เทรนด์ใหม่ Gen Z! ให้ 2/10 ไม่ได้แปลว่าไม่อร่อย แต่แปลว่า...
หากประโยคที่ว่า “ร้านนี้รสชาติไม่เอาไหนเลย ให้คะแนน 2/10 ก็พอ รบกวนอย่ามากินกันเยอะ” ปรากฏขึ้นบนโลกอินเทอร์เน็ตเมื่อหลายปีก่อน ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจคงเกิดความกังวลใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากคะแนนรีวิวที่ตกต่ำและข้อความที่คล้ายกับการขับไล่ลูกค้า ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์และยอดขายของแบรนด์

ทว่าในปี 2026 นี้ บริบทและพจนานุกรมทางความหมายของผู้บริโภค เกิดการพลิกกลับอย่างสิ้นเชิง เมื่อคะแนน “2/10” กำลังถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหมู่ผู้บริโภคกลุ่มเจเนอเรชันซี (Gen Z) ของไทย ในฐานะ “วาทศิลป์เชิงประชดประชัน” (Sarcasm) ที่การให้คะแนนต่ำสุดกลับไม่ได้แปลว่าเกลียดชัง แต่มันคือการยกย่องว่าสิ่งนั้น “ยอดเยี่ยมจนไม่อยากบอกต่อ” เป็นการพยายามเก็บซ่อนของดีไว้เป็นความลับส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว หรือสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นกระแสหลัก (Mainstream) จนนำไปสู่ความแออัดหรือการขาดแคลนสินค้า

ขอบคุณภาพจาก boryorre
ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วข้ามคืนบนโซเชียลมีเดีย แต่มันกำลังตั้งคำถามที่สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีการตลาด (MarTech) ว่า หากผู้บริโภคไม่ได้สื่อสารตรงตามสิ่งที่รู้สึกอย่างแท้จริง ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่แบรนด์ลงทุนไปมหาศาลเพื่อรับฟังเสียงของลูกค้า จะสามารถแยกแยะได้อย่างไรว่า ประโยคใดคือคำวิจารณ์เชิงลบ ประโยคใดคือคำชม และประโยคใดคือคำตำหนิที่แท้จริงแล้วกำลังยกย่องแบรนด์อยู่?

ขอบคุณภาพจาก boryorre
ปรากฏการณ์ 2/10 เมื่อความหมายสวนทางกับคะแนนรีวิว
กระแสการรีวิวแบบ 2/10 เริ่มก่อตัวและกระจายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้บริโภคเริ่มทำความเข้าใจตรงกันว่า คะแนนที่ปรากฏสวนทางกับคุณภาพที่แท้จริงของสินค้าและบริการ พฤติกรรมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแวดวงร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังขยายขอบเขตไปยังอุตสาหกรรมบันเทิง เช่น การรีวิวภาพยนตร์ว่า "ภาพยนตร์เรื่องนี้เนื้อหาไม่เห็นจะซึ้งเลย ให้ 2/10" แต่ภาพประกอบกลับเป็นภาพผู้รีวิวกำลังร้องไห้อย่างหนัก
ในมุมมองเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมผู้บริโภค ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเบื่อหน่ายของกลุ่ม Gen Z ต่อรูปแบบการทำการตลาดแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะการใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิด (Influencers) มารีวิวสินค้าในลักษณะที่ "กล่าวชมเกินจริง" (Over-exaggeration) ซึ่งหลายครั้งนำไปสู่ความผิดหวังเมื่อผู้บริโภคไปใช้บริการจริง การรีวิวแบบประชดประชันจึงเปรียบเสมือนการต่อต้านวัฒนธรรมการอวยแบรนด์ สร้างความรู้สึกสมจริงและจริงใจมากกว่าในสายตาของคนรุ่นใหม่
นอกจากนี้ ในมุมของการสร้างเนื้อหา (Content Creation) การรีวิวในลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับกลไกการทำงานของอัลกอริทึม (Algorithm) บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่มักจะผลักดันเนื้อหาที่สร้างความฉงน สร้างข้อถกเถียง หรือกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกบางอย่าง (คล้ายคลึงกับกลยุทธ์ Rage Bait แต่ปราศจากความโกรธแค้น) เมื่อผู้ใช้งานทั่วไปเห็นภาพที่ขัดแย้งกับข้อความ พวกเขาจะหยุดพิจารณา ตีความ และใช้เวลาอยู่กับโพสต์นั้นนานขึ้น (Dwell Time) นำไปสู่การคอมเมนต์และการแชร์ ซึ่งช่วยเพิ่มยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้อย่างมหาศาล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

