คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

ข่าวดังสุดปัง
“ข่าวดัง” ในโลกนี้มีมากมาย ทุกชาติล้วนมี “ข่าวใหญ่” เกิดขึ้นทุกวัน
แต่ “ข่าวปัง” ระดับมวลชน “ได้เฮ” และคนส่วนใหญ่ “หัวใจฟู” ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างถี่บ่อย
“น่าแปลกใจ” สารขัณฑ์วันนี้ “ข่าวดังสุดปัง ยกกำลัง 5” เกิดขึ้นค่อนข้าง “ถี่บ่อย” โดยเฉพาะข่าว “สาวไทยยอดอัศจรรย์” ที่ขยัน “สร้างปาฏิหาริย์ในต่างแดน” จนทำให้ประเทศไทย “ดังเป็นพลุ” จนกลายเป็น “ยอดฮีโร่” ที่ทำให้ชาวสารขัณฑ์ทั้งประเทศ “น้ำตาอาบหน้าอย่างเปรมสุข”
ปรับโฟกัสไปที่ “ฮีโร่รายล่าสุด” คงหนีไม่พ้น “ทีมนักตบสาว”สุดขยันที่สร้างผลงานจนเป็นข่าว “สุดฮือฮา” ด้วยการ “คว้าแชมป์เอาชัยวอลเลย์บอลสาวปี 2026” โดยชนะทีมจีน มาได้ด้วยคะแนน 3 ต่อ 2
จนทำให้แฟนบอลชาวจีนช็อกตาตั้ง
“ในขณะที่ชาวไทยทั้ง 70 ล้านต่าง “เฮลั่น” และขอบคุณทีมสาวฮีโร่ อย่างเทหมดใจ”
“ดังนั้น การเดินทางกลับถึงบ้านของทีมสาวนักตบเมื่อหัวค่ำวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่สนามบินสุวรรณภูมิถึงกับ “แตกดังโพละ” โดยมีกองเชียร์หลายพันคนเฮโลไปต้อนรับฮีโร่สาว”
“สนามบินแตก” ครั้งนี้จึงเต็มไปด้วย “เสียงเฮ เสียงปรบมือ และรอยยิ้มอันจับใจ”
แม้ผลงานของฮีโร่นักตบสาว จะเกิดจากทีมสาวยอดอัศจรรย์ทั้งชุด แต่สื่อบางรายได้ปรับโฟกัสไปที่ “น้องออมสิน” จอมตบหัวเสาฝีมือดุฉกรรจ์ ที่ทำคะแนนมากมายให้ “ทีมฮีโร่สาวไทยชนะขาด”
ในขณะที่สื่อไทยบางราย ได้ยกย่องทีมสต๊าฟโค้ชของไทยว่า “สุดเจ๋ง” ที่ผลักดันให้ทีมนักตบสาวไทยได้กลายเป็นฮีโร่ โดยเฉพาะ “โค้ชอ๊อต ชาวไทย” และ “โค้ชชิน โยชิดะ ชาวญี่ปุ่น”
แต่ดูเหมือน “โค้ชชิน โยชิดะ” ซึ่งเป็นอดีตโค้ชทีมชาติวอลเลย์บอลสาวอาทิตย์อุทัยนั้น ถูกสื่อเมืองปลาดิบ “บูลลี่” อย่างกระหน่ำว่า “ทิ้งญี่ปุ่น” มาสร้างทีมไทย อย่าง “ไม่รักชาติ”
ทำให้ “โค้ชชิน โยชิดะ” ต้องรีบออกมาแจงความจริงว่า
“ตนหมดสัญญากับทีมชาติญี่ปุ่นในปี 2024 โดยทีมชาติญี่ปุ่น ไม่ยอมต่อสัญญาให้แก่ตน แถมไม่ยอมแจ้งเหตุผลว่า เพราะอะไรตนจึงต้องรับงานเป็นสต๊าฟโค้ชทีมไทย และต้องมีหน้าที่ทำให้ทีมชาติไทยได้ชัยชนะในทุกสนาม เพราะตนเป็นโค้ชมืออาชีพ ต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่และผลงาน”
“โค้ชชิน โยชิดะ” ยังกล่าวตบท้าย “หากทีมไทยกับทีมญี่ปุ่น ตนก็จะต้องมีหน้าที่ทำให้ทีมไทยต้องชนะญี่ปุ่นอย่างรับผิดชอบในหน้าที่”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม

