คอลัมน์ : ทวนกระแสข่าว

ไอ้เสือถอยกระสุนร่อยหรอ..กระสุนมากพอค่อยปล้นใหม่
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บอกฟอกซ์นิวส์ เมื่อวันที่5 พฤษภาคม ว่า “สหรัฐมีรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ จากน้ำมันเวเนซุเอลาและเราจะทำให้มีรายได้อย่างนั้นจากอิหร่าน”
การพูดกับสื่อใกล้ชิดรัฐบาล คือ การเผยธาตุแท้ออกมาว่าเป้าหมายที่แท้จริงจากการทำสงครามกับอิหร่านคือปล้นน้ำมัน เหมือนกับที่ปล้นเวเนซุเอลา ส่วนเรื่องนิวเคลียร์อิหร่านนั้น เป็นเพียงข้ออ้างบังหน้า
จากความจริงที่ว่าอิสราเอลและสหรัฐทำสงครามกับอิหร่านมากกว่า 30 ปี ที่อ้างว่าทำสงครามขัดขวางไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และตลอดเวลา 30 ปี ของการปิดกั้น แซงก์ชั่นสลับกับทำสงคราม ไม่มีความคืบหน้าเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า เตหะรานใกล้จะมีอาวุธนิวเคลียร์เต็มที สหรัฐพูดอย่างนี้มากว่ายี่สิบปีถึงวันนี้ยังทำสงครามไม่ให้อิหร่านสร้างอาวุธนิวเคลียร์
แต่สิ่งที่สหรัฐได้จากการลงโทษแซงก์ชั่นอิหร่าน คือ
ขัดขวางการค้า และพัฒนารอบด้าน ที่ปักกิ่งร่วมมือกับเตหะรานแลกกับน้ำมันมหาศาล ที่อิหร่านขายให้ทั่วโลกไม่ได้ แต่จีนถือว่าแซงก์ชั่นของสหรัฐไม่ใช่กฎหมายจีนซื้อน้ำมันอิหร่านปีละกว่า 500 ล้านบาร์เรล
ทรัมป์ย่ามใจกับการปล้นน้ำมันเวเนซุเอลาได้อย่างง่ายดาย เมื่ออิสราเอลชวนมาปล้นอิหร่านโดยหลอกว่าใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์ก็สามารถยึดครองอิหร่านได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทรัมป์เลยกระโจนเข้าสู่สงครามหายนะโดยไม่มียุทธศาสตร์มีแต่เป้าหมายคือปล้นน้ำมันอิหร่านให้ได้
สองวันหลังจากเปิดฉากโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่สังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และทหารระดับผู้บัญชาการ 48 นาย ทรัมป์ประกาศชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ สั่งให้รัฐบาลเตหะรานยอมจำนนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้การควบคุมของวอชิงตัน
ทรัมป์ ประกาศชัยชนะไม่ทันข้ามวัน ถูกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ตอบโต้รุนแรงพร้อมกับปิดช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
กองทัพสหรัฐต้องทำสงครามสองด้าน คือ ทำลายจุดยุทธศาสตร์ในประเทศอิหร่านกับปิดกั้นอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปฏิบัติการทหารทางอากาศและทางน้ำถูก IRGC ตอบโต้ทำลายกองทัพสหรัฐและพันธมิตรในอ่าวอาหรับเสียหายร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สงครามตะวันออกกลาง
กองบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐ (Centcom) พยายามปิดบังความเสียหาย แต่เหตุการณ์คืนวันที่ 5 เมษายน Centcomไม่อาจปิดบังความเสียหายได้ เมื่อ IRGC ยิงถล่มทำลายเครื่องบินรบหลากชนิด 8 ลำ รวมทั้งเครื่องลำเลียง C-130เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์ก และ F-15 บนเนินเขาใกล้โรงงานนิวเคลียร์อิสฟาฮานของอิหร่าน
