หุ้นเด่น ประจำวันที่ 3 กันยายน 2569

‘Valuation ยังไม่จูงใจพอ’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ บมจ.ติดล้อ โฮลดิ้งส์(TIDLOR) เน้นขยายสินเชื่อแบบเลือกกลุ่ม โดยเน้นสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์เพื่อเพิ่มยีลด์ (yield)
สินเชื่อของ TIDLOR เร่งตัวขึ้นใน 2Q69 โดยขยายตัว 2.4% QoQ และ 3% YTD สะท้อนถึงความมั่นใจมากขึ้นกับคุณภาพสินทรัพย์ หลังจากที่เห็นว่าสินเชื่อผิดนัดชำระ (delinquency loan) เริ่มทรงตัวในสินเชื่อบางกลุ่ม โดยเฉพาะสินเชื่อรถบรรทุก และรถมอเตอร์ไซค์ ทั้งนี้สินเชื่อที่เร่งตัวขึ้นใน 2Q69 หลักๆ มาจากสินเชื่อวงเงินต่ำในกลุ่มมอเตอร์ไซค์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของสินเชื่อใหม่ รองลงมาคือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ ส่วนสินเชื่อรถบรรทุกยังคงลดลง YTD การขยายสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์เพิ่มขึ้นทำให้ yield สินเชื่อของบริษัทดีขึ้น เพราะ yield สินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์อยู่ที่ 22-24%, ของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์อยู่ที่ 18-22% และของสินเชื่อรถบรรทุกอยู่ที่ 15-20%
ค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) ผันผวนน้อยลง โดยคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มสินเชื่อรถบรรทุกดีขึ้น
TIDLOR เผยว่าหากไม่นับค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) พิเศษจากความเสี่ยง (event risk) น้ำท่วมที่เกิดขึ้นใน 4Q68 และกลับรายการค่าใช้จ่ายสำรองฯ เป็นรายได้ใน 1Q26 แล้วจะพบว่าจริงๆ แล้ว credit cost ทรงตัว ในขณะที่ credit cost ใน 2Q69 ได้กลับสู่ระดับปกติ อย่างไรก็ตามการที่บริษัทจะขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้นใน 2H69F บริษัทตั้งเป้า credit cost ไว้ในช่วง 2-2.5% (จาก 2.1% ในงวด 1H69) ซึ่ง ณ จุดนี้ เราใช้สมมติฐาน credit cost ปี 2569F/2570F ที่ปีละ 2.4% โดยมองว่าภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอาจทำให้ credit cost ลดลงได้
ต้นทุนการเงินลดลงอย่างไม่มีนัยสำคัญ
TIDLOR ปรับกลยุทธ์การระดมเงินทุนด้วยการเพิ่มแหล่งเงินทุนจากการออกหุ้นกู้ที่ญี่ปุ่นอายุ 3 ปี วงเงินประมาณ 1.65 หมื่นล้านบาท (หรือ 20-22% ของเงินทุนทั้งหมด) ถึงแม้บริษัทจะไม่ได้เปิดเผยอัตราดอกเบี้ย (coupon rate) แต่คาดว่าต้นทุนรวม (all-in cost) จะสูงกว่าต้นทุนการเงินในปัจจุบันที่ 3.2% เรามองว่ากลยุทธ์การระดมเงินทุนที่ใช้อยู่ ไม่น่าจะทำให้ต้นทุนการเงินลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญใน 2H69
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ขึ้นอีก 6%, ปรับเพิ่ม 12M-TP เป็น 20.2 บาท, แนะนำถือ
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนถึงการปรับลดสมมติฐาน credit cost เป็น 2.4% (จากเดิม 2.5%) ในขณะเป้าหมายของ TIDLOR อยู่ในช่วง 2.0-2.5% และ การปรับลดสมมติฐานค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในปี 2569F/2570F ลงปีละ 200 ล้านบาท ภายใต้ PE 9.5x เท่ากับ ทำให้ได้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนใหม่ที่ 20.2 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 19.2 บาท) ทั้งนี้เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยเอื้ออำนวยจากการที่งบดุลของภาคครัวเรือนตึงตัว, ราคาหุ้นไม่น่าสนใจ และเหลืออัพไซด์ จำกัดถึงราคาเป้าหมายใหม่ของเรา ดังนั้นเราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” TIDLOR
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

