คอลัมน์ : กวนน้ำให้ใส

ศาลยึดทรัพย์อะไร...ทำไม ‘แทนไท’ รอดคดีอาญา ?
กรณีอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง (อีกแล้ว) นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กับพวก รวม 6 ราย คดีพิเศษที่ 64/2567 ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน คดีละเมิดลิขสิทธิ์-เว็บหนังเถื่อน มูลค่าเสียหาย 4,500 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ในช่วงปี 2563–2564 นายแทนไทเคยถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์และร่วมกันฟอกเงิน มาแล้ว แต่ในส่วนของคดีอาญา อัยการก็สั่งไม่ฟ้อง คดีไปไม่ถึงศาล
1. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ออกมาชี้แจง โดยระบุว่า
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสาธารณะว่า อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง แทนไท ณรงค์กูล กับพวก ในข้อหาสมคบและร่วมกันฟอกเงินนั้น
“ปปง. ขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวเป็นมาตรการดำเนินคดีอาญากับบุคคล ซึ่งเป็นคนละกรณีกับมาตรการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542 ของสำนักงาน ปปง.
โดยผลการดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของ แทนไท ณรงค์กูล กับพวก ในปัจจุบัน ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 28 รายการ รวมมูลค่ากว่า 174 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน (คดีหมายเลขดำที่ ฟ 641/2566 คดีหมายเลขแดงที่ ฟ 22409/2567) และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว
อนึ่ง การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของสำนักงาน ปปง. เป็นมาตรการทางแพ่งซึ่งไม่ผูกติดกับคดีอาญา โดยมุ่งเน้นดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดซึ่งแตกต่างกับการดำเนินคดีอาญา ซึ่งมุ่งเน้นดำเนินการกับตัวบุคคลที่กระทำความผิด...”
2. รายการยึดอายัดทรัพย์ที่ ปปง.เคยใช้อำนาจตามกฎหมายฟอกเงินกับเครือข่ายนายแทนไท
ซึ่งสุดท้าย ปรากฏว่า เมื่อคดีไปถึงศาล ศาลตัดสินให้ยึดทรัพย์ เพราะฝ่ายนายแทนไทและพวกไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ อาทิ
ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินนายแทนไท ณรงค์กูล กับพวกเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2564 และวันที่ 19 ก.พ. 2564
มีทั้งเงินฝาก เงินสด สินทรัพย์ดิจิทัลในบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หุ้นในบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้
รถยนต์หลายคัน (อาทิ ยี่ห้อ PORSCHE 2 คัน, MCLAREN 1 คัน, LAMBORGHINI 1 คัน, นิสสัน 1 คัน )
ห้องชุด คอนโดมิเนียม ฯลฯ
คำสั่ง ปปง. ระบุว่า
“....ผู้ร้องเรียนซึ่งเคยทำงานให้กับบริษัท ณรงค์กูลเวิลด์ จำกัด โดยมีนายแทนไท ณรงค์กูล เป็นเจ้าของ ได้แจ้งเบาะแสว่านายแทนไท ณรงค์กูล และบริษัทดังกล่าวลักลอบจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ทั้งยังมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการฟอกเงิน ประกอบกับกรณีที่เจ้าพนักงานตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) ได้ร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บก.สส.บช.น.) ทำการสืบสวนตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์ www.sagame1688.com ซึ่งนายแทนไท ณรงค์กูล เป็นผู้จดทะเบียนจัดตั้งได้ลักลอบเผยแพร่ชักชวนและจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากการตรวจสอบ พบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวได้ใช้บัญชีเงินฝากธนาคารในการทำธุรกรรมหลายบัญชี ซึ่งรวมถึงบัญชีเงินฝากธนาคารของนายแทนไท ณรงค์กูล โดยมีเงินหมุนเวียนในระบบเป็นจำนวนมาก จึงรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ให้ดำเนินคดีกับนายแทนไท ณรงค์กูล กับพวก ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันผ่านระบบอินเทอร์เน็ตโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันฟอกเงิน ตามคดีอาญาที่ 1660/2563 อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านายแทนไท ณรงค์กูลกับพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว...”
3. อย่างไรก็ตาม ในส่วนสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 1660/2563 สน.พญาไท ที่นายแทนไท ณรงค์กูล และพวก เป็นผู้ต้องหา ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์และร่วมกันฟอกเงิน
โดย สน.พญาไท ส่งเรื่องให้อัยการพิจารณา ต่อมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดหลายข้อหาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้คดีอาญาจะสั่งไม่ฟ้อง แต่ในส่วนของคดีแพ่ง ศาลมีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องจำนวน 28 รายการ มูลค่ารวมกว่า 174 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน คดีถึงที่สุดแล้ว
4. ในส่วนคดีอาญาล่าสุด ที่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องนายแทนไท ณรงค์กูล กับพวกรวม 6 ราย (สั่งฟ้องไปแค่ 5 คน) ได้แก่ คดีพิเศษที่ 64/2567 ความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินสมคบ และร่วมกันฟอกเงิน คดีละเมิดลิขสิทธิ์-เว็บหนังเถื่อนมูลค่าเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท
ดีเอสไอส่งสำนวนฟ้อง สำนวนคดีพิเศษที่ 64/2567 ทั้งหมด 39 แฟ้ม รวม12,816 แผ่น!
