นักอนุรักษ์เดือด! ทรัมป์จ่อถอด หมาป่าสีเทา พ้นบัญชีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ให้กระทรวงมหาดไทยทบทวนสถานะการคุ้มครอง “หมาป่าสีเทา” และ “หมาป่าเม็กซิกัน” ภายใต้กฎหมายว่าด้วยสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากกลุ่มอนุรักษ์ที่หวั่นกระทบความพยายามฟื้นฟูประชากรหมาป่าที่ดำเนินมานานหลายทศวรรษ
คำสั่งดังกล่าวระบุว่า เกษตรกรและเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์มีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารและมรดกทางวัฒนธรรมของสหรัฐฯ โดยการทบทวนสถานะของหมาป่าอาจนำไปสู่การผ่อนคลายข้อจำกัดในการจัดการหมาป่าที่เข้ามาคุกคามปศุสัตว์
อย่างไรก็ตาม คำสั่งของทรัมป์ยังไม่ได้เปิดทางให้เจ้าของฟาร์มสามารถยิงหมาป่าได้ทันที แต่กำหนดให้ ดัก เบอร์กัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ ดำเนินการประเมินภายใน 90 วันว่า ประชากรหมาป่าสีเทาและหมาป่าเม็กซิกันฟื้นตัวมากเพียงพอที่จะถอดออกจากบัญชีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หรือไม่
ข้อมูลจากสำนักงานบริการประมงและสัตว์ป่าสหรัฐฯ หรือ FWS ระบุว่า ในปี 2025 มีหมาป่าเม็กซิกันที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในสหรัฐฯ จำนวน 319 ตัว เพิ่มขึ้นจากเพียง 4 ตัวในปี 1998 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการนำสายพันธุ์ดังกล่าวกลับคืนสู่ธรรมชาติ
ขณะที่หมาป่าสีเทามีประชากรประมาณ 18,000 ตัวทั่วสหรัฐฯ แต่ยังคงได้รับการคุ้มครอง เนื่องจากพื้นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกมันจำนวนมากถูกทำลายจากกิจกรรมของมนุษย์
ความพยายามก่อนหน้านี้ในการถอดหมาป่าสีเทาออกจากการคุ้มครองในระดับรัฐบาลกลางเมื่อปี 2022 ต้องเผชิญกับการฟ้องร้องและกระบวนการทางกฎหมาย โดยกลุ่มอนุรักษ์บางส่วนส่งสัญญาณว่าอาจดำเนินการทางกฎหมายอีกครั้ง หากรัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าถอดหมาป่าออกจากบัญชีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
การตัดสินใจของรัฐบาลทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยระบุว่า การลดระดับการคุ้มครองอาจทำลายความสำเร็จจากความพยายามฟื้นฟูประชากรหมาป่าที่ใช้เวลาหลายสิบปี
แคลร์ มัสเซอร์ ผู้อำนวยการบริหารของ Grand Canyon Wolf Recovery Project กล่าวว่า การที่ประชากรหมาป่าเม็กซิกันเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าสายพันธุ์ดังกล่าวฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แล้ว พร้อมเตือนว่าการลดการคุ้มครองจากรัฐบาลกลางในช่วงเวลานี้อาจทำให้ความพยายามฟื้นฟูที่ดำเนินมาหลายทศวรรษตกอยู่ในความเสี่ยง
ด้าน เกรตา แอนเดอร์สัน รองผู้อำนวยการ Western Watersheds Project กล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นเพียงการเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อเอาใจเจ้าของฟาร์มบางส่วน และทำให้เกิดความเข้าใจว่าหมาป่าเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อธุรกิจปศุสัตว์
กลุ่มอนุรักษ์ยังอ้างถึงผลการศึกษาที่ระบุว่า การโจมตีปศุสัตว์โดยหมาป่าเกิดขึ้นไม่บ่อย และมีผลกระทบต่อรายได้ของเจ้าของฟาร์มในระดับจำกัด
นอกจากนี้ Wolf Conservation Center ระบุว่า ภายใต้ระบบปัจจุบัน เจ้าของฟาร์มสามารถได้รับเงินชดเชยสูงสุด 100% สำหรับความสูญเสียของปศุสัตว์ที่เกิดจากหมาป่า ขณะที่แต่ละรัฐยังมีโครงการสนับสนุนมาตรการป้องกันการโจมตีของหมาป่า
คำสั่งของทรัมป์มีขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาเนื้อวัวที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีปัจจัยจากภัยแล้งและการระบาดของปรสิตในฝูงโค
คำสั่งระบุว่า จำนวนปศุสัตว์ในสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 75 ปี ขณะที่ความต้องการบริโภคเนื้อวัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่ารัฐบาลควรดำเนินการมากขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมปศุสัตว์
อย่างไรก็ตาม เจ้าของฟาร์มบางส่วนไม่พอใจกับการตัดสินใจของทรัมป์ที่ผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการนำเข้าเนื้อวัวเพื่อพยายามลดราคา เนื่องจากมองว่าการนำเข้าอาจเพิ่มแรงกดดันต่อกำไรของผู้ผลิตในประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

