ไทยพีบีเอส ยันไร้เจตนาทุจริต แจงปม สตง. สั่งชดใช้ 85 ล้าน ยังไม่ได้รับเอกสารทางการ-ไม่ใช่คำชี้มูลความผิด

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส แถลงชี้แจงกรณีข่าวผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อเสนอให้ดำเนินการทางวินัยกับผู้อำนวยการ และพนักงาน ส.ส.ท. จำนวน 10 ราย รวมทั้งสั่งให้ชดใช้เงิน 85.22 ล้านบาทว่า ส.ส.ท. ในฐานะหน่วยรับตรวจยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก สตง.ในกรณีดังกล่าว
จึงมีข้อสังเกตว่า ข้อมูลการตรวจสอบ ซึ่งถือเป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ระหว่างกระบวนการ และเป็นเรื่องภายในระหว่างหน่วยตรวจ กับหน่วยรับตรวจ ซึ่งควรได้รับการปกป้องตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 เนื่องจากการเปิดเผยอาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เหตุใดข้อมูลดังกล่าวจึงถูกนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ได้ ทั้งที่กระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายยังไม่เป็นที่ยุติ และหน่วยงานผู้ถูกตรวจสอบยังมิได้รับทราบข้อมูลอย่างเป็นทางการ
สำหรับกระบวนการตรวจสอบของ สตง. เป็นการให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ สตง.จะจัดทำรายงานผลการตรวจสอบแจ้งข้อบกพร่องและมีข้อเสนอแนะให้ ส.ส.ท. ดำเนินการแก้ไขปรับปรุง โดยมิใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งลงโทษทางกฎหมายที่ถึงที่สุด หากหน่วยรับตรวจพิจารณาแล้วไม่เห็นพ้องด้วย ส.ส.ท.ย่อมมีสิทธิ์ในการชี้แจงข้อเท็จจริงข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
นายพิเศษกล่าวว่า การเข้ามาตรวจสอบไม่ได้หมายความว่าเป็นการชี้ว่าผิดหรือถูกในทันที แต่เป็นการตรวจสอบและเสนอแนะในประเด็นที่เห็นว่าควรปรับปรุง ซึ่งหน่วยงานเองก็มีสิทธิ์ที่จะชี้แจง อธิบาย หรือคัดค้าน หากเห็นว่าข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตบางประเด็นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ดังนั้นเราไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบ และพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ แต่ขอให้มีโอกาสได้ชี้แจงด้วย เพราะเมื่อข้อมูลบางส่วนออกไปสู่สาธารณะก่อนที่หน่วยงานจะมีโอกาสชี้แจง ก็อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าเราเป็นผู้กระทำผิดกลายเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว ทั้งที่กระบวนการตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด ส่งผลให้คนทำงานท้อแท้เสียขวัญกำลังใจ
"ส.ส.ท.ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการบริหารงานด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และพร้อมรับการตรวจสอบภายใต้กรอบของกฎหมาย หาก ส.ส.ท.ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก สตง. แล้ว ส.ส.ท.จะดำเนินการพิจารณาชี้แจงข้อเท็จจริงและใช้สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ ส.ส.ท.ทำเราทำแบบเปิดเผยและไม่มีการทุจริตหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อ ส.ส.ท. และหากมีคำแนะนำที่ดี ส.ส.ท.ก็มีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น" นายพิเศษระบุ
ทั้งนี้ ยืนยันว่า การใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่ได้ดำเนินการอย่างอิสระตามอำเภอใจ แต่อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกับหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 และ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 กับทั้งการดำเนินงานของ ส.ส.ท.เป็นหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้กลไกการตรวจสอบที่เข้มงวด นอกเหนือจากการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าผู้สอบบัญชีของบริษัทเอกชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการตรวจสอบโดย สตง. แล้ว ส.ส.ท.ยังมีคณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่กำกับดูแลการตรวจสอบภายในอย่างเป็นอิสระ นอกจากนี้ มีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

