หุ้นเด่น ประจำวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บียอนด์ จํากัด (มหาชน) ระบุ บมจ.เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ NTF รายงานกำไรสุทธิที่ 116 ล้านบาท (+214% YoY, -53% QoQ) มากกว่าที่ตลาด และเราคาด 43% และ 39% ตามลำดับ โดยสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นมากมาอยู่ที่ 25% จาก 20% ใน 2Q26 และ 21% ใน 3Q25 ด้านรายได้บริษัทรายงานยอดขายที่ 853 ล้านบาท (+91% YoY, -61% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเราราว 9% โดยสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยของทุเรียนสดที่ต่ำกว่าสมมติฐาน แต่ปริมาณการจำหน่ายทุเรียนอยู่ที่ประมาณ 5.7 พันตัน สูงกว่าที่เราคาด ขณะที่การลดลงของรายได้ในเชิง QoQ มาจากปัจจัยผันผวนตามฤดูกาล เนื่องจากช่วงไตรมาส 2 ซึ่งเป็นฤดูกาลหลักของผลผลิตทุเรียนไทยทำให้มีผลผลิตมากกว่าไตรมาส 1, 3 และไตรมาส 4
เราคาดว่าผลประกอบการของบริษัทใน 4Q26 จะทรงตัวใกล้เคียงกับ 3Q26 โดยคาดว่ารายได้จากการจำหน่ายทุเรียนแช่แข็ง (Frozen Durian) จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ช่วยชดเชยการชะลอตัวของรายได้จากทุเรียนสด ซึ่งมี GPM ที่ดีกว่าทุเรียนสดส่งผลให้ GPM ใน 4Q26 จะทรงตัวใกล้เคียงกับระดับ 25% ใน 3Q26 และปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 4Q25 ขณะเดียวกันเราคาดว่าบริษัทควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ (SG&A-to-Sales) ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 8% ใน 4Q26 เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่อยู่ในกลุ่มค่าใช้จ่ายพนักงานเป็นหลักจึงไม่ได้แปรผันตามรายได้
บริษัทรายงานกำไรสุทธิสะสม 9M26 ที่ 392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94% YoY คิดเป็นประมาณ 81% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 โดยเราปรับสมมติฐานปี 2026 ใหม่เพิ่มขึ้น 8% จาก GPM ในช่วงครึ่งหลังของปีที่กว่าที่คาดเนื่องจากบริษัทจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ของทุเรียนแช่แข็ง (Frozen Durian) ซึ่งเราประเมินว่ามีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าธุรกิจทุเรียนสด ขณะที่เรายังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อการเติบโตในปี 2027 จากความต้องการของตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในจีน และการขยายช่องทางจำหน่ายนอกจีน รวมถึงเพิ่มสัดส่วนผลไม้ที่มีกำไรสูงขึ้นโดยเฉพาะทุเรียนแช่แข็ง ทุเรียนแกะเนื้อ มังคุด และลำไย ช่วยลดความผันผวนของรายได้ตามฤดูกาลและช่วยรักษา GPM ของบริษัทให้อยู่ที่ประมาณ 19.0-20.0%
สำหรับในปี 2027 เรายังคงสมมติฐานรายได้ที่ 6.8 พันล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 633 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อเข้ามาแล้วที่มีอยู่แล้ว 5.5 พันล้านบาท คิดเป็น 81% ของสมมติฐานรายได้ทั้งปี 2027 โดยบริษัทจะยังคงหา “ล้ง” จะขยายไปยังพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือของไทย รวมถึงการขยายแหล่งจัดหาผลผลิตไปยังเวียดนาม ซึ่งแต่ละพื้นที่มีช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวและสภาพภูมิอากาศแตกต่างกันทำให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารปริมาณผลผลิต
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ NTF ที่ราคาเป้าหมาย 22.50 บาท โดยปรับราคาเป้าหมายเป็นปี 2027 อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่าด้วย PER ปี 2027 ที่ 7.10 เท่า เรายังคงมองว่าบริษัทจะยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรกที่ 0.40 บาทต่อหุ้นคิดเป็น Dividend yield ที่ 3.4% ณ ราคาปิดวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 18 พฤศจิกายน และจ่ายเงินปันผลวันที่ 3 ธันวาคม บริษัทจะจัด
Earnings Call ในวัน 23 พฤศจิกายน
ที่มา..บล.บียอนด์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

