ช่วยชีวิต...แต่ถูกฟ้อง! หมอสุดช้ำ ยื้อชีวิตผู้ป่วยวิกฤตจนรอด แต่กลับโดนคดีอาญาจากเหตุสุดวิสัย

วันที่ 24 ตุลาคม 2569 ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อำนาจ กุสลานันท์ อดีตนายกแพทย์สภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเล่าเรื่องราวเคสการโดนฟ้องของแพทย์สุดน่าเห็นใจ โดยระบุข้อความว่า
“มีคดีหนึ่งแพทย์ถูกแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษว่า " กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ "
ผู้ป่วยถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน แพทย์ตรวจพบว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะไม่รู้สติ หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ที่ลำคอมีรอยช้ำบวมจึงได้ใส่ท่อช่วยหายใจและให้การรักษาอย่าเร่งด่วน ผลการตรวจทางรังสีพบว่าท่อช่วยหายใจอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในหลอดลม หลังจากผ่านพ้นภาวะวิกฤติไปแล้ว ผู้ป่วยได้รับการส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอื่นอีกหลายโรงพยาบาล ภายหลังต่อมาอีกระยะหนึ่งผู้ป่วยมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ แพทย์จึงได้ทำการตรวจซึ่งได้พบว่าสาเหตุเกิดจากการที่มีวัสดุชิ้นหนึ่งตกค้างอยู่ในหลอดลม ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นส่วนของท่อช่วยหายใจที่อาจแตกออกขณะอยู่ในหลอดลม จึงได้ทำการรักษาจนอาการเป็นปกติ
ต่อมาในภายหลังผู้ป่วยได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษแพทย์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแพทย์ผู้ใส่ท่อช่วยหายในการรักษาโดยกล่าวหาว่าได้ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้ต้องใช้เวลารักษานานจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
กรณีที่เกิดขึ้นนี้จะเห็นได้ว่าการใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยของแพทย์เป็นไปตามมาตรฐานแล้ว ส่วนหากจะมีการแตกของท่อช่วยหายใจในผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ไม่รู้สติชักเกร็งและดิ้นไปมาก็อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งก็น่าจะถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ใช่ความผิดของแพทย์แต่อย่างใด ดังนั้นผมจึงคาดว่าพนักงานสอบสวนน่าจะทำสำนวนเสนออัยการ พิจารณาสั่งไม่ฟ้อง แต่ไม่ว่าคดีจะเป็นไปตามที่ผมคาดหรือไม่ก็ตาม แพทย์ผู้ถูกกล่าวหาก็จะต้องเหนื่อยและทุกข์ใจอยู่อีกเป็นเวลานานพอสมควรทีเดียวกว่าคดีนี้จะจบ
ดังนั้นผมจึงมีความเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันในการฟ้องร้องทางอาญาจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้กับแพทย์ในระดับที่เหมาะสมเพื่อให้แพทย์มีความมั่นใจในการช่วยชีวิตผู้ป่วยซึ่งผมได้เคยดำเนินการไปแล้วแต่มีเหตุที่ทำให้ต้องสะดุดเสียก่อนจึงยังไม่สำเร็จซึ่งแม้จะเป็นงานที่ยากและต้องใช้ความพยายามเพียงใดผมก็จะดำเนินการต่อไปอีกจนกว่าจะประสบความสำเร็จให้จงได้ครับ
ด้วยความรักและปรารถนาดี
ศ.คลินิกเกียรติคุณนพ.อำนาจ กุสลานันท์
อดีตนายกแพทยสภา”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

