สลด! สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน สะเก็ดขีปนาวุธถล่มบ้านจัดงานแต่ง ดับ 4 ราย เจ็บกว่า 50 คน

เกิดเหตุสลดในประเทศอิหร่าน หลังการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 กันยายน ส่งผลให้สะเก็ดระเบิดพุ่งเข้าใส่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งขณะนั้นกำลังมีการจัดงานแต่งงาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมถึงเด็ก 1 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คน
สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านเปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในเมืองคูเฮสตัก เขตซีริก จังหวัดฮอร์มุซกัน หลังสะเก็ดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของสหรัฐฯ พุ่งเข้าใส่บ้านพักที่กำลังจัดงานฉลองแต่งงาน
รายงานระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คน ขณะที่ผู้เสียชีวิต 4 ราย รวมถึงเด็กเล็ก 1 คน โดยรัฐบาลอิหร่านยังเผยแพร่ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งพบเศษซากกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ขณะที่ได้ยินเสียงผู้คนร้องด้วยความตกใจ
การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาแลกเปลี่ยนการโจมตีกันอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ นับเป็นการปะทะครั้งแรกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยก่อนหน้านี้สหรัฐฯ โจมตีเกาะลารักของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน
ขณะเดียวกัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกโจมตีขณะเดินทางออกจาก ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันของโลก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลว่า ความขัดแย้งอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันและทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น
ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เริ่มโจมตีเป้าหมายของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้ความพยายามโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการโจมตีทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ในภูมิภาค
สื่ออิหร่านรายงานว่า มีเสียงระเบิดเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งเกาะกอเช็ม เมืองบันดาร์อับบาส ชาบาฮาร์ จาสก์ และซีริก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสหรัฐฯ โจมตีสนามบินพลเรือนในเมืองจีรอฟต์ ทางตอนใต้ของอิหร่าน
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความเตือนว่า หากอิหร่านตอบโต้การโจมตีครั้งล่าสุด สหรัฐฯ จะโจมตีอีกครั้งด้วยระดับความรุนแรงที่สูงกว่าเดิม ขณะที่โฆษก IRGC ของอิหร่านเตือนว่าสหรัฐฯ จะต้องเสียใจกับการโจมตีครั้งใหม่
ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกาตาร์ออกคำเตือนให้ชาวอเมริกันที่อยู่ในตะวันออกกลางเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการยกเลิกเที่ยวบิน การปิดน่านฟ้า และปัญหาด้านการเดินทาง
สถานการณ์ดังกล่าวยังสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กลับมารุนแรงขึ้น อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

