สมาร์ทวอทช์เตือนโรคหัวใจ เชื่อถือได้แค่ไหน? อายุรแพทย์โรคหัวใจมีคำตอบ

เนื่องจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก นพ.จิรายุ เฮงรัศมี อายุรแพทย์โรคหัวใจ ได้ออกมาให้ความรู้ถึงบทบาทของเทคโนโลยีสวมใส่อัจฉริยะ (Wearable Devices) เช่น สมาร์ทวอทช์ ว่ากำลังเข้ามามีส่วนสำคัญในการช่วยเฝ้าระวังและแจ้งเตือนความผิดปกติของหัวใจล่วงหน้า แต่เน้นย้ำว่ายังมีข้อจำกัดและไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยโดยเครื่องมือทางการแพทย์ได้
โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นกลุ่มอาการผิดปกติที่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจและสมอง โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 สหรัฐอเมริกาจะมีผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะสูงถึง 23.6 ล้านคน ซึ่งภัยเงียบนี้มักไม่แสดงอาการจนกว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษา
นพ.จิรายุ อธิบายว่า อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะเริ่มมีบทบาทชัดเจนตั้งแต่ช่วงการระบาดของ COVID-19 ที่การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เข้ามามีความจำเป็น ปัจจุบันสมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์แสง (PPG) วัดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง และบางรุ่นรองรับการวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) แบบลีดเดียวจากข้อมือ ทำให้ผู้สวมใส่สามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และรับการแจ้งเตือนความเสี่ยงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดสั่นพลิ้ว (AFib) ได้แบบเรียลไทม์
แม้เทคโนโลยีจะให้ความสะดวกสบาย แต่ นพ.จิรายุ ได้ระบุถึงข้อจำกัดที่สำคัญเมื่อเทียบกับการตรวจด้วยเครื่อง ECG 12 ลีดในโรงพยาบาล ได้แก่
- ข้อมูลจำกัด: การวัดแบบลีดเดียวอาจไม่ครอบคลุมความซับซ้อนของโรคหัวใจชนิดอื่นที่รุนแรงกว่า
- ความแม่นยำ: เซนเซอร์เดี่ยวอาจให้ผลที่คลาดเคลื่อน และมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าเครื่องมือแพทย์
- สัญญาณรบกวน: อุปกรณ์สวมใส่มักไวต่อการเคลื่อนไหวและสิ่งแปลกปลอม ทำให้กราฟคลื่นหัวใจคลาดเคลื่อนได้ง่าย
- ตำแหน่งการสวมใส่: ผู้ใช้ต้องสวมอุปกรณ์ในตำแหน่งที่ถูกต้องเป๊ะเพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ
- ความวิตกกังวล: การเช็กค่าสุขภาพบ่อยเกินไปอาจสร้างความเครียด ซึ่งความเครียดนี้ส่งผลเสียโดยตรงและอาจทำให้อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะแย่ลงได้
นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายในกลุ่มผู้สูงอายุที่อาจใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ได้ไม่คล่องแคล่ว และยังคงต้องการความมั่นใจจากการพบแพทย์แบบเผชิญหน้ามากกว่า
ในอนาคต บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีกำลังเร่งพัฒนาและนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยประมวลผลเพื่อเพิ่มความแม่นยำและลบข้อบกพร่องเหล่านี้ นพ.จิรายุ ทิ้งท้ายว่า หากสมาร์ทวอทช์แจ้งเตือนความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ ผู้สวมใส่ควรใช้ข้อมูลนี้เป็น "สัญญาณเตือนเบื้องต้น" และรีบเดินทางไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดและรักษาอย่างถูกวิธี ไม่ควรละเลยหรือด่วนสรุปอาการด้วยตนเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