สหรัฐส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายร้อยนายอ้างว่าไปค้นหากู้ภัยนักบินที่ถูกอิหร่านยิงตกเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า แต่ IRGC ระบุว่า อเมริกันพยายามปล้นยูเรเนียมจากโรงงานนิวเคลียร์อิสฟาฮาน และซุ่มโจมตีทำลายกองทัพสหรัฐเสียหายมากที่สุดในวันเดียว
ความเสียหายในคืนวันที่ 5 เมษายน ผลักดันให้ทรัมป์ขอหยุดยิงเพื่อเจรจาเมื่อวันที่ 7 เมษายน การหยุดยิงครั้งนั้นเป็นสัญญาณความพ่ายแพ้ของทรัมป์ ที่เขาพยายามขยายเวลาหยุดยิงสลับการเจรจาแล้วปะทะกันใหม่ตลอดเวลากว่าสามเดือน
จนกระทั่งวันที่ 3 สิงหาคม ทรัมป์สั่งยกเลิกโจมตีถล่มอิหร่านนาทีสุดท้ายในขณะที่เครื่องบินรบหลายร้อยลำ Standby บนสนามบินทหารในยุโรปและตะวันออกกลาง พร้อมถล่มอิหร่านให้พินาศวอดวายทันทีที่ได้ไฟเขียวจากวอชิงตัน
นักวิเคราะห์ ระบุว่า คณะจิตแพทย์อิหร่านที่วิเคราะห์พฤติกรรมของทรัมป์ก่อนส่งผลวิเคราะห์ให้รัฐบาลเตหะรานกำหนดแผนการตอบโต้ทุกครั้งที่คู่สงครามเคลื่อนไหว
จิตแพทย์อิหร่าน สรุปผลศึกษาว่า การยกเลิกโจมตีอิหร่านกะทันหัน “เป็นการถอยอย่างมีนัย” ให้รัฐบาลและทหารเตรียมรับมือหลังทรัมป์สั่งยกเลิกโจมตีอิหร่านครั้งประวัติศาสตร์ที่ทรัมป์พูดก่อนยกเลิกว่าจะรุนแรงกว่าสงครามโลก ครั้งที่ 2
อย่างไรก็ดี การสั่งยกเลิกปฏิบัติการทหารนาทีสุดท้ายไม่ใช่ครั้งแรกของทรัมป์ผู้มีพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ คือขู่ถล่มอิหร่านสลับกับขอเจรจา กลับไปกลับมาแล้ว 7 ครั้งในเวลาห้าเดือน
และการสั่งยกเลิกโจมตีอิหร่านนาทีสุดท้ายหลายฝ่ายเชื่อว่า เป็นการถอยอย่างมีนัย ที่สื่ออิสราเอลอ้างแหล่งข่าวในวอชิงตันยืนยันว่า ทรัมป์จะทำข้อตกลงกับอิหร่านให้ได้“ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร”
สื่ออิสราเอลรายงานด้วยว่า เนทันยาฮู นายกฯอิสราเอล ประชุมรัฐมนตรีสงครามอย่างเคร่งเครียด หลังจากได้รับข่าวร้ายว่า อาจทำสงครามกับอิหร่านตามลำพังเนื่องจาสหรัฐค่อยๆ ลดระดับความเข้มข้นทางทหาร หากทำข้อตกลงกับอิหร่านได้
นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า ทรัมป์ถอยอย่างมีนัยมาจากสาเหตุหลายประการและหนึ่งในนั้นคืออาวุธยุทโธปกรณ์ร่อยหรอลงจากคลังทหาร
สำนักข่าว CNN อ้างแหล่งข่าววงในคลังอาวุธของกองทัพว่าสหรัฐได้ใช้ขีปนาวุธสำคัญ เช่น ระบบป้องกันและตอบโต้ไปแล้วเกือบ 80% และผู้บัญชาการระดับสูงได้เตือนเพนตากอนว่า “ยุทโธปกรณ์ในคลังลดต่ำลงอยู่ในระดับอันตราย”
โดยเฉพาะระบบป้องกันทางอากาศจำนวนมากได้ใช้ไปในสงครามอิหร่านเช่นขีปนาวุธ THAAD ถูกใช้ไป 4 ใน 5 ระหว่างสงครามสี่เดือน เปรียบเทียบกับก่อนสงครามระบบสกัด Patriot ลดเหลือเพียงครึ่งเดียว
