ตา (2-3 คน) หูคอจมูก (1-2 คน) ต่อมไร้ท่อ ไต หัวใจ ประสาท ฯลฯ ซึ่งทุกๆ ท่านก็กรุณาดูแลผมเป็นอย่างดีมาก แต่ดูแลเฉพาะส่วนของตนเอง ไม่ได้ดูแลทั้งตัว ผมอยากมีแพทย์คนเดียวที่ดูแลทั้งตัว และส่งปรึกษาแพทย์สาขาต่างๆ เมื่อจำเป็น
ท่านว่าระบบ “GP” ที่ผมว่านี่ดีไหมครับ
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