แต่เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2569 ทางสำนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้มีหนังสือเเจ้งคำสั่งชี้ขาดอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง ไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ขอเพิกถอนหมายจับนายแทนไทกับพวกที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง
กลายเป็นประเด็นข่าวครึกโครม อีกครั้ง
ฝ่ายอัยการอ้างว่า เส้นเงินไม่ถึงนายแทนไท พยานหลักฐานไม่พอฟ้อง
5. ทราบว่า ขณะนี้ ผู้ต้องหาที่ถูกสั่งฟ้อง ยังหาตัวไม่เจอ
ผู้ต้องหาที่ถูกศาลออกหมายจับ และจับกุมได้ก่อนนี้ ล้วนแต่ถูกอัยการสั่งไม่ฟ้อง
ส่วนนายแทนไท ก็เดินทางกลับจากต่างประเทศ หลังจากอัยการสั่งไม่ฟ้อง
นี่หรือคือระบบยุติธรรมไทย
6. ก่อนหน้านี้ อัยการสูงสุดเคยมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีคำสั่งไม่ฟ้องอื้อฉาว
น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) ได้เคยมีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 420/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีข่าวสารและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และอาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุด สั่ง ณ วันที่ 28 ก.พ. 2566
โดยแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง 5 ชุด เพื่อดำเนินดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 6 คดี ประกอบด้วย
คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง คณะที่ 1 ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง คดีนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ กับพวก และคดีเผาเขาสวนงูภูเก็ต โดยมีนายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง คณะที่ 2 ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงคดี ซี.พี.เค. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับพวก โดยมีนายศักดา ช่วงรังษี รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง คณะที่ 3 ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง คดีนายแทนไท ณรงค์กูล กับพวก โดยมีนายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง คณะที่ 4 ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีมาวินเบต ดอทคอม หรือคดีบ่อนพนันออนไลน์ โดยมีนายสมเกียรติ คุณวัฒนานนท์รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง คณะที่ 5 ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง คดียาเสพติดแอมเฟตามีน 400,000 เม็ด จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ รองอัยการสูงสุด ว่าที่อัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน นั้น
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ทั้ง 5 ชุด ได้จัดส่งรายงานผลการตรวจสอบเท็จจริงข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาฯ ทั้ง 6 คดี ไปให้อัยการสูงสุดแล้ว
โดยรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ 5 คดี ได้ส่งไปตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 ต.ค.2566 ซึ่งเป็นช่วงที่ น.ส.นารี ตัณฑเสถียร ยังดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด
มีรายงานว่า รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 6 คดี ของคณะทำงานฯ 5 ชุด ได้ถูกส่งไปให้สำนักวิชาการ สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งปกติมีอำนาจหน้าที่ในการประเมินคุณภาพสำนวนคดีที่มีการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ดังนั้น การส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯทั้ง 6 คดี ไปให้สำนักวิชาการ จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มอัยการว่า เหตุใดอัยการสูงสุดจึงไม่พิจารณารายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯดังกล่าวเอง
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯทั้ง 6 คดีนั้น มีหลายสำนวนที่คณะทำงานฯเห็นว่าผู้เกี่ยวข้องมีคำสั่ง ‘ไม่ฟ้องคดี’ โดยไม่ชอบ และผู้เกี่ยวข้องรายดังกล่าวได้ลาออกจากสำนักงานอัยการสูงสุดไปแล้ว
ล่าสุด ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าในการจัดการกับการสั่งคดีที่ตรวจสอบพบว่าไม่ชอบมาพากลเหล่านั้น
ทั้งๆ ที่ หากผลสอบฯ เดินไปถึงคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ ออกมาว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีโดยไม่ชอบจริงและเข้าข่ายความผิดอาญา จะต้องส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนและดำเนินคดีต่อไป
อัยการคดีพิเศษ อัยการสูงสุด ภูมิใจกับการทำงานในฐานะทนายแผ่นดิน หรือไม่?
ครั้งนี้ องค์กรอัยการ ควรมีการตรวจสอบ เปิดเผย และดำเนินการเพื่อความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชน หรือไม่?
สารส้ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

