หุ้นเด่น : 4 สิงหาคม 2569

‘เข้าซื้อกิจการในมาเลเซีย’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า(CPAXT) แจ้ง SET ว่าบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ The Food Purveyor Sdn. Bhd. Group แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ทำให้ The Food Purveyor Sdn. Bhd. มีสถานะเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของบริษัท
ในบทวิเคราะห์ CPAXT Alert report: “New acquisition” ฉบับวันที่ 5 มีนาคม 2569 CPAXT แจ้ง SET ว่า Lotus’s stores (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ CPAXT ถือหุ้นทางอ้อม 100% ได้ทำข้อตกลงที่จะซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นของ The Food Purveyor Sdn. Bhd. (TFP) ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นในมาเลเซีย และดำเนินธุรกิจ supermarket เกรด premium ภายใต้แบรนด์ Village Grocer, B.I.G, BSC Foods, OTK และ The Food merchant โดยมีสาขาทั้งหมด 50 ร้าน
บริษัทไม่ได้เปิดเผยมูลค่าการลงทุนขั้นสุดท้าย, แหล่งเงินทุน และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนธุรกิจหลังเข้าซื้อกิจการในประกาศฉบับล่าสุดที่แจ้ง SET อย่างไรก็ตามหากอิงจากรายงานฉบับก่อน (เมื่อเดือนมีนาคม 2569) มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ MYR1,660 ล้าน (~13,483 ล้านบาท) และแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และเงินทุนจากภายนอก
เราคาดว่ากำไรของ TFP จะอยู่ที่ประมาณ MYR38 ล้าน (~300 ล้านบาท) ต่อปี อิงจาก i) ขนาดของตลาด supermarket เกรด premium ของมาเลเซียที่ MYR4.1 พันล้าน ii) ส่วนแบ่งตลาดของ TFP ที่ 31% และ iii) อัตรากำไรสุทธิ (net margin) ที่ 3% (สูงกว่าของ CPAXT ที่ 2% แต่ต่ำกว่าธุรกิจร้านสะดวกซื้อของ C.P. All (CPALL.BK/CPALL TB) * ที่ 5%)
เราคาดว่าบริษัทจะก่อหนี้ประมาณ 60-70% ของมูลค่าการลงทุนรวม ซึ่งจะเป็นระดับที่ทำให้บริษัทมีการใช้เงินสดในมือบางส่วนราว 4-5 พันล้านบาท (เงินสดในมือ ณ สิ้นงวด 2Q69 อยู่ที่ 9.5 พันล้านบาท) และเป็นระดับที่กำไรจาก TFP ชดเชยค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยได้ โดยจะทำให้สัดส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนเพิ่มขึ้นจาก 0.4X เป็น 0.42-0.43X
เรามองกลางๆ กับดีลนี้ เพราะมี synergy จำกัดหลังการเข้าซื้อกิจการ เช่นเดียวกับรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งเงินทุน เรายังคงมองว่ากำไรของ CPAXT จะน่าสนใจลดลงในไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะได้รับผลกระทบเต็มไตรมาสจากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล (ไทยช่วยไทยพลัส), ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะ omni-channel platform และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ Happitat ซึ่งบริษัทจะจัดการประชุมให้ข้อมูลในวันที่ 3 กันยายน 2569
Valuation
เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 15.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -2.0 S.D.)
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

