ขานรับนโยบายอนุทิน ตั้งด่านจับปืน เมืองชลยึดอาวุธเพียบ ปธ.กีฬาลั่นไกวอนนายก ขอผ่อนคลายกฎเหล็ก
16 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.
หลายจังหวัดขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี ตั้งด่านสกัดอาวุธ ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ จันทบุรี-แม่ฮ่องสอน ยึดของกลางเพียบ ด้านประธานชมรมกีฬายิงปืนรณยุทธจังหวัดเพชรบุรี โอดได้รับผลกระทบอย่างหนักกับคำสั่งคุมเข้ม ทำนักกีฬาไม่กล้าพกปืนมาสนาม หวั่นส่งผลถึงการซ้อม-แข่งขันระดับโลก วอนผ่อนผันคำสั่ง
ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ(Workshop) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ ประเด็นหลัก ในเรื่องการแก้ปัญหาบุกรุกที่ดิน, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cybercrime), ธุรกิจนอมินี, การฟอกเงิน, การปราบปรามผู้มีอิทธิพล (กลุ่มอั้งยี่ซ่องโจร), การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ, การดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว, การเชื่อมโยงและจัดการฐานข้อมูล และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด
โดยกระทรวงมหาดไทย ได้ผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนอุดมการณ์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ตามผลการWorkshop เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2567 โดยกำหนด 9 ภารกิจสำคัญ ซึ่งขอเน้นย้ำให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ในฐานะผู้นำพื้นที่ บูรณาการร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด,ผู้กำกับการสถานีตำรวจ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ตามแผนการปฏิบัติตาม“แผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” (1 ก.ค.-30 ก.ย.)
ผู้ว่าฯเมืองชลสั่งสกัดจับสิ่งผิดก.ม.
ขณะที่ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สั่งการให้นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นำทีมปลัดอำเภอบางละมุง สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ 4 สถานีในพื้นที่อำเภอบางละมุง ทั้ง สภ.บางละมุง สภ.เมืองพัทยา สภ.หนองปรือ สภ.ห้วยใหญ่ รวมถึงกำลังผู้ใหญ่บ้านกำนัน และเทศบาลต่างๆ กระจายกำลัง ตั้งด่านตามจุดเสี่ยงต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อสกัดจับสิ่งผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ ทั้งยาเสพติด รวมไปถึงอาวุธปืน หากพบว่ามีการพกพาโดยผิดกฎหมาย จะต้องทำการจับกุมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
มุ่งเน้น7มาตรการสำคัญ
รวมถึงมุ่งเน้นใน 7 มาตรการสำคัญอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย 1.ติดตามและเฝ้าระวังผู้พ้นโทษจากเรือนจำที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด 2.ตั้งจุดตรวจและออกตรวจพื้นที่เป็นประจำ โดยบูรณาการกำลังสายตรวจร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) 3.ปราบปรามยาเสพติด ตรวจค้นบ้านร้าง โกดังร้างและสถานที่ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง 4.กวดขันการแต่งกายของเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามระเบียบ พร้อมเฝ้าระวังผู้แต่งกายเลียนแบบข้าราชการเพื่อก่อเหตุ
5.ห้ามเจ้าหน้าที่พกพาอาวุธปืนโดยไม่จำเป็นหรือไม่เป็นไปตามระเบียบอย่างเด็ดขาด 6.เร่งปราบปรามการลักลอบใช้สถานที่ผลิตยาเสพติดและสารเคมีผิดกฎหมาย 7.บูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
ยึดปืนกระสุน-ยาเสพติด
โดยผลการปฏิบัติ พบว่าจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ เจอเครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 100 นัด อาวุธมีด ยาเสพติดประเภท 1 และผู้ที่มีปัสสาวะสีม่วง พร้อมทั้งตรวจยึดรถจักรยานยนต์ท่อดัง และไม่มีเอกสารสำเนารถมาแสดงอีกจำนวนมากก่อนส่ง บุคคลพร้อมของกลางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละท้องที่รับผิดชอบดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าหลายจังหวัดได้ตั้งด่านตรวจเข้มค้นหาอาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน
รวบพรานป่าพร้อมปืน-ยาบ้า
วันเดียวกัน เวลา 06.00 น. นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอแม่สะเรียง(ศป.ปส.อ.แม่สะเรียง) ได้สั่งการให้ นายวีกิจ เจ้าดูรี ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง, นายบดินทร์ เดชะ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองอำเภอแม่สะเรียง บูรณาการร่วมกับชุดสืบสวน สภ.แม่สะเรียง และ ตชด.ที่ 337 นำหมายศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายใน หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านกาศ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังได้รับแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1386 สำนักงาน ป.ป.ส.
จากการตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 2 จุด จุดที่ 1.จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลาง เครื่องกระสุนปืนแจ้งข้อหา “มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”จากนั้นได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายที่ 2 ซึ่งเป็นบ้านพักของบุตรชายผู้ต้องหารายที่ 1 จากการตรวจค้นพบของกลางผิดกฎหมายจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า (เม็ดสีส้มและสีเขียว ประทับตรา WY) รวมจำนวน 22 เม็ด พร้อมอุปกรณ์บรรจุ, อาวุธปืนยาวประกอบด้วยอาวุธปืนลูกซอง, อาวุธปืนประดิษฐ์เอง(ขนาด .22 และแก๊ป) รวมหลายกระบอกพร้อมลำกล้องปืน พานท้ายปืน และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง รวมไปถึงเลื่อยโซ่ยนต์และเลื่อยไฟฟ้าพร้อมบาร์โซ่จำนวน 5 เครื่อง, ซากตัวนิ่ม จำนวน 3 ตัว และ ซากเขากวาง จำนวน 1 คู่
แจ้ง4ข้อหาหนักลูกนายพราน
เจ้าหน้าที่จึงเตรียมดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายที่ 2 (อยู่ระหว่างการติดตามตัว) ใน 4 ข้อหาหนัก ได้แก่ 1.ครอบครองยาเสพติดให้โทษร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย, 2.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, 3.ครอบครองเลื่อยโซ่ยนต์ที่มีขนาดแผ่นบังคับโซ่ยาวเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยไม่ได้รับอนุญาต และ4.มีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทยและจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการกวาดล้างยาเสพติดและอาวุธปืนผิดกฎหมาย ทางอำเภอแม่สะเรียงจะยังคงเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมและคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
ชมรมยิงปืนเพชรบุรีโอดกระทบหนัก
ด้าน นายจิรวัฒน์ คุ้มครอง ประธานชมรมกีฬายิงปืนรณยุทธจังหวัดเพชรบุรี และอนุกรรมาธิการตำรวจ กล่าวว่า สนามกีฬายิงปืนจังหวัดเพชรบุรี ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนนักกีฬา เยาวชน และหน่วยงานราชการต่างๆ เข้ามาฝึกฝนการใช้อาวุธปืนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมาชมรมกีฬายิงปืนรณยุทธจังหวัดเพชรบุรี ได้ฝึกซ้อมและส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันยิงปืนระดับชาติและระดับโลก ทั้งระดับเวิลด์ชู้ต และการแข่งขันยิงปืนชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯซึ่งก็ได้รับรางวัลต่างๆ มามากมาย
นายจิรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า จากกรณีที่นายอนุทินได้มีคำสั่งยกระดับมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศโดยห้ามพกพาอาวุธปืนแบบ 100% รวมถึงนักกีฬาห้ามพกพาอาวุธปืนหากจะยิงต้องฝากปืนไว้ที่สนาม ทำให้ชมรมฯได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากนักกีฬาเสียขวัญกำลังใจในการฝึกซ้อมไม่กล้านำพาอาวุธปืนมาฝึกซ้อมที่สนาม ที่สำคัญขณะนี้นักกีฬาก็กำลังมีการฝึกซ้อมเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬายิงปืนระดับโลกที่ประเทศกรีซอีกด้วย
วอนนายกฯผ่อนปรนคำสั่งห้ามพกปืน
ในส่วนที่นายอนุทินประกาศว่าหากนักกีฬาจะยิงปืนต้องนำอาวุธปืนไปเก็บไว้ที่สนามนั้น ตนขอยืนยันว่าสมาคมไม่สามารถจัดเก็บอาวุธปืนของนักกีฬาได้ เนื่องจากสนามกีฬายิงปืนจังหวัดเพชรบุรี ไม่มีที่จัดเก็บอาวุธปืน และหากมีการสูญหายทางสนามก็ไม่สามารถรับผิดชอบได้เนื่องจากอาวุธปืนแต่ละกระบอกมีราคาค่อนข้างสูง ที่ผ่านมานักกีฬายิงปืนของชมรมฯไม่เคยนำอาวุธปืนไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ทุกครั้งที่มาฝึกซ้อมที่สนามนักกีฬาจะมีการป้องกันอย่างเข้มงวด มีการแยกกระสุนปืน แยกแมกกาซีน และนำอาวุธปืนใส่กล่องและล็อกด้วยกุญแจทุกครั้ง จึงขอวอนนายอนุทิน ให้ช่วยผ่อนปรนคำสั่งและให้นักกีฬาสามารถนำพาอาวุธปืนมาฝึกซ้อมที่สนามเพื่อการกีฬาและสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศต่อไป
ยกระดับความปลอดภัยสถานศึกษา