ศูนย์ยุทธศาสตร์ศึกษานานาชาติประมาณการสหรัฐมีPatriot ประมาณ 2,200 ลูก และ THAAD 452 ลูกในคลังก่อนเริ่มสงครามอิหร่าน
ด้านพันธมิตรในอ่าวอาหรับก็กังวลเรื่องขาดแคลนอาวุธสำคัญ เช่น ระบบป้องกันทางอากาศ ที่อาจส่งผลกระทบการตอบโต้อิหร่าน หากทรัมป์ตัดสินใจเพิ่มความขัดแย้งรุนแรงขึ้น
หลายประเทศพันธมิตรที่พึ่งพาระบอบป้องกันจากสหรัฐอเมริกา ตระหนักดีว่าอาวุธร่อยหรอในคลังทำให้ไม่สามารถสกัดขีปนาวุธและโดรนโจมตีจากอิหร่านได้ โดยเฉพาะชาติที่เป็นเป้าโจมตีตกอยู่ในภาวะอกสั่นขวัญแขวน แหล่งข่าวกล่าว
ประเด็นอาวุธร่อยหรอจากคลังได้พูดกันอีกครั้งก่อนประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจยกเลิกโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนใจครั้งที่สองในเวลาสองสัปดาห์ เนื่องจากที่ปรึกษาอาวุโสของทรัมป์ แสดงความกังวลเป็นพิเศษเรื่องอาวุธร่อยหรอออกจากคลังหากยกระดับความขัดแย้งอิหร่าน
สำนักข่าวรอยเตอร์สอ้างแหล่งข่าววงในรายงานว่า กองทัพสหรัฐใช้อาวุธสำคัญไปเกือบหมดแล้ว เช่น ขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศระยะพิสัยไกลมีความแม่นยำสูง แหล่งข่าวในเพนตากอนบอกรอยเตอร์สว่า เพนตากอนแสดงความกังวลถึงการขาดแคลนขีปนาวุธพิสัยไกลแม่นยำสูง
การเตือนอาวุธร่อยหรอจากคลัง มาพร้อมกับข่าวกรองรายงานต่อทรัมป์ ถึงผลกระทบทางลบ หากโจมตีไปที่โครงสร้างพื้นฐาน เป้าหมายทำลายพลังงานอิหร่าน รวมทั้งคลังน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องพลังงานของอิหร่าน ประกอบกับความกังวลของประเทศในอ่าวอาหรับได้โน้มน้าวที่ปรึกษาสายเหยี่ยวของทรัมป์ มีเหตุผลมากพอยกเลิกปฏิบัติการทางทหาร เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า คำเตือนสำคัญที่ทำให้ที่ปรึกษาสายเหยี่ยวของทรัมป์ ยอมยกเลิกโจมตีอิหร่านนาทีสุดท้าย คือ คำเตือนว่า จีนเฝ้ามองสหรัฐเผาอาวุธสำคัญไปกับการยิงภูเขา เผากระท่อมในอิหร่าน หากเกิดความขัดแย้งที่ช่องแคบไต้หวัน วอชิงตันอาจปกป้องพันธมิตรด้วยความยากลำบากใช้อาวุธพิสัยไปมากกว่านี้
รอยเตอร์สรายงานด้วยว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯได้อนุมัติข้อตกลงและสัญญาจัดซื้ออาวุธลอตใหญ่ระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์เซ็นสัญญาราว 5.86 หมื่นล้านดอลลาร์ กับ Lockheed Martinและสัญญาอาวุธอื่นๆ เพื่อเร่งกำลังการผลิตขีปนาวุธและยุทโธปกรณ์ป้อนให้กองทัพสหรัฐใช้ได้เร็วขึ้น
สรุปว่าทรัมป์สั่งยกเลิกโจมตีอิหร่านเป็นการถอยปฏิบัติการปล้นน้ำมันชั่วคราว เหมือนโจรพยายามปล้นบ้าน แต่ดันยิงปืนขู่จนกระสุนหมดรัง สุดท้ายต้องตะโกนสั่งว่า “ไอ้เสือถอย..กระสุนร่อยหรอมีอาวุธมากพอค่อยกลับมาปล้นใหม่”
สงครามสหรัฐ-อิหร่านคงยืดเยื้อเพื่อรักษาหน้า ถึงแม้ว่าไม่อึกทึกครึกโครมเหมือนที่ผ่านมา แต่สงครามที่ใช้น้ำมันเป็นตัวประกันมันทำให้คนทั่วโลกเดือดร้อนไปอีกนาน
สุทิน วรรณบวร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

