คอลัมน์ : ทวนกระแสข่าว

นโยบายต่างประเทศ ไทยเดินไปถูกทางอย่ากังขาท่าทีมหาอำนาจ
ในห้วงเวลาที่สงครามตะวันออกกลางสร้างความเดือดร้อนให้คนทั่วโลก เมื่อคู่สงครามจับช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกเป็นตัวประกัน สร้างความปั่นป่วนแก่เศรษฐกิจโลก
สงครามสหรัฐกับอิหร่าน ที่มองผิวเผินว่าเป็นสงครามขัดขวางไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ถ้ามองลึกลงไปพบว่ามันเป็นสงครามเศรษฐกิจที่ใช้หยวน-ดอลลาร์เป็นอาวุธ ที่สหรัฐต้องการตัดเส้นทางการค้าน้ำมันจีนกับอิหร่านที่ใช้เงินหยวนแทน เปโตรดอลลาร์ ซึ่งครอบงำการค้าโลกมากว่า 50 ปี
จะเห็นได้ว่าตั้งแต่อาทิตย์แรกของสงครามสหรัฐโฟกัสที่อิหร่านขายน้ำมันให้จีนเป็นเงินหยวนที่สำคัญ อิหร่านเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเงินหยวน (ประมาณ 70 ล้านบาท) ต่อเรือหนึ่งลำ และให้สิทธิพิเศษเรือที่ใช้เงินหยวนซื้อน้ำมันผ่านช่องแคบใกล้ชายฝั่งอิหร่านได้
จีนใช้หยวน สู้เปโตรดอลลาร์ ระหว่างการปะทะในช่องแคบฮอร์มุซทำให้สหรัฐส่งเรือพิฆาตเรือตรวจและเรือรบกว่ายี่สิบลำปิดกั้นอิหร่าน ที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นปฏิบัติการขี่ช้างจับตั๊กแตน
สงครามหยวน-เปโตรดอลลาร์ยืดเยื้อมาห้าเดือนกว่า ทำให้สหรัฐอเมริกาและเปโตร
ดอลลาร์อ่อนล้าลงทุกวัน ในเวลาเดียวกันหยวนกลับแข็งแกร่งขึ้นพร้อมๆ กับรัฐบาลปักกิ่ง ที่กำลังผงาดขึ้นมาแข่งกับอิทธิพลกับวอชิงตัน ซึ่งร่วงโรยลงทุกวัน
สหรัฐฯกระโจนเข้าสงครามหายนะกับอิหร่านอย่างไร้ยุทธศาสตร์ เมื่อถูกตอบโต้ต่อต้านจากอิหร่านที่มีจีนและรัสเซียยืนอยู่ข้างหลัง สหรัฐนอกจากไม่สามารถเอาชนะอิหร่านได้แล้วยังพ่ายแพ้ทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ จีน รัสเซีย และอิหร่านผงาดขึ้นมาเป็นขั้วอำนาจใหม่ในอินโดแปซิฟิก
และตะวันออกกลาง
สงครามภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่คู่สงครามกำลังแย่งชิงช่องแคบฮอร์มุซกันอยู่นั้น นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากเกิดความตึงเครียดในอินโดแปซิฟิกช่องแคบมะละกาจะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ปักกิ่งกับวอชิงตันต้องแข่งกันมีอิทธิพลเหนือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน
และในขณะที่สงครามภูมิรัฐศาสตร์กำลังร้อนแรง ประเทศไทยสร้างดุลความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่เกิดสงครามสหรัฐ-อิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ประเทศไทยคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์กับปักกิ่งและวอชิงตัน
นอกจากนั้น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยได้กรุยทางความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ากับทุกฝ่าย
นายสีหศักดิ์ได้พบปะหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านในที่ประชุมกลุ่มบริกส์ ที่นอกจากได้กระชับความสัมพันธ์กับอิหร่านแล้วยังได้กระชับความสัมพันธ์กับประเทศโลกใต้ที่มีขนาดเศรษฐกิจสูงที่สุดของโลก
นายสีหศักดิ์ได้ไปเยือนโอมานและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่กำลังตกอยู่ระหว่างเขาควายสงคราม และล่าสุดรัฐมนตรีต่างประเทศไทยได้พบกับนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เพื่อกรุยทางการค้าเสรีกับประเทศยูเรเซีย
ในขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศ พบปะหารือกับรัสเซีย นายเอลบริดจ์ โคลบี (Elbridge Colby) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย ได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และพบปะหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569
พูดได้ว่าในขณะที่สงครามภูมิรัฐศาสตร์กำลังร้อนแรงประเทศไทยรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจีนและอเมริกา คู่แข่งทางสงครามภูมิรัฐศาสตร์ที่ไทยวางตัวเป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งออกหน้า
มันเป็นธรรมชาติของมหาอำนาจที่แสวงหาพันธมิตร หุ้นส่วน เครือข่ายไว้เสริมการขยายอิทธิพลในภูมิภาคด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นโลจิสติกส์ (Logistics) และซื้อใจพันธมิตรไปในตัว
จึงไม่แปลกใจที่จีนทุ่มทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรวมทั้งช่วยพัฒนากองทัพและส่งอาวุธให้กัมพูชาแลกกับการใช้ท่าเรือเรียมเป็นฐานทัพในภูมิภาค
