คอลัมน์ : สั้นสั้น วันอังคาร

ล้างบาง
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ.2569
ในราชกิจจานุเบกษาพิมพ์รายละเอียดไว้ยาว ผมตัดทอนเอามาสั้นๆ
อย่างที่รู้กันว่า ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของผู้คนมหาศาลทั่วโลกที่ ‘ครั้งหนึ่งในชีวิต’ จะต้องมาเที่ยวให้ได้ และมีจำนวนอีกมากที่อยากจะมาลงหลักปักฐาน ทำมาหากิน แต่ที่มาดีก็ดีไป ที่มาแล้วทำตัวเลวร้ายก็มิใช่น้อย รัฐบาลของนายกฯ มิคกี้ เม้าส์ บอกในระเบียบสำนักนายกฯฉบับนี้ว่า
“...โดยที่พบว่า มีคนต่างด้าวจำนวนหนึ่ง ซึ่งแม้จะเข้ามาในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่มีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือมีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นอกจากนี้ ยังพบคนต่างด้าวอีกจำนวนหนึ่งซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
“จึงสมควรเนรเทศคนต่างด้าวที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเร็ว เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และเพื่อสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยในสังคมให้แก่ทั้งคนไทยและคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย แต่โดยที่ยังไม่มีระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศ เพื่อเป็นการวางแนวปฏิบัติที่ชัดเจนให้แก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องวางระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเนรเทศเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ”
จากนั้นก็มีจากนั้นก็มีรายละเอียดอีกเยอะ ผมขอข้ามมาที่ข้อ 5 เลยแล้วกัน
“ข้อ 5 คนต่างด้าวผู้ใดกระทำความผิดดังต่อไปนี้ เมื่อได้รับโทษตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดครบถ้วนและได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งให้เนรเทศคนต่างด้าวนั้น ออกไปนอกราชอาณาจักร
(1) เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
(2) ทำงานในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
(3) ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
(4) ปลอมแปลงเอกสารทางราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม
(5) กระทำความผิดกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
(6) เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนให้มีการกระทำความผิดตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (5) เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจ้งรายชื่อ สัญชาติ สำนวนคดี หรือเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวนั้น ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมายเพื่อทราบและดำเนินการตามระเบียบนี้ ก่อนที่จะปล่อยตัวคนต่างด้าวนั้นจากเรือนจำไม่น้อยกว่า 50 วัน”
ที่ไล่เรียงเป็นข้อย่อยมาในข้อ 5 นี้ บ้านเมืองเรามีครบทุกข้อ และมีมานานหลายสิบปีแล้ว โดยเฉพาะข้อย่อยที่ 6 ก็เป็นที่รู้กันว่ามาจาก 2 พวกใหญ่ๆ พวกหนึ่งคือ คนไทยเห็นแก่ได้ที่ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม, ความมั่นคง, ความสงบสุข และความปลอดภัยของประเทศ และอีกพวกก็คือข้าราชการที่มีบนโต๊ะ ใต้โต๊ะ อะไรให้มั่วไปหมด
ภาษาหนังสือทางการอาจจะเยิ่นเย้อไปหน่อย คงเขียนให้ครอบคลุมเพื่อความรอบคอบตามระบบกฎหมาย ป้องกันการถูกฟ้องกลับ แต่สรุปง่ายๆคือ การเนรเทศตามระเบียบใหม่นี้ ไม่ใช่ว่าเมื่อทำผิดและจับได้แล้วก็ไสหัวมันออกไปทันที คนต่างด้าวที่ทำผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมายไทยให้ครบถ้วนก่อน
ไม่เท่านั้น ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ที่มี เจ๊แต๋ม ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรี ก็ออกกฎใหม่เพื่อแก้ปัญหานอมินีว่าด้วย นิติบุคคลที่มีต่างชาติเข้ามาถือหุ้น และมีคนไทยถือหุ้นร่วมอยู่ด้วย คือ ตอนจดทะเบียน ผู้ถือหุ้นคนไทยจะต้องถูกตรวจสอบสถานะทางการเงินย้อนหลังไปหลายๆปี
แม้ที่ผ่านมา บริษัทต่างชาติที่มีผู้ถือหุ้นไทยทำธุรกิจสุจริตและไม่ค้นพบความผิดก็มี แต่ในทางกลับกัน ก็มีพวกที่น่าสงสัยว่าจะทุจริต และทำผิดกฎเกณฑ์หลายอย่าง โดยหุ้นส่วนฝั่งไทยมีตั้งแต่ยามไปจนถึงแม่ค้ารถเข็น ไปจนถึงคนที่ไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง อย่าว่าแต่น่าสงสัยเลยว่าจะเอาเงินที่ไหนมาลงหุ้น ดูหนังหน้าแล้วไม่แม็ทช์กับบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนเป็นล้านๆ
นอกจากนั้นบริษัทรับจดทะเบียนจัดตั้งและทำระบบบัญชีให้กับบริษัทเหล่านั้น ก็ต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นด้วย
หลังจากปฏิบัติการไปเงียบๆ ตอนนี้ได้ข่าวว่า มีการสั่งปิดบริษัทร่วมทุนต่างชาติและคนไทยที่ไม่ถูกต้องไปแล้วนับหมื่นๆแห่ง และยกเลิกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของบริษัทที่ทำการรับจดทะเบียนและทำบัญชีไปก็ไม่น้อย รวมถึงขึ้นบัญชีดำคนที่มีรายชื่อเป็นกรรมการบริษัทรับจดทะเบียนเหล่านั้นด้วย
หลังสุด พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เคยไปสวนแหกแสกหน้ายิวอิสราเอลที่ภูเก็ต ก็นำกำลังหลายหน่วยประสานกันเข้าไปจับผับจีนย่านห้วยขวาง ซึ่งเคยถูกปิดไปแล้ว แต่เหลือเชื่อที่สน.ห้วยขวางไม่รู้เลยจริงๆว่า มันกลับมาเปิดใหม่อย่างครึกครื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ จากนั้นก็จะสืบสาวต่อไปถึงผู้ถือหุ้นและเส้นทางการเงิน เผลอๆจะพบบัญชีส่งส่วยแบบเดียวกับที่เจอในบ่อนพนันย่านยานนาวาเมื่อหลายปีก่อนเพิ่มมาด้วย
ถ้าจะให้มันกว่านี้ ต้องลงไปขุดคุ้ยดูที่มาที่ไปของการเตรียมสร้างโบสถ์ยิวที่ใหญ่ที่สุดในกลางสุขุมวิทโดยด่วน ใครเป็นคนซื้อและใครเป็นคนขายที่ดิน ใครอนุมัติ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเป็นสถานที่ทางศาสนาด้วย และอาจจะสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัยสำหรับคนไทยที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง เพราะยิวอยู่ที่ไหนก็มักจะเป็นตำบลกระสุนตก แบบว่าคนทั่วโลกรักมาก
กระบวนการที่ทำงานเชื่อมโยงสอดประสานกันของรัฐบาล มิคกี้ เม้าส์ ภาษาวัยรุ่นต้องบอกว่า ‘เจ๋งอ้ะ’ ถูกใจจิ๊กโก๋ ต้องชมกัน แต่ขออย่างเดียวให้ทำอย่างต่อเนื่อง เครื่องยนต์ต้องเดินสม่ำเสมอ เผลอๆ ผ่อนๆ เป็นไม่ได้ เพราะพวกเสือหิวมันรออยู่.
ทิวา สาระจูฑะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

