พินิจ-พิจารณ์ : โชคดี

คำว่าโชคดีเป็นคำที่ทุกๆ คนพูดบ่อยมาก แต่ผมเองสอนลูกศิษย์เสมอว่าเราสามารถสร้างโชคให้ตัวเองได้ด้วยการเตรียมพร้อมตัวเราเองในทุกๆ เรื่อง ไม่ใช่เตรียมตัวในเรื่องหนึ่งเรื่องใดเท่านั้น แต่ต้องค่อยๆ เตรียมตัว คุณสมบัติตัวเราให้พร้อมไปทุกเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น ผมสอนลูกศิษย์ให้เป็นคนดีเหนือสิ่งอื่นใด ตามด้วยความเก่ง เก่ง อะไรบ้าง เดี๋ยวจะตามมา ตามด้วยความรอบรู้ ความรอบรู้นี้ที่ทำให้เรามีโชค ลูกศิษย์ผมต้องรู้ไปทุกเรื่องในระดับหนึ่ง ความรอบรู้มาจากการที่เราเปิดใจ อ่าน ฟัง คุย แลกเปลี่ยนความคิดกับคนมากๆ อาชีพ วิชาชีพ มีเพื่อนหลากหลายอาชีพ วิชาชีพ กล้าคิด กล้าทำ ท่องเที่ยวมากๆ เรียนจากประสบการณ์ในทุกๆ ด้านทั้งที่ผิดและถูก ดี เก่ง รอบรู้ แล้วต้องมีสุขภาพดีด้วย เพราะ “โชค”อาจยังต้องใช้เวลานานก่อนมาหาเรา ฉะนั้นเราต้องมีสุขภาพที่ดีที่จะทำงานจนถึงอายุที่สมควร เมื่อนั้นเราอาจมีโชคคือ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้างาน เพราะถ้ามีสุขภาพไม่ดีเสียชีวิตเสียก่อน หรือเจ็บออดๆ แอดๆ ก็อาจไม่มีโอกาสรับเลือกเป็นหัวหน้า ฯลฯ
การเป็นคนดีเป็นสิ่งที่สำคัญมากในสังคมปัจจุบัน แต่อาจต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าคนรอบตัว สังคมจะรู้ว่าเราเป็นคนดี ต้องใช้เวลา ต้องทำตัว วางตัว มีพฤติกรรมที่เหมาะสมตลอดเวลาในระยะยาว ก่อนที่คนจะเห็น ยอมรับ ต้องทำ คิด เพื่อส่วนรวม มีเหตุผล ไม่เล่นพรรค เล่นพวก อะไรถูกผิดก็ว่าไปตามนั้น ฯลฯ
แล้วเรื่องความเก่งก็มีความสำคัญมาก คนเราเกิดมา “โชคดี” “โชคไม่ดี” ต่างกัน เช่น บางคนเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ก็จะได้รับการศึกษาที่ดี คนบางคนเกิดมาในครอบครัวที่ไม่มีฐานะ อยู่ต่างจังหวัด ทั้งจนทั้งไม่มีโรงเรียนที่ดีใกล้ๆ คนคนนี้ก็ยังเก่งได้ ถ้ามีความขยัน อดทนสูง และถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นความสำคัญของการศึกษา สนับสนุนให้มีการศึกษาที่ดีเท่าที่จะทำได้ และตัวเด็กเองก็ต้องขยันสู้ เต็มที่ อดทน ประหยัด ยอมเหนื่อย หรืออย่างที่ผมบอกว่า “กัดไม่ปล่อย” “ไม่ยอมแพ้” ฯลฯ
คนเรา-ในมุมมองของผม - ก่อนที่จะเก่งได้ ต้องมีโอกาสเรียน ผม “โชคดี” ที่มีโอกาสเรียนโดยไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากเรียนและเป็นคนดีอย่างเดียว แต่จากข้อมูล กสศ. (กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา) พบว่ามีเด็กไทยที่อยู่ในวัยเรียน ประมาณ 6 แสนคน (ปี 2568) แต่ไม่ได้อยู่ในระบบ เพราะความยากจน ฉะนั้นเด็กพวกนี้ต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือสังคม และถึงแม้ยากหน่อยแต่เด็กๆ เหล่านี้ก็ยังมีโอกาส ถ้าเขาสู้
เมื่อมีโอกาสเรียนแล้ว ต้องเรียนเป็นด้วย เรียนเป็น จับประเด็นเป็น และต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนแก้ปัญหา ซึ่งตรงนี้ระบบการศึกษาเราต้องดี มีมาตรฐานและปรับปรุง พัฒนา ตลอด รวมทั้งมีการแนะนำจากประเทศว่า สังคมต้องการให้ประชาชนเรียนสาขาอะไรบ้าง เพื่อที่จะมีงานทำตามที่สังคม ตลาดต้องการ