กองทัพไทยมีศักยภาพเหนือกัมพูชาสิบเท่า ที่คนไทยเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยสามารถปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ชาติได้ เราจึงไม่ควรหวั่นไหวที่จีนให้รถถัง เรือตรวจการณ์และปืนใหญ่วิสัยจรแก่กัมพูชา และไม่ต้องคลางแคลงใจที่ญี่ปุ่นจะลงทุนสร้างท่าเรือน้ำลึกให้กัมพูชามูลค่ากว่าเจ็ดพันล้านบาท
เนื่องจากทั้งจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐกำลังใช้กัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการสงครามภูมิรัฐศาสตร์ ญี่ปุ่นสร้างท่าเรือในกัมพูชาเป็น logistic การค้า ญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าการขนส่งทางบกระหว่างไทยกับกัมพูชาต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะกลับมาเป็นปกติ ญี่ปุ่นซึ่งลงทุนในกัมพูชาหลายหมื่นล้านดอลลาร์จำเป็นต้องสร้างท่าเรือไว้เป็น โลจิสติกส์ สินค้ากับไทยและนานาชาติ
ดังนั้น เราต้องไม่แสดงความคลางแคลงใจว่าทำไมญี่ปุ่นเอาใจกัมพูชาในขณะที่ขัดแย้งรุนแรงกับไทย เราต้องมั่นใจในศักยภาพของกองทัพไทยว่า ปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติได้ในทุกสถานการณ์
ปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาพัฒนาไปถึงเวทีสหประชาชาติ ที่ต้องใช้กลไกปรองดองภาคบังคับตามกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งเขตแดนในอ่าวไทย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเอาไว้น่าสนใจว่า“ผลสรุปจากกระบวนการประนอมจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (Non-binding) และ ไม่ใช่คำสั่งที่ไทยต้องปฏิบัติตาม แต่จะเป็นแนวทางให้ทั้งสองฝ่ายนำมาพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ในจุดใด และจะถูกนำมาใช้เป็น “พื้นฐาน” สำหรับการพูดคุยแบบทวิภาคีกับฝ่ายกัมพูชาต่อไป”
กระบวนการปรองดองภาคบังคับคาดว่าเริ่มขึ้นในเดือนกันยายนและใช้เวลาประมาณหนึ่งปี
การพิจารณาคดีที่คนไทยควรมั่นใจในการปกป้องผลประโยชน์ชาติของทีมประเทศไทยที่มี
ความชำนาญและประสบการณ์มากกว่ากัมพูชา
ประเทศไทยมีประสบการณ์เจรจาเขตแดนทางทะเลกับมาเลเซียและเวียดนามมาตั้งแต่ครั้งยังไม่มี UNCLOS และตกลงจัดตั้งองค์กรร่วมพัฒนากันได้ คนไทยจึงไม่ควรตีตนไปก่อนไข้ว่าประเทศจะเสียเปรียบ
กัมพูชา
ปัจจุบันเสียงคนไทยแสดงความคลางแคลงใจต่อท่าทีของจีน สหรัฐ และญี่ปุ่นที่ให้การสนับสนุนกัมพูชาในขณะที่ยังมีความขัดแย้งกับไทยมากขึ้นทุกวัน
ในฐานะเคยทำข่าวความซับซ้อนในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่มีสหรัฐฯจีน และรัสเซียพัวพันตลอดมา ทำให้มั่นใจในความสามารถทางปฏิบัตินโยบายต่างประเทศของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่นายสีหศักดิ์เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ
นายสีหศักดิ์เป็นลูกหม้อกระทรวงต่างประเทศตั้งแต่ครั้งยังมีสงครามกลางเมืองกัมพูชา ที่กระทรวงต่างประเทศและสภาความมั่นคงไทยรับมือกับความซับซ้อนของความสัมพันธ์กับจีน รัสเซียและอเมริกาที่พัวพันกับสงครามกลางเมืองกัมพูชา
นอกจากประสบการณ์ความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่างสงครามอินโดจีนแล้วนายสีหศักดิ์ยังเคยเป็นเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา และเคยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติหรือ UNHCR
ดังนั้นเรื่องที่ นายทอม ไฮรัม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษสิทธิมนุษยชนกัมพูชา เสนอรายงานใส่ร้ายประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องขี้ไก่สำหรับนายสีหศักดิ์ ที่ประเทศไม่ต้องจ้างล็อบบี้ยิสต์เพื่อตอบโต้ฝรั่งรับจ้างเขมรคนนั้น
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ในขณะที่สงครามภูมิรัฐศาสตร์คืบคลานเข้ามาใกล้เอเชีย-แปซิฟิก จีน อเมริกา และรัสเซียจะขยายอิทธิพลในอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย พม่า สปป.ลาว และ กัมพูชา ที่คนไทยต้องเข้าใจ หากจีน สหรัฐ รัสเซีย ให้การสนับสนุนเอาใจเพื่อนบ้านด้วยการช่วยเหลือความมั่นคงและการพัฒนา
คนไทยต้องเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ไทยกับจีน รัสเซีย และอเมริกานั้นมีความสำคัญต่อมหาอำนาจมากกว่าความสัมพันธ์กับสแกมโบเดีย
การแสดงความไม่พอใจโวยวาย ที่จีน อเมริกา ญี่ปุ่น รัสเซีย ที่ให้การสนับสนุนเอาใจกัมพูชา เวียดนาม ลาว และพม่า ถือว่าด้อยค่ากองทัพและนโยบายต่างประเทศของไทย
สุทิน วรรณบวร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

