คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

พญามังกรจีนเหยียบแผ่นดินสหรัฐฯ
เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการดนตรีโลก ที่“เนเน่ รอยัล”หรือ“แพรว-รัตติกานต์ อำลอย” สาวน้อย วัย 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย สามารถคว้าแชมป์รายการ “America’s Got Talent 2026” ซีซั่น 21 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จากการประกาศผลเมื่อวันที่ 24 กันยายนวานนี้
นับเป็นเรื่องน่าชื่นชมยินดีถึงความสามารถของเธอ ด้วยความวิริยอุตสาหะพร้อมด้วยใจรักในทางดนตรีทั้งศึกษาฝึกฝนและปฏิบัติควบคู่กันไปกับการแสดงดนตรีเปิดหมวกที่จังหวัดภูเก็ตบ้านเกิดอย่างสม่ำเสมอ โดยได้รับแรงสนับสนุนเต็มกำลังของครอบครัวที่บิดาเป็นเสาหลักผู้วางรากฐาน จึงทำให้“เนเน่”ร้องเพลง เล่นกีตาร์ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดนี้ได้ตามความฝันของเธอ
ความสำเร็จของ“เนเน่ รอยัล”สาวน้อยจากจังหวัดภูเก็ต ในฐานะ“Superrocstar”แห่งยุค จากเวที“AGT” ซีซั่น 21 ครั้งนี้ ยังถือว่าได้สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทยอีกด้วย ขออำนวยพรให้เธอเดินไปได้ด้วยความมั่นคงทุกย่างก้าว และจงประสบความสำเร็จดังใจปรารถนาทุกประการ
สำหรับเวทีโลกอีกเวทีหนึ่ง ที่น่าจับตา คือเมื่อเย็นวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเช้าวันที่ 24 กันยายนของเวลาบ้านเราเมื่อวานนี้ “พญามังกรจีน” คือ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนางเผิง ลี่หยวน ภริยา เดินทางถึงสหรัฐฯ เพื่อเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดย“ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ของสหรัฐฯ พร้อมด้วย“เมลาเนีย” สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ได้ไปต้อนรับถึงสนามบิน ณ ฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส นอกกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รัฐแมริแลนด์
การเดินทางไปต้อนรับ“สี จิ้นผิง”และภริยาด้วยตนเองของ”“ทรัมป์” นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ไปต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองถึงสนามบินด้วยตนเอง จากที่ในปี 2505 อดีตประธานาธิบดี“จอห์น เอฟ. เคนเนดี”ของสหรัฐฯ ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรี“ฮาโรลด์ แมคมิลแลน”แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งแตกต่างจากธรรมเนียมปกติที่เคยปฏิบัติ ทั้งนี้ ไม่นับรวมการเสด็จเยือนสหรัฐฯของ“สมเด็จพระสันตะปาปาปาฟรานซิส” เมื่อปี 2548 ที่“บารัค โอบามา” ประธานาธิบดีสหรัฐฯในขณะนั้น ได้เดินทางไปต้อนรับที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส
นอกจากนั้น พิธีการต้อนรับการเยือนสหรัฐฯของผู้นำจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2569 ในครั้งนี้ ก็อลังการงานสร้าง ด้วยการแสดงเกียรติยศสูงสุด มี“การบินผ่าน”ของเครื่องบินทิ้งระเบิด“B-1” 2 ลำ ยิงสลุตด้วยปืนใหญ่ และมีพรมแดงความยาวกว่า 30 เมตร ปูลาดไว้บนลานจอดเครื่องบิน ซึ่งพิธีการต้อนรับ“พญามังกรจีน” อย่างยิ่งใหญ่ครั้งนี้ “โจนาธาน ซีซิน”อดีตผู้อํานวยการด้านจีนของสภาความมั่นคงแห่งชาติในสมัย“ประธานาธิบดีโจ ไบเดน”ของพรรคเดโมแครต ตั้งข้อสังเกตว่า “ทรัมป์แสดงความเคารพต่อคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์รายสำคัญของอเมริกาในครั้งนี้น่าคิดว่าทรัมป์ได้รับอะไรจาก สี เพื่อแลกกับการแสดงความเคารพถึงขนาดนี้”
