ทำความรู้จัก "โรคข้าวผัด" ทำไมแค่กินข้าวค้างคืน ถึงเสี่ยงอาหารเป็นพิษรุนแรง?

กรมการแพทย์ออกโรงเตือนประชาชน ระวัง "โรคข้าวผัด" (Fried Rice Syndrome) ภาวะอาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus cereus มักพบในอาหารกลุ่มแป้งที่ตั้งทิ้งไว้นอกตู้เย็นนานเกินไป เผยสารพิษทนความร้อนสูง การนำไปอุ่นซ้ำไมโครเวฟไม่สามารถทำลายได้ ย้ำกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุหากติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรง
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยถึงภาวะ "โรคข้าวผัด" ว่ามีสาเหตุหลักจากเชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus Cereus) ซึ่งปนเปื้อนมาในรูปของ "สปอร์" หากรับประทานอาหารที่มีเชื้อนี้เข้าไปจำนวนมากจะเกิดอาการท้องเสียและอาเจียน แม้โดยทั่วไปจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน แต่สำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่างการติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือโรคข้ออักเสบเรื้อรังได้
ด้าน นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี อธิบายเพิ่มเติมว่า ภาวะนี้มักเกิดกับอาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว พาสต้า เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือมันบด ที่จัดเก็บผิดวิธี โดยเฉพาะพฤติกรรมการซื้ออาหารปรุงสุกแล้วตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตและปล่อยสารพิษออกมา จนถูกขนานนามว่า "โรคข้าวผัด" ซึ่งในต่างประเทศเคยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการรับประทานพาสต้าที่ทำทิ้งค้างไว้ถึง 5 วันมาแล้ว ที่สำคัญคือสารพิษชนิดนี้ทนทานต่อความร้อน การนำกลับไปเวฟอุ่นซ้ำจึงไม่สามารถทำลายสารพิษได้
ขณะที่ ผศ.(พิเศษ) นพ.พจน์ อินทลาภาพร หัวหน้างานโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลราชวิถี ระบุว่าเชื้อชนิดนี้แบ่งการก่อโรคออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่
- ชนิดทำให้ท้องร่วง (Diarrhea toxin): ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ และท้องร่วงเป็นน้ำ โดยจะแสดงอาการภายใน 8-16 ชั่วโมง
- ชนิดทำให้อาเจียน (Emetic toxin): จะมีอาการรุนแรงและเฉียบพลัน คลื่นไส้และอาเจียน ภายใน 1-6 ชั่วโมง
แนะกฎเหล็ก "2 ชม. / 4 ชม." ป้องกันโรคข้าวผัด
เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค กรมการแพทย์ได้แนะนำหลักการเก็บรักษาอาหารที่ถูกต้อง ดังนี้:
- เก็บเข้าตู้เย็นทันที: อาหารที่รับประทานไม่หมด ให้แบ่งส่วนเก็บเข้าตู้เย็นทันทีโดยไม่ต้องรอให้เย็นสนิท
- แบ่งเป็นส่วนเล็กๆ: หากมีอาหารปริมาณมาก ควรแบ่งเป็นสัดส่วนเล็กๆ เพื่อให้ความเย็นเข้าถึงเนื้ออาหารได้ไวขึ้น
- ใช้กฎ "2 ชม./4 ชม.": หากอาหารตั้งอยู่นอกตู้เย็นนาน 1-2 ชั่วโมง สามารถเก็บเข้าตู้เย็นเพื่อนำมากินต่อได้อย่างปลอดภัย แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 4 ชั่วโมง ไม่ควรนำมาเก็บหรือรับประทานเด็ดขาด
ทั้งนี้ แม้โรคอาหารเป็นพิษจากเชื้อบาซิลลัส ซีเรียส จะพบไม่บ่อยเท่าเชื้อทางเดินอาหารอื่นๆ อย่าง อี.โคไล หรือโนโรไวรัส แต่วิธีหลีกเลี่ยงที่ดีที่สุดคือการรับประทานอาหารที่เพิ่งปรุงสุกใหม่ๆ ทันที เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ขอบคุณข้อมูลจาก จุฬารัตน์ และ hfocus
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