การเรียน เรียนเป็น เรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นพื้นฐานของความเก่ง แล้วทุกคนต้องเก่ง 7 อย่างคือ เก่งคิด เก่งคน เก่งงาน เก่งเงิน เก่งเวลา เก่งขาย และเก่งฟัง
เก่งคิดมาจากเราเรียนเยอะ อ่านเยอะ มีประสบการณ์มาก ความอยากรู้ อยากเห็น ฯลฯ จะช่วยทำให้เราคิดเก่ง คิดนอกกรอบ คิดสร้างสรรค์ ใครพูดอะไรเราก็คิดต่อได้ เก่งคิดแล้วต้องเก่งคน ดูคนออก ใช้คนให้เหมาะกับงาน มีความสามารถในการโน้มน้าวให้เขาเชื่อฟังเราในทางที่ถูกต้องได้ มนุษยสัมพันธ์ดี เข้าได้กับทุกคน เก่งงาน รู้หน้าที่ของตนเอง พัฒนาตลอด เก่งเงิน หาเงินเก่ง ใช้อย่างเศรษฐกิจพอเพียง ออม ลงทุน ใช้เงินอย่างคุ้มค่า หรือบางทีถ้าเราคิดเก่งๆ อาจทำโครงการโดยใช้งบน้อย หรือไม่ได้ใช้เลย เนื่องจากเราคิดเก่ง โครงการดีมาก จึงมีคนมาออกงบให้ เก่งเวลา ห้ามเสียเวลาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เก่งขาย ต้องมาจากการที่เรารู้จริง รอบรู้ จึงพูด เขียน อธิบายได้ดี แต่ข้อมูลต้องเป็นความจริง ถูกต้อง จนคนฟังหรือครู ให้คะแนนเราดี แล้วสุดท้ายไม่ว่าใหญ่โตแค่ไหน ต้องเก่งฟังด้วย ฟังทุกๆ คน แล้วต้องกล้าตัดสินใจด้วย การฟัง (การอ่าน ฯลฯ) การแลกเปลี่ยนความคิด เป็นการเก็บข้อมูล คนที่ไม่มีข้อมูลคือคนตาบอด
ถ้าทุกๆ คนเป็นคนดี ที่เก่ง รอบรู้และมีสุขภาพที่ดี ก็หมายความว่าเราเตรียมตัวเต็มที่แล้ว สรุปก็คือมีปัญญา พร้อมที่จะรับอะไรก็ได้ที่จะมาหาเรา ในการทำงาน เมื่อผู้ใหญ่อยากตั้งใครเป็นหัวหน้า หรือเพื่อนๆ เลือกกันเองว่า จะเอาใครไปเป็นหัวหน้า ถ้าเรามีความพร้อมเช่นที่กล่าว ผู้ที่ตัดสินอาจมองที่เราก็ได้ เราต้องพยายามทำตัวให้พร้อมในทุกๆ ด้าน ถึงแม้เราไม่หวังอะไร แต่เมื่อมีโอกาส เราอาจได้รับเลือกก็ได้ แต่ถ้าเราไม่พร้อมก็อาจไม่มีโอกาส หรือมีโอกาสถูกเลือก แต่ถ้าตัวเราไม่พร้อม การทำงานก็อาจเป็นปัญหาได้ หรือเราถ้ารู้ดีว่าเราไม่พร้อม ก็อาจปฏิเสธการรับตำแหน่งไป
ถ้าเราสามารถทำให้ตัวเรามีความสามารถพิเศษในอย่างหนึ่งอย่างใด ก็อาจมีโอกาสดีกว่าคนอื่น เช่น พูดภาษาอังกฤษ จีน ได้ แค่นี้ก็อาจมีโอกาสที่จะได้รับเลือกถ้าเรามีความสามารถพิเศษมากกว่าผู้อื่นที่พูดไม่ได้
ผมว่าคนไทย - ถึงแม้ไม่มีความรู้มาก-แต่ถ้าเก่งขับรถ ทำกับข้าว หรือพูดภาษาอังกฤษ (หรือจีน)ได้ ก็จะไม่อดตาย เพราะมีความต้องการ พนักงานขับรถ คนทำกับข้าว ไกด์ มากพอสมควร และถ้าเราเป็นคนขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีการอดออม ชอบพัฒนาตนเอง เรียนรู้ตลอด อีกหน่อยเราก็สามารถสร้างโชคให้ตัวเองได้ตลอดเวลา สามารถพัฒนาฐานะตนเองได้เรื่อยๆ
บางส่วนของโชคเราช่วยไม่ได้ เช่น การเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน แต่หลังจากนั้น ความขยัน อดทน รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ กัดไม่ปล่อย ประหยัด สู้ ฯลฯ จะค่อยๆ สร้างโชคให้เราเอง
แต่บางครั้งผมก็ยังพูด “ขอให้โชคดี” ครับ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมโลกไปแล้ว
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