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากกรณีพบข้อความข่มขู่ก่อเหตุรุนแรงในสถานศึกษาหลายพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat) และเกิดขึ้นในช่วงที่สังคมมีความเปราะบางเป็นพิเศษ คณะรัฐมนตรีจึงยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศและแจ้งแนวปฏิบัติไปยังสถานศึกษาทั้ง 4 กลุ่มทั่วประเทศ ได้แก่ สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สถานศึกษาในกลุ่มจังหวัดและกระทรวงมหาดไทย โรงเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม และสถานศึกษาในกลุ่มกระทรวง อว. เพื่อให้ทุกแห่งยกระดับการเฝ้าระวังและใช้มาตรฐานความปลอดภัยในทิศทางเดียวกัน โดยยึดความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรเป็นสำคัญ
เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบบุคคล
ทั้งนี้ จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์เฉพาะกรณีเกินความจำเป็น เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุกลายเป็นจุดสนใจ หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่และเลียนแบบซ้ำโดยแนวทางดำเนินการครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ดังนี้ มิติที่ 1 การคัดกรองและรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ กำชับให้สถานศึกษาเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลและสิ่งของก่อนเข้าสถานศึกษา โดยเฉพาะในระยะเฝ้าระวังที่มีความเปราะบางเป็นพิเศษ พร้อมศึกษารูปแบบการรักษาความปลอดภัยจากต่างประเทศ ทั้งการใช้อุปกรณ์ตรวจจับ การตรวจสอบหลายระดับ และการสุ่มตรวจ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและระดับความเสี่ยงของแต่ละสถานศึกษา
สถานศึกษาที่มีการซ้อมแผนเอาตัวรอด “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run, Hide, Fight อยู่แล้ว ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทบทวนแผนเผชิญเหตุให้ครู นักเรียน และบุคลากรสามารถปฏิบัติได้จริงเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
กำหนดบทบาทแต่ละฝ่ายให้ชัด
มิติที่ 2 การประสานงานด้านความมั่นคง กำหนดบทบาทของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน โดยฝ่ายความมั่นคงเป็นหน่วยงานหลักในการสืบสวน ติดตาม และประเมินภัยคุกคามส่วนกระทรวงศึกษาธิการและต้นสังกัดของสถานศึกษา รับผิดชอบดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรภายในสถานศึกษาโดยตรง ขณะเดียวกัน ได้กำชับผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกแห่ง จัดระบบสื่อสารภายในที่รวดเร็วและเป็นเอกภาพ พร้อมสร้างความร่วมมือให้นักเรียน ครู และบุคลากรช่วยกันสอดส่องดูแล แจ้งเบาะแส และเฝ้าระวังความผิดปกติอย่างใกล้ชิด
ประเมินภัยคุกคาม-ดูแลสุขภาพจิต
มิติที่ 3 การประเมินภัยคุกคามและการดูแลสุขภาพจิต จัดตั้งทีมประเมินภัยคุกคามแบบสหวิชาชีพในทุกพื้นที่ ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา นักจิตวิทยา และตำรวจในท้องที่เพื่อประเมินและแยกแยะข้อความข่มขู่ที่เกิดขึ้นชั่วคราวออกจากภัยคุกคามที่มีนัยสำคัญอย่างเป็นระบบ ก่อนกำหนดระดับการตอบสนองที่เหมาะสม
นอกจากนี้ จะประสานกรมสุขภาพจิตเข้ามาร่วมดูแลปัญหาความเครียด แรงกดดัน และการถูกกลั่นแกล้งหรือบูลลี่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยนำไปสู่พฤติกรรมข่มขู่ พร้อมให้ “ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย” ประจำทุกโรงเรียน ทำหน้าที่เป็นจุดรับแจ้งเหตุ ให้คำปรึกษา และประสานความช่วยเหลือ โดยเชื่อมโยงกับสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 และสายด่วนสุขภาพจิต 1323
สื่อสารและป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ
