บุคคลแนวหน้า : 21 สิงหาคม 2569 (รักษ์ ปฐวี)

nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา...nn ตอนนี้คนไทยเราคงเริ่มคุ้นเคยกับคำว่า Data Center เพราะทั้งฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุนพากันพูดกรอกหูทุกวัน ธุรกิจ Data Center เป็นธุรกิจที่มาแรง ถ้าถามว่า Data Center คืออะไร มีคนอธิบายง่ายๆ ว่า มันคือโรงงานจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลแบบดิจิทัล หรือถ้าเป็นคนที่มีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง ก็จะบอกว่ามันเปรียบได้กับ “เซิร์ฟเวอร์” ขนาดมหึมา ที่มีเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากจัดเก็บข้อมูลไว้มหาศาล และสามารถประมวลผลได้เมื่อมีการป้อนคำสั่งใดๆ
ในโลกดิจิทัลเข้าไป
...nn ด้วยความสำคัญแบบนี้ จึงถือได้ว่า Data Centerไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ของโลกดิจิทัล ซึ่งในยุคทุนนิยมดิจิทัลไม่สามารถขาดได้ ยกตัวอย่าง เช่น
ถ้าใครต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ ก็จะมีการป้อนคำสั่งเข้าไปในระบบ E-commerce ซึ่งก็คือ “หน้าร้าน” จากนั้น Order ก็จะป้อนเข้าสู่Data Center เพื่อประมวลผล และดำเนินการตาม Order
...nnเมื่อมีความสำคัญแบบนี้ ก็ดูเสมือนว่า Data Center จะเป็นธุรกิจเนื้อหอมที่ทุกประเทศน่าจะต้องการดึงไปสู่ประเทศตัวเอง แต่ความจริงแล้วธุรกิจนี้ก็สร้างปัญหาให้กับพื้นที่ จนหลายประเทศเริ่มตั้งแง่ อาทิ ปัญหาเรื่องการแย่งชิงพลังงาน เพราะต้องใช้ไฟฟ้าจำนวนมหาศาลสำหรับดำเนินการหล่อเลี้ยงตัวเซิร์ฟเวอร์ เรื่องน้ำ ซึ่งจะต้องใช้ระบบทำความเย็น เนื่องจากการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ขนาดมหึมา สร้างความร้อนมหาศาล ซึ่งนอกจากต้องใช้น้ำจำนวนมากในการหล่อเย็นแล้ว ความร้อนดังกล่าวก็จะส่งผลต่อระบบนิเวศด้วย
...nn ดังนั้น การย้ายฐานของ Data Center ดังที่บอกไม่ได้หมายความว่าจะไปตั้งที่ไหนก็ได้ เพราะต้องคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า น้ำ เป็นต้น ซึ่งในภูมิภาคนี้ประเทศไทยก็เป็นพื้นที่ที่ถูกเล็งว่า
มีความพร้อมเพียงพอ
...nn ด้วยข้อเสียที่ว่านี่แหละ ทำให้ฝ่ายคัดค้านเห็นว่าจะ “ได้ไม่คุ้มเสีย” เพราะแม้ Data Center จะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากเป็นการใช้เทคโนโลยีระดับสูง เครื่องจักรและอุปกรณ์ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และกระบวนการทำงานก็ใช้คนน้อย เงินลงทุนมหาศาล จึงไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการจ้างงานจำนวนมหาศาล หรือเกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศในสัดส่วนเดียวกัน เมื่อแลกกับผลกระทบแล้วจึงเป็นธุรกิจที่ส่งผลร้ายมากกว่าผลดี
...nn ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนมองว่านี่คือ “โอกาสที่ไม่ควรปล่อยผ่าน” เพราะ Data Center ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจที่เข้ามาตั้งเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ในประเทศไทย หากแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต
...nn ในมุมของฝ่ายสนับสนุน การที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาลงทุน Data Center ในประเทศไทย จึงไม่ได้วัดกันเฉพาะจำนวนคนที่ศูนย์ข้อมูลจ้างโดยตรง หรือมูลค่าของเครื่องจักรที่นำเข้ามาเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการนำโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเข้ามาตั้งอยู่ในประเทศ และสามารถรองรับธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องใช้การประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing)การประมวลผลข้อมูล E-commerce ระบบการเงินออนไลน์ รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
...nn เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้อยู่ในประเทศ ก็มีโอกาสที่จะดึงดูดธุรกิจเทคโนโลยีและการลงทุนประเภทอื่นตามเข้ามา รวมถึงทำให้เกิดธุรกิจต่อเนื่อง ทั้งการก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบทำความเย็น ตลอดจนการให้บริการด้านเทคโนโลยีต่างๆ
...nn ฝ่ายสนับสนุนจึงมองว่า แม้ Data Centerจะใช้ไฟฟ้าและน้ำจำนวนมาก และไม่ได้สร้างการจ้างงานโดยตรงในจำนวนมากเท่ากับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น แต่ผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนตำแหน่งงานเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่การได้เป็นหนึ่งในพื้นที่โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค
...nn ดังนั้นโจทย์สำคัญในมุมของฝ่ายสนับสนุนจึงไม่ใช่การปฏิเสธปัญหาเรื่องพลังงาน น้ำหรือสิ่งแวดล้อม แต่คือการทำอย่างไรให้ประเทศไทยสามารถรับการลงทุนเหล่านี้ได้ โดยให้เกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด ทั้งการใช้สินค้าและบริการจากผู้ประกอบการไทย การพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี และการสร้างอุตสาหกรรมต่อเนื่อง พร้อมไปกับการควบคุมผลกระทบให้เกิดน้อยที่สุด
...nn เพราะหาก Data Center กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลกดิจิทัล การที่ประเทศไทยมีโอกาสดึงการลงทุนประเภทนี้เข้ามา ก็อาจเป็น “โอกาสที่ไม่ควรปล่อยผ่าน” แต่ขณะเดียวกันก็ต้องตอบให้ได้ว่าจะรับโอกาสนั้นอย่างไรโดยไม่ปล่อยให้ต้นทุนด้านพลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อมตกอยู่กับสังคม
...nn นี่คือประเด็นที่จะต้องถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์ เพราะคำตอบอาจไม่ใช่เพียงว่า “เอา” หรือ “ไม่เอา” Data Center แต่ควรเป็นว่าหากจะเอาแล้วประเทศไทยจะบริหารจัดการอย่างไรให้การลงทุนที่เกิดขึ้นสร้างประโยชน์แก่ประเทศได้มากที่สุด และคุ้มค่ากับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งในเรื่องพลังงาน น้ำ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลกระทบต่อสังคม ขณะที่หากจะปฏิเสธก็ต้องตอบให้ได้เช่นกันว่าประเทศไทยจะสร้างประโยชน์อย่างไรจากโลกทุนนิยมดิจิทัลที่เราไม่อาจปลีกตัวออกมาได้...nn
รักษ์ ปฐวี

