หุ้นเด่น : 2 กันยายน 2569

‘รับอานิสงส์วัฏจักรลงทุนรอบใหม่’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ บมจ.อาซีฟา (ASEFA) ผลิตและจำหน่ายระบบกระจายและส่งจ่ายไฟฟ้า และตู้สวิตช์บอร์ด และเป็น Partner หลักของ Schneider Electric ธุรกิจของ ASEFA อยู่ตรงกลางของห่วงโซ่การลงทุนของไทยโดยตรง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษ ในขณะนี้ที่ไทยกำลังเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ โดยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สะสมอยู่ที่ 1.47 ล้านล้านบาท ใน 1H69 ซึ่งส่วนหนึ่งนำโดยโครงการ Data Center ที่ต้องการกำลังไฟฟ้าปริมาณมาก
เราประเมินว่าการลงทุน Data Center จะกระจายเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากไปยังห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ รวมถึงระบบกระจายไฟฟ้าของ ASEFA ด้วย (ประมาณการเบื้องต้น ระบบกระจายไฟฟ้าคิดเป็นราว 5-7% ของมูลค่าการลงทุน Data Center ทั้งหมด) ขณะเดียวกันโครงการ New S-curve นอกเหนือจากกลุ่ม Data Center ที่ผ่านเข้าโครงการ Thailand FastPass จำนวน 25 โครงการ มูลค่ารวม 2 แสนล้านบาท ถือเป็นอีกแหล่งความต้องการระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม
ASEFA รายงานรายได้ 1H69 เท่ากับ 2.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 112% YoY และ 40% HoH Backlog ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4.2 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 (คาด 90% จะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2569) และเราคาดว่าจะมีการรับงานใหม่เพิ่มเติมระหว่าง 1H69 ซึ่งจะทำให้ Backlog ณ 2Q69 ยังคงสูงกว่า 4.0 พันล้านบาท ซึ่งจะผลักดันให้รายได้ปี 2569F-70F ทะลุระดับ 5.0-6.0 พันล้านบาท ตามลำดับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท โครงการ Data Center ที่ส่งมอบแล้ว เช่น TRUE IDC และ DAMAC (เปิดเผยใน Earnings call ประจำปี 2568) เป็น Reference ที่ชัดเจนว่าระบบและอุปกรณ์ของ ASEFA ได้มาตรฐานสำหรับ Data Center ระดับ Hyperscale เราคาดกำไรปี 2569F จะเติบโต 92% YoY เป็น 421 ล้านบาท อย่างไรก็ดีเรายังคงสมมติฐานแบบอนุรักษ์นิยมสำหรับการเติบโตของกำไรปี 2570F ไว้ที่ราว 9% YoY เป็น 460 ล้านบาท เนื่องจากรอความชัดเจนของกฎเกณฑ์การลงทุน Data Center ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาโดยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์
เราประเมิน D/E ratio จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.26 เท่า ในปี 2569 (จาก 1.2 เท่า ในปี 2568) จาก Working Capital ที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโต อย่างไรก็ดีเราประเมิน Interest Bearing Debt to Equity จะปรับลดลงเล็กน้อยเป็น 0.45 เท่า ในปี 2569 (จาก 0.48 เท่า ในปี 2568) และเราทำการคำนวณด้วย Altman Z-score (Emerging Market) เพื่อยืนยันสถานการเงินของบริษัทได้ 6.1 ในปี 2569 (จาก 5.6 ในปี 2568) กลับเข้าสู่ “Safe Zone” (>5.85) สะท้อน Default Risk ที่ลดลง
Valuation & action
เรา Initiate Coverage หุ้น ASEFA ด้วยคำแนะนำ Outperform และราคาเป้าหมาย 9.7 บาท อิง Target PE ที่ 11 เท่า (-0.5 SD) บน EPS ปี 2570F ที่ 0.88 บาท/หุ้น ณ ราคาเป้าหมายนี้ คิดเป็น PEG เพียง 0.74 เท่า บนอัตราการเติบโตของกำไร 31.4% CAGR (2568-71E) ทั้งนี้เรายังไม่รวม Synergy Benefit ที่อาจเกิดขึ้นจาก MOU ที่ลงนามกับพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ Schneider Electric, LS Electric และ IX Technology เพื่อพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Data Center
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