มิติที่ 4 การสื่อสารและป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ ขอให้ทุกสถานศึกษายึดหลัก “หยุด และ แจ้ง” หรือ Stop & Report เมื่อพบข้อความข่มขู่ โดยให้หยุดการส่งต่อ เก็บหลักฐานที่จำเป็น และแจ้งผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ทันที ห้ามแชร์หรือขยายผลผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยเด็ดขาด เพราะอาจเพิ่มความตื่นตระหนกและกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ
กระทรวงศึกษาธิการได้เผยแพร่หลักสูตรความรู้ด้านโลกดิจิทัลและสิทธิส่วนบุคคลไปยังสถานศึกษาแล้ว เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องผลกระทบและความรับผิดชอบทางกฎหมายก่อนเกิดพฤติกรรม พร้อมกำหนดมาตรการเฝ้าระวังพิเศษเป็นเวลา 13 วัน ภายหลังเกิดเหตุรุนแรงระดับชาติ และประสาน กสทช. จัดทำคู่มือจริยธรรมสำหรับการรายงานข่าวในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้การสื่อสารของทุกฝ่ายไม่ซ้ำเติมเหตุการณ์
พัฒนาโครงสร้างก.ม.ระยะยาว
มิติที่ 5 การพัฒนาโครงสร้างกฎหมายระยะยาว กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยของสถานศึกษาเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยให้เป็นระบบถาวร โดยศึกษาและปรับใช้มาตรฐานจากต่างประเทศให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
พร้อมกันนี้ จะปรับปรุงระเบียบกระทรวงที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2548 ให้ครอบคลุมภัยคุกคามลวงผ่านช่องทางไซเบอร์ กำหนดให้เป็นการกระทำผิดในระดับร้ายแรงสูงสุดตามระเบียบ และจัดให้มีการประเมินรวมถึงดูแลด้านจิตเวชอย่างเหมาะสมก่อนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ตลอดจนกำหนดขอบเขตอำนาจในการตรวจค้นให้ชัดเจน และผลักดันการจัดอัตรากำลังนักจิตวิทยาคลินิกประจำโรงเรียนขนาดใหญ่ ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยอย่างถาวร
“เราจะไม่ประมาทต่อข้อความข่มขู่ทุกกรณี แต่ขณะเดียวกันต้องไม่ทำให้ผู้ก่อเหตุกลายเป็นจุดสนใจ หรือเปิดพื้นที่ให้เกิดการเลียนแบบ ขอให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนยึดหลัก Stop & Report คือหยุดการเผยแพร่ เก็บหลักฐาน และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทุกคน คือภารกิจสูงสุดที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันรับผิดชอบ” รมว.ศธ.กล่าว
รร.เลยพิทยาคุมเข้มความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเช้า ที่หน้าประตู 1 ทางเข้าโรงเรียนเลยพิทยาคม ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย มีนักเรียนชั้นม.5 และ ม.6 จาก ทั่วจังหวัดเลยกว่า 1,500 คน เดินทางมาเตรียมเข้าสอบ NETSAT หรือระบบทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้(North East General Scholastic Aptitude Test) จัดสอบโดย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อใช้คะแนนยื่นเข้าเรียนต่อ ในรอบโควตาภาคอีสานโดยมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังจากที่มีเหตุการณ์นักเรียนชั้นม.2 ปล่อยแชทหลุด คุยกับเพื่อน เตรียมก่อเหตุการณ์ยิงในโรงเรียนเมื่อวานนี้ ทำให้โรงเรียนต้องสั่งหยุดทำการเรียนการสอนชั่วคราว 1 วัน โดยผลการสอบสวนปรากฏว่าไม่พบว่าจะมีการ ก่อเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งทางโรงเรียนได้ออกแถลงการณ์สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปกครองไปแล้วเมื่อช่วงเย็นวาน
โดยในช่วงเช้าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองเลย รวมกับเจ้าหน้าที่อส.จังหวัดเลย และเจ้าหน้าที่อส.อำเภอเมืองเลย ร่วมกับคณะครูฝ่ายปกครองของโรงเรียนรวมกว่า 16 นาย ได้ตั้งจุดตรวจค้นกระเป๋า เพื่อป้องกันไม่ให้นำเข้าอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายเข้าไปในโรงเรียน โดยส่วนใหญ่การเดินทางมาในวันนี้ ผู้ปกครองจะนำรถส่วนตัวมาส่งบุตรหลาน โดยยังมีความวิตกกังวลอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็มั่นใจในมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยของทางโรงเรียน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

