หุ้นเด่น : 26 สิงหาคม 2569

‘ผู้ป่วยประกันสังคมหนุน’
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ระบุ บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) รายงานกำไร 2Q26 เท่ากับ 229 ล้านบาท ลดลง 7.7% q-q จากปัจจัยฤดูกาล ขณะที่เพิ่มขึ้น 10.2% y-y จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ประกันสังคม และรายได้อื่น ประกอบกับความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหาร สำหรับรายได้จากการรักษาพยาบาล เท่ากับ 2,053 ล้านบาท (-1.1% q-q,+2.0% y-y) แบ่งตามกลุ่ม ดังนี้
กลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) +8.9% y-y ,กลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) -13.9% y-y ,กลุ่มประกันสังคม (SSO) +10.0% y-y ,กลุ่มภาครัฐอื่นๆ (HSSO) +27.0% y-y
สำหรับ EBITDA อยู่ที่ 429 ลบ. (-4.7% q-q,+5.4% y-y) จากต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นสูงกว่ารายได้ ตามปริมาณบริการและความซับซ้อนในการรักษาที่เพิ่มขึ้น
ความคืบหน้าการขยายเครือข่าย : ได้แก่ อาคาร OPD 5 ชั้น รพ.จุฬารัตน์ 11 เปิดให้บริการใน 3Q26 ,รพ.จุฬารัตน์ ฉะเชิงเทรา จำนวน 71 เตียง อยู่ระหว่างขอใบอนุญาต คาดเปิดปลายปี 2026 ,รพ.จุฬารัตน์ 3 จำนวน 100 เตียง คาดเปิดปี 2027 ,รพ.จุฬารัตน์ ระยอง จำนวน 200 เตียง คาดเปิดปี 2027
กำไรปี 2026 คาดโต y-y : คาดกำไรปี 2026 เท่ากับ 983 ล้านบาท เติบโต 5.7% y-y หนุนจากรายได้รักษาพยาบาล เท่ากับ 8,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% y-y จากแนวโน้มรายได้เดือนกรกฎาคม 2026 +Mid single digit y-y รับแรงหนุนจาก (1) โมเมนตัมการเพิ่มขึ้นของรายได้ประกันสังคม ตามการเพิ่มขึ้นของเคสโรคซับซ้อน โดยเฉพาะโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และมะเร็ง (2) แนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ป่วยคนไทยจากปัจจัยฤดูกาล (3) แนวโน้มการกลับมาของกลุ่มตะวันออกกลาง หลังจากการเดินทางผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งนี้กลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนราว 2.5-3.0% ของรายได้หลัก
สำหรับ EBITDA Margin ปี 2026 คาดปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.1% จาก 20.6% ในปีก่อน อย่างไรก็ตามเราคาดรายได้ผู้ป่วยเงินสดที่มาร์จิ้นสูงกว่ารายได้ประกันสังคมยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ จึงจำกัด Upside ของ EBITDA Margin
คาดโมเมนตัมดีต่อเนื่อง
“เรามองบวกในช่วงครึ่งปีหลังจากแนวโน้มรายได้เดือนกรกฎาคม 2026 +Mid single digit y-y หนุนจากปัจจัยฤดูกาล และเคสโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่คาดรายได้ผู้ป่วยเงินสดที่มาร์จิ้นสูงกว่ารายได้ประกันสังคมยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ จึงจำกัด Upside ของ EBITDA Margin สำหรับ Valuation มองว่ายังน่าสนใจสำหรับการลงทุนในระยะยาว จากP/E ปี 2026E ที่ 17.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ 19.6 เท่า”
ที่มา..บล.ลิเบอเรเตอร์