เนื่องจากตามปกติแล้ว ผู้นำสหรัฐฯจะรอต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองหรือผู้นำชาติต่างๆ ที่มาเยือนอยู่ที่ทำเนียบขาว หรือถ้าจะว่าไปแม้แต่การเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาของ“ทรัมป์” ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯในรอบ 9 ปีนับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่“ทรัมป์”ไปเยือนในเดือนพฤศจิกายนปี 2560 “รองประธานาธิบดีหาน เจิ้ง” ของจีน ก็เป็นผู้ไปให้การต้อนรับที่สนามบินกรุงปักกิ่ง ไม่ใช่ “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง”
การเยือนสหรัฐฯของประธานาธิบดี“สี จิ้นผิง”ด้วยการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เป็นพิเศษของ“ทรัมป์”ในครั้งนี้ “ทรัมป์”จะได้อะไรบ้างไม่แน่ชัด แต่ที่แน่ๆ สำหรับ จีนซึ่งประกาศโดย“สี จิ้นผิง”ตั้งแต่เมื่อครั้งที่“ทรัมป์”เดินทางไปเยือนจีนในกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า“จีนเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีความสำคัญมากกว่าความขัดแย้งหรือความแตกต่างที่เกิดขึ้น” และ“ความสำเร็จของประเทศหนึ่งควรเป็นโอกาสของอีกประเทศที่ไม่ใช่ภัยคุกคาม” นั้น อย่างน้อยจีนก็ได้ภาพ“ทางสัญลักษณ์” ว่าภายใต้ระเบียบ“โลกหลายขั้ว” จีนก็เป็นอีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจที่ทัดเทียมกับสหรัฐฯ
นอกเหนือจากนั้น จีนก็ยังยืนยันเจตนารมณ์เดิม จากสุนทรพจน์ฉบับลายลักษณ์อักษรของ“สี จิ้นผิง”หลังจากเดินทางถึงสหรัฐฯเมื่อวันที่ 24 กันยายนวานนี้ที่ระบุว่า จีนและสหรัฐฯรวมทั้งประชาชนของทั้งสองประเทศต่างก็เป็น“ผู้ยิ่งใหญ่” มีการรักษาแลกเปลี่ยนระหว่างฉันมิตรกันมายาวนาน และมีผลประโยชน์ที่สอดประสานกันอย่างลึกซึ้ง ดังนั้น จีนและสหรัฐฯควรเป็น“หุ้นส่วนกัน-ไม่ใช่คู่แข่งกัน” และด้วยเหตุนี้การฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน และการทำให้สหรัฐอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง สามารถดำเนินควบคู่กันไปและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เป็นการสร้างประโยชน์แก่โลกได้
สำคัญที่สุด จีนยังได้รับการ“จิ้มก้อง”เป็นบรรณาการพิเศษทันทีที่“พญามังกรจีน”เหยียบแผ่นดินสหรัฐฯ จากการประกาศของ“สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ว่าสหรัฐฯจะต่ออายุข้อตกลงทางการค้าอีก 2 เดือน จากเดิมที่จะหมดอายุในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยกำหนดเส้นตายใหม่เป็นวันที่ 10 มกราคมปีหน้า
ส่วน“ทรัมป์”นั้น ถ้าสามารถเก็บเกี่ยวกับประโยชน์จากจีน โดยทำให้จีนซื้อสินค้าเกษตรกรรมและพลังงานของสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น จากในปัจจุบันที่จีนซื้อจากสหรัฐฯประมาณ 3.5 - 4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.7-1.34 ล้านล้านบาท ก็จะช่วยลดการขาดดุลการค้าที่สหรัฐฯเสียเปรียบจีนประมาณ 202.1 พันล้านดอลลาร์ หรือ 6.75 ล้านล้านบาท และถ้า“ทรัมป์”เจรจากับจีนได้สำเร็จ นั่นก็ย่อมจะเป็นผลดี
เฉพาะหน้าต่อคะแนนเสียงของ“ทรัมป์”สำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (U.S. Midterm
Election) ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ด้วย
กลับมาที่บ้านเรา วันที่ 25 กันยายนวันนี้มีเรื่องใหญ่แต่ถือว่าจิ๊บๆ เมื่อเทียบกับภาพใหญ่สถานการณ์โลก เกี่ยวกับ“สงครามการเมือง”เรื่อง“คดีฮั้วเลือก สว.” เป้าอยู่ที่ กกต. ทัพแรกจากภาคประชาชน โดย“สนธิ
ลิ้มทองกุล” จะนำมวลชนไปยื่นหนังสือให้ กกต.ที่สำนักงาน กกต. อาคารศูนย์ราชการฯ เพื่อให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และอีกทัพหนึ่งเคลื่อนขบวนโดยพรรคส้ม นำโดย“เท้ง-ณัฐพงษ์
เรืองปัญญาวุฒิ”หัวหน้าพรรคประชาชน จะไปยื่นหนังสือต่อ ป.ช.ป.ให้ดำเนินคดีเอาผิดอาญากับ กกต.ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย
ก็ดูกันไปการเมืองไทยและการเมืองโลก !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

