คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

สงครามเลี้ยงกระแส
นับเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ที่ “สงครามการเมืองในสารขัณฑ์” ถล่มกัน “ทะลุเดือด” ระดับ “ภูเขาไฟเอทน่า (Etna) พ่นลาวาและพ่นแมกมา”ไม่รู้เลิก
“ทั้งในสภาโคลีเซียมเกียกกาย และนอกสนามกลาดิเอเตอร์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขุนศึกทั้งจากฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น และฝ่ายพยาบาท รวมถึงกองเชียร์ที่หิวแสงและกองแช่งที่หิวเลือด ต่างออกมาราวี ราวี กับอาณาจักรสีน้ำเงินอย่างถึงพริกถึงขิง”
“โดยเฉพาะ ขุนศึกฝ่ายแค้นและฝ่ายพยาบาท ที่แค้นฝังใจกับความผิดพลาดของตนเอง ที่โง่เง่าเบาเต็งไปปล่อยให้ยักษ์สีน้ำเงินออกมาจากขวดแก้วอาถรรพ์ แล้วในพริบตายักษ์น้ำเงินได้กลายเป็น “อสูรไตตัน” ที่อุดมฤทธิ์จนได้ครอง “ขุมทรัพย์แห่งอำนาจในสารขัณฑ์” อย่างเบ็ดเสร็จ”
แท้จริงแล้ว “การครอบครองขุมทรัพย์แห่งอำนาจรัฐ” คือ “กล่องดวงใจ”และเป็น “เป้าหมายที่ต้องการพุ่งชน” ที่อินเดียน่า โจนส์ สวมเสื้อกั๊กสีส้ม ต้องการ “ครอบครอง” อย่าง “กระหื่นกระหาย” มายาวนาน
แต่แล้ว “เกือบทศวรรษ” ใน “สนามกลาดิเอเตอร์ทางการเมือง” และใน “ป่าทึบแห่งการไล่ล่าขุมทรัพย์” ปรากฏว่า “อินเดียน่า โจนส์ สวมเสื้อกั๊กสีส้ม ได้ถูกภยันตรายในป่าทึบ เล่นงาน จนแพ้สงครามชิงขุมทรัพย์แห่งอำนาจอย่างสุดเจ็บ”
“อินเดียน่า โจนส์ เสื้อกั๊กส้ม เจ็บทะลุเมฆครั้งแรกถูกยอดกลาดิเอเตอร์สวมเสื้อกั๊กสีแดง “ฉีก MOU” จนพรรคส้มกลายเป็นฝ่ายค้านที่ “ชอกช้ำทะลุอก” จนขุนศึกของพรรคนี้ต่างต้องกินน้ำใบบัวบกเป็นโอ่ง โอ่ง จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่หายชอกช้ำระกำทรวง”
หลังจากพรรคส้ม “เข็ดเขี้ยว” กับขุนศึกพรรคเสื้อแดงก็หันมาสนับสนุนพรรคน้ำเงิน “ทำสัญญา MOA” จนมิกกี้เมาส์ได้เป็นผู้นำนครสารขัณฑ์
แต่แล้วพรรคส้มก็ต้อง “ถูกหักดิบ” เป็นครั้งที่สอง เมื่อ “MOA ถูกฉีกทิ้งอย่างไม่ไยดี” ไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้พรรคส้มได้มีโอกาส “ครอบครองอำนาจรัฐ”
จากนั้นมา พรรคส้มก็กลายเป็น “ฝ่ายแค้น” และ “ฝ่ายพยาบาท” ที่จะ“จองเวร” กับอาณาจักรสีน้ำเงินชนิด “ตูข้ากับสูเจ้า ต้องดับชีพกันไปข้างหนึ่ง”
“ตลอดหลายเดือนนี้ จึงเกิดเหตุการณ์ สมิงนครอินทร์ สมิงพระรามและสมิงพระตะเบิด สวมเสื้อกั๊กสีส้ม จับมือกับกองเชียร์ระดับกล้าพลีชีพ ออกมาตะลุยฟันขุนศึกสีน้ำเงิน แบบดุเดือด ดุดัน และดุฉกรรจ์ยิ่งกว่าทำนาไม่ออมกล้า ฆ่าเนื้อไม่ออมเกลือ”
ล่าสุด ขุนศึกเสื้อกั๊กส้ม ได้ออกมาประกาศเสียงกึกก้องว่า “ก่อนสิ้นเดือนธันวาคม 2569 นี้ พรรคส้มจะทำสงครามใหญ่ คือสงครามถล่มพรรคสีน้ำเงินด้วยขีปนาวุธ M-151 ติดหัวรบนิวเคลียร์ จนพรรคน้ำเงินต้องล่มสลาย”
ก่อนสงคราม M-151 และ สงคราม M-152 จะระเบิดขึ้นยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน ดังนั้นในระยะนี้พรรคส้มและกองเชียร์ จึงต้องทำ “สงครามเลี้ยงกระแส” ไปพลางๆ ก่อน เพื่อจะได้เกิด “สีสันที่ฉูดฉาดบาดอารมณ์” เมื่อ “สงครามใหญ่ M-151” ได้ระเบิดตูมตามขึ้น?
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

