หุ้นเด่น : 15 กันยายน 2569

‘CFP คืบหน้าตามกำหนด’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ บมจ.ไทยออยล์(TOP) CFP จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้น้ำมันดิบ และ GRM
TOP อัพเดตข้อมูลว่างานวิศวกรรม จัดหา และบริหารการก่อสร้าง (Engineering, Procurement and Construction Management หรือ EPCM) ของโครงการ CFP คืบหน้าไปแล้ว 34.9% ในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นจาก 30.6% ในเดือนมิถุนายน และผู้บริหารยังยืนยันกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของหน่วย Crude Distillation Unit 4 (CDU-4) ใน 2Q70F และกำหนด COD เต็มรูปแบบของโครงการ CFP ใน 3Q71F
การที่โครงการคืบหน้าไปตามแผนที่วางไว้ ทำให้เรายังคงใช้สมมติฐานว่าอัตราการกลั่นน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นเป็น 307 KBD ในปี 2569F, 320 KBD ในปี 2570F และ 350 KBD ในปี 2571F ทั้งนี้เมื่อโครงการ CFP เสร็จเรียบร้อยจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการกลั่นของ TOP และจะทำให้ผลผลิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นจาก 53% เป็น 62% ในขณะที่ทำให้ผลผลิตน้ำมันเตาและ bitumen ลดลงจาก 7% เป็นศูนย์ พร้อมทั้งเปิดทางให้โรงกลั่นเพิ่มการใช้น้ำมันดิบหนัก (heavy crude) ขึ้นอีก 40-50% ดังนั้นจึงคาดว่าดัชนี Nelson Complexity Index (NCI) ของ TOP จะเพิ่มจาก 9.8 เป็น 12.0 ในขณะที่เราคาดว่าเมื่อโครงการนี้เสร็จจะทำให้ market GRM เพิ่มขึ้น US$4-5/bbl
เมื่อวันที่ 1 กันยายน TOP แจ้ง SET ว่าบริษัทไม่สามารถโอน Energy Recovery Unit (ERU) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ CFP ไปให้กับ Global Power Synergy (GPSC.BK/GPSC TB) ได้ เพราะเงื่อนไขบางประการไม่เป็นไปตามกำหนด Long Stop Date ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ TOP กำลังทางออกร่วมกับ GPSC โดยคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในวันที่ 30 ตุลาคม ในมุมมองของเรา การที่ TOP ยังคงถือครอง ERU จะเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัท เนื่องจากจะช่วยให้ TOP สามารถรับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากโครงการ CFP ได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ณ สิ้นงวด 2Q69 TOP มีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวม 4.80 หมื่นล้านบาท เทียบกับหนี้สินระยะสั้นและระยะยาวรวม 1.016 แสนล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วน net debt/equity เพียง 0.3x (เทียบกับ net debt covenant น้อยกว่า 2.5x) และอัตราส่วน net debt/EBITDA ที่ 1.4x (เทียบกับระดับ 5.0x-6.0x ที่ถือว่ายอมรับได้โดยทั่วไปสำหรับอันดับเครดิตของบริษัท) ถึงแม้ว่า TOP จะต้องจ่าย 96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คืนให้กับ GPSC สำหรับช่วงปี 2561-1H69 บวกดอกเบี้ย 4% (ประเมินไว้ที่ 25-30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เราเชื่อว่าผลกระทบน่าจะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ท่ามกลางภาวะที่ค่าการกลั่นแข็งแกร่ง
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” TOP โดยประเมินราคาเป้าหมาย 1H70F ที่ 70.00 บาท อิงจาก adjusted EV/EBITDA ที่ 5.75x เราคาดว่าราคาหุ้นจะได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งใน 3Q69F
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

